และถ้ายงยุทธ ถูกตัดสินว่า "ผิดจริง" แล้วพ่วงด้วยยุบพรรคพลังประชาชน
สมัครก็อยู่ไม่ได้ บ้านเมืองคงต้องว้าวุ่นอีกครา แล้วใครหล่ะจะมาเป็น
"ตาอยู่" เหนื่อยเหลือเกิน.....ประเทศไทย
ยงยุทธ ติยะไพรัช
นายยงยุทธ ติยะไพรัช เกิด 3 เมษายน พ.ศ. 2504 อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบัน
เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน
ประวัติการศึกษา
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี การอาหาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2526
(รุ่นเดียวกับ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์)
ปริญญาโท สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2536
เส้นทางการเมือง
นายยงยุทธ ก้าวเข้าสู่ถนนการเมือง ด้วยการลงสมัคร ส.ส. ครั้งแรก
ปี 2529 จากการชักชวนของ เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ จากพรรคประชาธิปัตย์
แต่สอบตก ต่อมาลงสมัครพรรคพลังธรรม ก็ยังสอบตกอีก มาประสบความ-
สำเร็จเมื่อปี 2538 สังกัดพรรคเอกภาพ กระทั่งการเลือกตั้งในปี 2539
นายยงยุทธ ย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้ง ได้รับชัยชนะ
ในการเลือกตั้ง ได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายก-
รัฐมนตรี
ต่อมาปี 2544 ย้ายมาลงเลือกตั้งพรรคไทยรักไทย นายยงยุทธ
ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น นำลูกพรรคเข้าสภาชนิดยกจังหวัด 8 เขต
จึงได้รับตำแหน่งทางการเมือง เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
เส้นทางการเมืองของยงยุทธ ติยะไพรัช ดูสดใสในนามพรรคไทยรักไทย
และเป็นที่ไว้วางใจของหัวหน้าพรรค และหัวหน้ารัฐบาลขณะนั้น อย่าง
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระทั่งมอบตำแหน่งสำคัญอย่าง เลขาธิการนายก
รัฐมนตรีให้ นายยงยุทธ สนองพระเดชพระคุณ ด้วยการทำงาน "ทุกอย่าง"
ที่ "นาย" สั่ง รวมถึงออกหน้าดำเนินนโยบายของ "นาย" กระทั่งได้ฉายา
"ยุทธ ตู้เย็น"

ฉายา "ยุทธ ตู้เย็น" ได้มาจากกรณีของครอบครัวศตะกูรมะ เมื่อ พ.ศ. 2547
ในปฏิบัติการสนองนโยบาย สงครามกับยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณ โดย
เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม 2547 ตำรวจคอมมานโด นำโดย
พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ ผู้บังคับการกองปราบปราม นำกำลังเข้าปิดล้อม
บ้านของนายนิสสัย ศตะกูรมะ อายุ 70 ปี และนางอุดม ศตะกูรมะ อายุ 67 ปี
ที่ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร พระนครศรีอยุธยา และเปิดฉากยิงถล่ม
โดยได้ข้อมูลจากนายยงยุทธ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่าบ้านหลังนี้
เป็นแหล่งผลิตและค้ายาบ้า โดยนายยงยุทธ อ้างว่าได้ข้อมูลจาก
ตู้ ปณ.ร้องทุกข์นายกรัฐมนตรี ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้า
ตรวจค้น และไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ แต่สภาพบ้านเสียหายอย่างหนัก
โดยเฉพาะตู้เย็นในบ้าน มีรูกระสุนกว่า 50 นัด นายนิสสัย และนางอุดม
ศตะกูรมะ ซึ่งอยู่บนบ้านเพียงสองคน ถูกคุมตัว ใช้ปืนเอ็ม 16 จ่อศีรษะ
นานหลายชั่วโมงจนถึงเช้า ตำรวจแถลงภายหลังว่า ได้รับข้อมูลผิดพลาด
และยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด โดยนำตู้เย็นที่ถูกยิงกลับไปด้วย
อ้างว่าจะซื้อให้ใหม่ ต่อมาทางครอบครัว"ศตะกูรมะ" ติดต่อขอคืน
เพื่อนำไปเก็บไว้เตือนความทรงจำ

เหตุการณ์ไม่เพียงเท่านั้น ในวันต่อมา ลูกชายคนสุดท้องของทั้งสอง ซึ่งต้อง
คดีอาญา และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพิ่งได้รับพระราชทาน
อภัยโทษ และกำลังจะได้รับการปล่อยตัว กลับเสียชีวิตอย่างปริศนาในห้องขัง
แพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า "ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจาก
พยาธิสภาพปอดและตับ" รายงานผลการตรวจโดยห้องปฏิบัติการระบุว่า
พบสตริกนิน (Strychnine) ในกระเพาะอาหาร ต่อมาสถาบันนิติเวชวิทยา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า เกิดความผิดพลาดในการพิมพ์ผลการ
ตรวจ โดยเจ้าหน้าที่ธุรการพิมพ์ตกคำว่า "ไม่" ในรายงาน และนายแพทย์
ผู้ตรวจ เซ็นรับรองไปโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด
ภายหลังเหตุการณ์นี้ สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้นายยงยุทธ ว่า
"ยุทธ ตู้เย็น"
แต่เส้นทางการเมืองของ นายยงยุทธ ไม่จบเพียงเท่านั้น ในการเลือกตั้ง
ปี 2548 ที่พรรคไทยรักไทย ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอย่างถล่มทลาย
นายยงยุทธ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรก ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ช่วงนั้นเอง เกิด "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" เคลื่อนไหว
โค่นล้ม "ระบอบทักษิณ" เมื่อแรงต้านขยายวงเพิ่มมากขึ้น
นายยงยุทธ ถูกวิพากย์วิจารณ์ว่าระดมลูกจ้างในสังกัด
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ
เคลื่อนไหวเข้ามาประชิดกรุงเทพฯ จนหวิดจะเกิดเหตุการณ์ "ม็อบชนม็อบ"
นายยงยุทธ แถลงข่าวยืนยัน ไม่ใช่การจัดม็อบชนม็อบ แต่เป็น
การนำผู้รักษาความปลอดภัยจากอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ มาเฝ้าทุก
ส่วนราชการในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรฯ รวมถึงบางจุดที่ผู้ชุมนุม
จะเดินทางมา เพื่อรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะป้องกันการบุก
เผาทำลายสถานที่
หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นายยงยุทธ ถูก คมช.ควบคุมตัว
พร้อมนายเนวิน ชิดชอบ และชื่อของนายยงยุทธ ดูจะห่างหายไปจาก
สังคมไทยนานนับปี นายยงยุทธ อ้างว่า ช่วงที่หายหน้าไป
ได้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา และการกลับมาครั้งนี้ ไม่คิดจะมาล้างแค้น
ใครและขอให้เชื่อใจ เพราะตอนนี้ประเทศชาติมีแต่ความขัดแย้ง และจะ
เข้าไปสู่ทางตัน นายยงยุทธ ยังยืนยันว่าไม่มีความ
ทะเยอทะยานทางการเมือง และการเข้ามาทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค
พลังประชาชน เป็นเพราะได้รับการประสานงานจากพรรค ไม่ใช่คำสั่ง
จากอดีตนายกทักษิณ
นายยงยุทธ ติยะไพรัช รอดจากการถูกตัดสิทธิทางการเมือง
จากการยุบพรรคไทยรักไทย เนื่องจากไม่ได้เป็น กรรมการบริหารพรรค
111 คน จึงมีโอกาสลงสมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 ในนาม
พรรคพลังประชาชน แต่ถูกร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่าจ้าง
กำนันผู้ใหญ่บ้านหาเสียงให้
นายยงยุทธ จึงไม่ได้รับการรับรองจาก กกต.ในตอนแรก
แต่ก็มารับรองให้ตอนที่ กกต.จำเป็นต้องปล่อยผี ต้อน ส.ส.เข้าสภาฯ
ให้ได้ 95 % อย่างไรก็ตาม ประเมินกันว่า ถ้าผิดจริง นายยงยุทธอาจ
จะถูกให้ใบแดง ตัดสิทธิการเป็น ส.ส.
ที่สำคัญผลที่จะตามมาคือ จะต้องพิจารณาต่อว่า จะยุบพรรคพลังประชาชน
หรือไม่ เพราะตอนนี้ นายยงยุทธ ถือว่าเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค
พลังประชาชน
หลักฐานในนำมากล่าวหา นายงยุทธ คล้ายคลึงกับหลักฐานที่
ศาลรัฐธรรมนูญใช้ตัดสิน พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
จนเป็นเหตุให้ พรรคไทยรักไทย ถูกยุบ กรรมการบริหาร 111 คน
ถูกตัดสิทธิทางการเมือง