• SHUTTERTD
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oil_cameraman@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 40571
  • จำนวนผู้โหวต : 587
  • ส่ง msg :
ใครโยกเก้าอี้

เงาใครโยกเก้าอี้

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551
เที่ยวเมืองโบราณ วันเดียวคงไม่พอ
Posted by SHUTTERTD , ผู้อ่าน : 1293 , 13:54:30 น.   | หมวดหมู่ : Travel  
พิมพ์หน้านี้


             คงมีหลายคนที่ไปเที่ยวเมืองโบราณสมุทรปราการ แล้วนำภาพมาลง blog กันไปแล้ว เมื่อช่วงงานมหาพุทธบูชาพระบรมสารีริกธาตุโลก 2551 ระหว่างวันที่ 17 ม.ค.- 3 ก.พ.51 ผมเองก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเค้าเหมือนกัน ถ่ายรูปไว้เพียบ แต่เพิ่งจะเอาออกมาเผยแพร่ คนอื่นเค้าเอามาอวดกันไปถึงไหนแล้ว บางคนดูรูปจนไปเที่ยวกลับมาแล้วซะด้วยซ้ำไป ทำไงได้ล่ะครับ ก็หน้าที่การงานมันยุ่งซะจนไม่ค่อยมีเวลา (ข้ออ้างเดิมๆ มุขเก่าๆ) ถึงแม้ว่ารูปถ่ายภายในเมืองโบราณอาจจะหาดูได้จากทั้งใน blog oknation รวมถึงเวปไซต์ของเมืองโบราณเอง ยังไงซะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ญาติโก โหติกา อย่าเพิ่งเบื่อเลยนะครับรบกวนช่วยๆ ดูรูปของผมหน่อยนะครับ ขอร้อง Please.........

              ขอเล่าที่มาที่ไปของการไปเที่ยวเมืองโบราณในครั้งนั้นซักนิดนะครับ มันเริ่มมาจากความเสียดายที่ไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับทีมงานผลิตสกู๊ปมดหลากสี เค้าไปถ่ายทำกันมา แล้วกลับมาบอกกับผมว่าน่าเสียดายที่ผมไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยเหมือนเมื่อครั้งไปสมุทรสงคราม 

             แต่โอกาสที่จะได้ไปเที่ยวเมืองโบราณไม่ได้หมดลงแค่นั้น เพราะว่าถัดจากนั้นมาไม่กี่วันเพื่อนของผมก็โทรมาชวน บอกว่าเมืองโบราณเค้าเปิดให้เข้าฟรี ไปเที่ยวกันมั้ย มีรึ!!! ที่ผมจะปฏิเสธ เพราะพลาดมาแล้วครั้งนึงกับของฟรี ผมรีบตอบรับพร้อมกับนัดแนะวันเวลา 

             เพื่อนคนที่โทรมาชวน เล่าให้ผมฟังว่า เคยไปเที่ยวเมืองโบราณมาแล้วครั้งนึงกับครอบครัว แต่ว่ายังเที่ยวชมได้ไม่ทั่วถึง ถ้าจะเที่ยวชมให้ทั่วถึงและเก็บภาพให้ครบทุกสิ่งก่อสร้างทั้งเมืองโบราณต้องใช้เวลาอย่างน้อย หนึ่งวันเต็มๆ จริงๆ แล้วหนึ่งวันเต็มๆ สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไปเที่ยวแบบไม่ต้องถ่ายรูปก็คงเพียงพอ แต่สำหรับผมและเพื่อน ต้องอย่างน้อยสองวันเต็มๆ ครับ

             เรานัดหมายกันวันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2551 ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปให้ถึงเมืองโบราณซักประมาณสิบโมงเช้า จะได้มีเวลาเที่ยวชมกันหลายๆ ที่ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เพื่อนคนที่นัดดันนอนตื่นสาย กว่าจะรวมตัวกันได้ครบก็ปาเข้าไปสิบโมงกว่า และกว่าจะเดินทางไปถึงเมืองโบราณก็ปาเข้าไปเที่ยง ระหว่างทางก็ยังเถียงกันอยู่ว่าเค้าเปิดให้เข้าฟรีจริงรึเปล่า จนกระทั่งไปถึงหน้าเมืองโบราณแผ่นป้ายประกาศขนาดใหญ่ระบุว่ามีงานมหาพุทธบูชาพระบรมสารีริกธาตุโลก 2551 เปิดให้เข้าชมฟรี เกือบจะทิ่มตาอยู่แล้ว

           ที่ไหนมีของฟรี ที่นั่นคนต้องเยอะ รวมถึงงานนี้ด้วย ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเดินทางมาเที่ยว ทั้งแบบเป็นคณะทัศนศึกษา และแบบประชาชนทั่วไป ทั้งนำรถมาเอง และนั่งรถโดยสาร ใครที่นำรถยนต์มาเองจะเอารถเข้าไปขับชมรอบๆ ก็ไม่เสียค่าใช้จ่าย ผมกับเพื่อนก็ยังลังเลว่าจะจอดรถแล้วไปเช่าจักรยาน หรือจะขับรถเข้าไปเลย ลังเลกันอยู่นานมาก จนเวลาเกือบบ่ายโมง เลยได้ข้อสรุปว่า สมควรที่จะขับรถเพราะว่าไม่อยากรอคิวรับจักรยาน เพราะคนเยอะมากๆ คิวยาวเหยียด แต่นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีเพราะว่าถ้าขี่จักรยานจริงๆ คงเหนื่อยเอาการบางสิ่งบางอย่างอาจจะถลอกได้

      เพียงแค่เริ่มต้น ผมก็เสียเวลากับการถ่ายภาพพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช อยู่หลายนาที กดชัตเตอร์ไปหลายรูป จนเพื่อนต้องเตือนว่า ถ้าอยากเที่ยวให้ครบ แนะนำว่าให้ถ่ายได้ไม่เกินสามรูป ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับผม คงเพราะผมถ่ายรูปไม่เก่ง ถ่ายยังไงก็ไม่สวยซักที เลยต้องเดินวนอยู่หลายรอบ

                  จุดหมายหลักที่ต้องไปให้ครบ คือจุดไหว้พระทั้ง 9 จุด ตามชื่องาน มหาพุทธบูชาพระบรมสารีริกธาตุโลก ไหว้พระ 9 วัดรับพร 9 ประการ แต่ละที่ก็จะมีโปสการ์ดแจกให้เป็นที่ระลึก เหมือนเล่นตามล่าหาขุมทรัพย์ตามลายแทง ทั้ง 9 สถานที่ ประกอบด้วย

1.  หอพระแก้ว

                      เมื่อครั้งที่พระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีอำนาจแผ่ไพศาลปกครองบ้านเมืองน้อยใหญ่ต่างๆมากมาย และได้นำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเครื่องบรรณาการจากต่างแดนต่างถิ่นมารวมไว้ให้คนได้เคารพบูชาในฐานะที่เป็นเมืองศูนย์รวมความศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เมืองโบราณได้สร้างหอพระแก้ว มีลักษณะเป็นหอแปดเหลี่ยม ได้แบบมาจากภาพสลักบนบานประตูตู้พระธรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา

 ภายในประดับตกแต่งสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เช่น ภาพพุทธประวัติ ชาดก ไตรภูมิพระร่วง พระพุทธรูปแบบต่างๆ และงานศิลปกรรมอีกหลายแขนง เช่น งานจำหลักไม้ งานประดับมุก ถือได้ว่าหอพระแก้วแห่งนี้ คือสัญลักษณ์ของความเป็นศูนย์กลางทางศาสนา แห่งราชธานีศรีอยุธยาในอดีตนั่นเอง

2.  พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท

                   สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น เป็นพระที่นั่งที่รวมความเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ฐาน เสา ลวดลายประดับ ซุ้มพระทวาร พระบัญชร หลังคา และเครื่องยอด พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีและรับแขกเมืองของพระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่๒พ.ศ.๒๓๑๐ พระที่นั่งองค์นี้ถูกพม่าเผาเหลือแต่ซากฐาน

                     เมืองโบราณได้สร้างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทขึ้น โดยค้นคว้าจากหลักฐานดั้งเดิมที่เหลือทั้งของไทยและต่างชาติ มากำหนดเป็นผังขึ้นและหาหลักฐานจากภาพเขียน ไม้สลัก และโบราณวัตถุสมัยอยุธยาเป็นจุดเริ่มต้น ประกอบกับหลักฐานจากเอกสาร สอบค้นลักษณะภายในของพระมหาปราสาท พร้อมทั้งตรวจสอบหลักฐาน โดยเชื่อมั่นว่าใกล้เคียงกับความจริงแล้ว จึงหาลายประดับต่างๆ สมัยอยุธยาที่เหมาะสมกับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของปราสาท ทั้งการประดับตกแต่งภายนอก เช่น โครงสร้างเครื่องยอดหลังคา ได้รูปแบบจากเครื่องยอดหลังคาของสังเค็ดไม้ในวิหารวัดพระพุทธชินราช พิษณุโลก หลังคาดีบุก ได้แบบจากหลังคาพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเครื่องยอดทุกส่วนล้วนหุ้มด้วยดีบุกทั้งสิ้น ช่อฟ้า และ ใบระกา ได้แบบมาจากวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ ทวยได้แบบมาจากวัดศาลาปูนอยุธยา ซุ้มประตูหน้าต่างบันแถลงและองค์มณฑป ได้แบบมาจากวัดเขาบันไดอิฐเพชรบุรี และวิหารหลวง วัดมหาธาตุ นครศรีธรรมราช สิงห์ ที่ประดับหน้าบันไดทางเข้าถ่ายแบบมาจากวัดธรรมิกราช อยุธยา เป็นต้น

                        การประดับตกแต่งภายใน เช่น ผนังเป็นลายปูนปั้นลงรักปิดทองประดับกระจก ได้แบบมาจากวัดนางพญาที่ศรีสัชนาลัย เพดาน ได้แบบอย่างจากไม้สลักที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุโขทัย ดาวเพดาน ได้แบบอย่างมาจากวัดมหาธาตุเชลียงสุโขทัยและวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา ภายในพระที่นั่งองค์กลางมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง นารายณ์สิบปางตามที่ระบุไว้ในหนังสือหอวังซึ่งเป็นเอกสารสมัยอยุธยา และที่นี้เคยประดิษฐานพระแท่นบรรยงก์สามชั้น หุ้มทองคำประดับพลอยนวรัตน์ แต่พม่านำไปอังวะเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๓๑๐

                   พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและรับราชทูต ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ทรงใช้พระที่นั่งสรรเพชญปราสาทณ เมืองโบราณ รับรองสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธท ี่๒ และพระราชสวามีเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๕ ซึ่งในวันนี้ถือเป็นสิริมงคล และเสมือนเป็นวันเปิดเมืองโบราณ ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการด้วย

(ของแถม : ภาพบรรดามือโปร ออกทริปถ่ายรูปกัน เห็นแล้วไม่กล้าเข้าใกล้)

3.  มณฑปพระพุทธบาท สระบุรี

                       มณฑปพระพุทธบาท สระบุรี เป็นพุทธสถานสำคัญ สถาปัตยกรรมแบบอยุธยา มีลักษณะเป็นมณฑปฐานสูง สร้างครอบรอยพระพุทธบาทซึ่งอยู่บนยอดเขาพระพุทธบาท จ. สระบุรี ตามตำนานเล่าว่า มีนายพรานนาม พรานบุญพยายามไล่เนื้อไปตามไหล่เขา จนพบเนื้อที่ตนยิงบาดเจ็บนั้นไปกินน้ำในแอ่งเล็กแห่งหนึ่ง แล้วบาดแผลที่ลำตัวก็หายไปหมดเป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก พรานบุญจึงไปดูที่แอ่งนั้นพบว่าเป็นรอยพระพุทธบาท เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมแห่งอยุธยา จึงได้เสด็จฯมาทอดพระเนตรก็รู้ชัดว่า เป็นรอยพระพุทธบาทตามที่อ้างถึงในคัมภีร์ของพระสงฆ์ฝ่ายลังกา

                       เมืองโบราณ สร้างมณฑปพระพุทธบาท โดยยึดถือข้อมูลจากนิราศพระบาทของสุนทรภู่ และปุณโณวาทคำฉันท์ของพระมหานาค วัดท่าทรายซึ่งกล่าวถึงลักษณะก่อนที่จะถูกบูรณะ ในสมัยหลัง การตกแต่งภายใน โดยเฉพาะการประดับกระจกเงาบนผนัง และเพดานยึดตามหลักฐานที่มีกล่าวในจดหมายเหตุขุนโขลน ส่วนรอยพระพุทธบาทนั้นได้รับมอบจาก ฯพณฯประธานาธิบดีอินเดียเมื่อครั้งมาเยี่ยมชมเมืองโบราณ

4.  วัดจองคำ ลำปาง

 

                         ตามประเพณีของคนไทใหญ่หรือเงี้ยวในภาคเหนือ วัดสำคัญของบ้านเมืองมักชื่อว่า วัดจองคำ พบแทบทุกจังหวัดในภาคเหนือ ลักษณะเด่นของวัดไทใหญ่ คือเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาส เชื่อมต่อกันในอาคารหลังเดียวกัน ไม่ได้แยกส่วนกันเช่นในวัดไทยภาคกลาง

                              วัดจองคำแห่งนี้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ เมืองโบราณได้ขอผาติกรรมมาจากวัดจองคำที่ อ. งาว จ. ลำปาง ซึ่งรื้อถอนมาโดยเก็บรายละเอียดของส่วนต่างๆ อย่างดีที่สุด อาคารมีลักษณะพิเศษคือสร้างด้วยไม้สัก โดยวิหาร ศาลา และกุฏิ รวมอยู่ในชุดเดียวกัน หลังคาเป็นชั้นๆ ซ้อนเป็นทรงสูง งานสลักไม้แสดงความองอาจในฝีมือช่างไทยภาคเหนือเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการซ้อนหลังคา และการจัดจังหวะช่องไฟของลวดลายตกแต่ง ก็มีความวิจิตรงดงามอย่างลงตัว

5.  วิหารวัดเชียงของ เชียงราย

                           วัดไทยทางเหนือแต่โบราณ ให้ความสำคัญแก่วิหารมากกว่าโบสถ์ เพราะวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน ผู้คนมาทำบุญกราบไหว้และประกอบพิธีกรรมได้ทุกเวลา วิหารหลังนี้ เมืองโบราณได้ขอผาติกรรมมาจากวัดเชียงของ อ. เชียงของ จ. เชียงราย

 

เป็นอาคารเครื่องไม้เก่าแก่ของท้องถิ่น ลักษณะเป็นอาคารโถงขนาดใหญ่ สร้างขึ้นด้วยวิธีการง่ายๆ แต่ชาญฉลาด โดยการใช้คานไม้ล้อมเสาวิหารทุกต้นไว้ด้วยกันในตอนบน ทำให้อาคารตั้งอยู่อย่างปลอดภัย แม้ว่าโคนเสาเบื้องล่างจะขาดคอดิน เนื่องจากการผุกร่อนก็ตาม หลังคามุงด้วยกระเบื้องไม้ ก็ใช้ขอไม้เกี่ยวกับไม้ระแนงที่ทำจากต้นหมาก โดยไม่ต้องใช้ตะปูหรือโลหะยึด

6.  มณฑปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม)

                   ความเมตตากรุณาและความยุติธรรม เป็นคุณธรรม ๒ ประการ ของการอยู่ร่วมกันในสังคมของมนุษยชาติ ในความเชื่อพระพุทธศาสนานิกายมหายาน พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร คือพระเทพแห่งเมตตาธรรม เป็นเทพที่มีความโดดเด่นที่สุด เพราะมีผู้นับถืออย่างแพร่หลาย จากอินเดียไปยังจีน ทิเบต ญี่ปุ่น และเกาหลี

พระโพธิสัตว์องค์นี้ มีลักษณะ ีพระวรกายที่งดงามอ่อนโยน ทรงสังวาลเป็นรูปเนื้อทราย สายพระเนตรที่แสดงความกรุณาห่วงใยมวลมนุษย์ ในเมืองจีนเรียกพระโพธิสัตว์องค์นี้ว่า กวนอิม หลังสมัยราชวงศ์ถังลงมา ได้เกิดตำนานเจ้าแม่กวนอิมขึ้น ทำให้มีการสร้างรูปพระโพธิสัตว์องค์นี้เป็นสตรี และปัจจุบันคนส่วนใหญ่รู้จักว่าคือ เจ้าแม่กวนอิม
 

7.  ศาลาพระอรหันต์

                     พุทธศาสนามหายาน เป็นศาสนาสำหรับชนหมู่มาก ที่มีความเข้าใจในเรื่องคุณธรรมและจิตวิญญาณที่ต่างระดับกัน การสั่งสอนและอบรมทางพระศาสนา จึงต้องใช้กุศโลบายให้เหมาะสมตามยุคสมัย

                      การสร้างเรื่องพระอรหันต์ นับเป็นอุบายที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นว่า ผู้คนที่มีความหลากหลายในชาติกำเนิด และที่ประพฤติคุณธรรมที่แตกต่างกันนั้น ก็สามารถบรรลุความเป็นอรหันต์และพระนิพพานได้เช่นเดียวกัน

8.  วิหารวัดภูมินทร์ น่าน

 เดิมเรียก วัดพรหมมินทร์ ภายหลังต่อมาเรียกวัดภูมินทร์ สร้างโดยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เมื่อราว พ.ศ.๒๓๑๙ ต่อมาได้มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าเมืองน่าน เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๐ มีลักษณะแปลกกว่าวิหารอื่นคือเป็นวิหารทรงจตุรมุข มีประตูซุ้มสี่ทิศ ทำบันไดขึ้นลงทุกประต แต่ประตูทางทิศเหนือ และใต้ทำเป็นบันไดรูปพญานาคราชเลื้อยออกจากผนังวิหาร กลางวิหารทำฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยสี่องค์ พระปฤษฎางค์ชนกันหันพระพักตร์ไปในทิศทั้งสี่ เหนือพระเศียรพระพุทธรูปขึ้นไปทำเป็นบัวบานหงายจรดกับเพดานวิหาร

                     ภายในพระวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบพื้นบ้านอายุร้อยกว่าปี เรื่องคัทธกุมาร นิทานชาดกของภาคเหนือ ภาพจิตรกรรมบางตอนแสดงวัฒนธรรมและชีวิตของชาวพื้นเมือง บางตอนแสดงบาปบุญคุณโทษตามคติศาสนา เช่น นรกภูมิ ซึ่งทางเมืองโบราณได้นำแบบมาเขียนไว้ด้วย เมืองโบราณ ได้สร้างวิหารวัดภูมินทร์ขึ้น โดยสร้างย่อจากของจริงลงมาเป็นสองในสามส่วน

9.  วิหารล้านช้างและหอไตร

(ภาพถ่ายจากเวปไซต์ www.ancientcity.com)

ชุมชนทางภาคอีสาน ได้ก่อร่างสร้างตัวมาแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว และมีศิลปะที่มีลักษณะเฉพาะ แตกต่างจากศิลปะของท้องถิ่นอื่นๆ นั่นก็คือ ศิลปะล้านช้าง

(ภาพถ่ายจากเวปไซต์ www.ancientcity.com)

                        เมืองโบราณ ได้สร้างหอพระไตรปิฎกแบบล้านช้างขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ ศึกษาลักษณะอาคารแสดงศิลปะท้องถิ่นแบบล้านช้าง ฝีมือช่างพื้นเมืองอีสาน ที่นิยมใช้ไม้ก่อสร้างอาคารซึ่งปัจจุบันหาชมได้ยากแล้ว

             นอกจากจุดไหว้พระทั้ง 9 จุด ที่สร้างความประทับใจให้กับผมแล้ว ยังมีอีกหลายๆ สถานที่ ซึ่งการเที่ยวชมแบบแข่งกับเวลา ทำให้ไม่สามารถเที่ยวได้ทั่วถึง ผมกับเพื่อนๆ เลือกสถานที่ ที่สำคัญๆ และอยากไป ประมวลภาพเอาไว้ ให้เพื่อนๆ ได้รับชมดังนี้

                        จากการถกเถียงกันในตอนแรก ว่าเข้าชมฟรีรึเปล่า? มาถึงตอนท้ายกลับทำให้ผมคิดว่า ไม่ว่าจะฟรี หรือต้องจ่ายค่าเข้าชม เมืองโบราณก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะอย่างยิ่งในการท่องเที่ยวถ่ายภาพ ค่าเข้าชมที่เก็บในวันปกติสำหรับผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท นำรถเข้าไปคิดเพิ่ม 100 บาท ไม่รวมคนขับ ผมถือว่าไม่แพง และยินดีที่จะจ่ายเพื่อแลกกับความคุ้มค่าที่จะได้มา ทั้งคุณค่าทางศิลปะ ความสวยงามและหลากหลาย ความตั้งใจของผู้จัดสร้างซึ่งผมขอยกย่อง และยกให้เป็นอีกหนึ่งห้องเรียนภาคปฏิบัติสำหรับการถ่ายภาพที่ดีเยี่ยม   

   

(ขอขอบคุณข้อมูล จุดไหว้พระ 9 จุด จากเวปไซต์ www.ancientcity.com)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

เคยไปเที่ยวเมืองโบราณเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา
ไปคนเดียว เช่าจักรยานปั่นเที่ยว
ไม่ค่อยได้ชื่นชมความสวยงามของวัตถุที่อยู่ภายในสถานที่ต่างๆสักเท่าไหร่
ต้องคอยเฝ้าจักรยานอยู่เรื่อย ไม่กล้าเดินไปไหนไกลๆ กลัวจักรยานหาย กลัวได้เดินกลับ (ไกลน่าดู)
มีโอกาสได้มาอ่านเรื่องราวและภาพสวยๆที่ SHUTTERTD นำมาเสนอ
ทำให้ตัวเองรู้ว่าพลาดอะไรหลายๆอย่าง
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆและภาพสวยๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 32
midnightcopy วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 19.09 น.
http://www.oknation.net/blog/midnightcopy


ชอบภาพนี้ที่สุดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
midnightcopy วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/midnightcopy

วันเดียวเที่ยวไม่พอแน่ค่ะ
น่าถ่ายรูปทั้งน้าน.....
ความคิดเห็นที่ 30
มะอึก วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 15.19 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

งามมากครับ...งามทุกภาพ...
อยู่เลยบ้านผมไปนิดเดียว ผ่านไปผ่านมา ไม่เคยเข้าไปเยือนสักครั้ง
.
ความคิดเห็นที่ 29
naijoe วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 06.41 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

เมืองโบราณนี่ก็ไม่ได้ไปตั้งนานแล้วหล่ะครับ...

งดงามจริงๆครับ...ทุกภาพเลยครับ...


ความคิดเห็นที่ 28
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 20.28 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ถ่ายภาพสวยจังค่ะ แอบเห็นก๋วยเตี๋ยวเรือ กลืนน้ำลายเลย
จริงๆ ไม่ไกลจากบ้านค่ะ เพราะสะพานวงแหวนเสร็จแล้ว ไม่นานก็ถึง
คุ้นๆว่า เคยไปแต่ นานมาก
วันนี้มาเที่ยวบล็อกนี้ เลยอยากไปเที่ยวอีกจัง
ความคิดเห็นที่ 27
Ch.Minivet วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 15.40 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
เชิญร่วมสัมมนา PARK FOR SALE OR PARK FOR PEOPLE..วันที่ 19 ตุลาคม 2551 ..เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย

น่านจิ..คลิ๊กเข้ามาดูแค่ครั้งเดียว จะพออะไร

... ... ...

มามอง อีกแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 26
hathai วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 19.18 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

รูปถ่ายส่วนใหญ่เหมือนโปสการ์ดเลยค่ะ

สวย ๆ ทั้งนั้น
ความคิดเห็นที่ 25
Din วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 12.33 น.
http://www.oknation.net/blog/372smallroom
ดินน้อมรับคำปรามาส แล้วผลิดอกเพื่อตอบแทน(ชมรมคนรักษ์ภาษาไทย)

"แนะนำว่าให้ถ่ายได้ไม่เกินสามรูป ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับผม คงเพราะผมถ่ายรูปไม่เก่ง ถ่ายยังไงก็ไม่สวยซักที เลยต้องเดินวนอยู่หลายรอบ"
หมั่นไส้ อ่ะ 555
แต่รู้สึกว่าคราวนี้บางรูปขุ่นๆ ผิดไปจากปกตินะคะ
แนะนำว่าลองไปถ่ายรูปที่พิพิธภัณฑ์ช้าง เจ้าของเดียวกับเมืองโบราณนี่ด้วยนะคะ ...สวยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 24
ปณาลี วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/iisu

มื่อใหม่หัดถ่ายอย่างข้าน้อย ทึ่งค่ะ...
สวยมากๆ
ความคิดเห็นที่ 23
Romeoza วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 16.51 น.
http://www.oknation.net/blog/romeoza

เป็นสถานที่ที่ผมว่า
ทำให้เราเห็นเมืองไทยมากกว่าแค่เรารู้จัก
แต่ที่นี่เห็นอดีต เห็นอารยธรรมของไทย
ที่งดงามและเป้นเอกรักษ์ของไทยไว้อย่าง
น่าภูมิใจครับ
ความคิดเห็นที่ 22
วิตามินบี วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


วัดทางเหนือสวยจริงๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
mr_taweesak วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 07.40 น.
http://www.oknation.net/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

ภาพสวยเด็ดขาดทุกรูปเลยครับ ... รับ 1 โหวต ... ต้องหาโอกาสกลับไปเยือนอีกแล้ว เพราะไปมาครั้งล่าสุดก็เกือบ 15 ปีมาแล้วครับ แต่ยังดูงดงามคลาสสิคอยู่เลย
ความคิดเห็นที่ 20
จอมโจร วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 16.51 น.
http://www.oknation.net/blog/JomJone
ทุกเรื่องที่อยากเขียน เรื่องราวมากมายในชีวิต ทั้งด้านดีและด้านเลว

นั่นแน่! เดี๋ยวนี้บุกไปแถวบ้านเราซะด้วย ดีใจที่ได้ไปเมืองโบราณแบบไม่ต้องเสียตังค์ งานนี้คนเยอะ แต่ได้บรรยากาศความคักคักไปอีกแบบ

แต่ถ้าอยากไปแบบสงบๆ เต้องไปวันธรรมดา เสาร์อาทิตย์ ทัวร์ลงเพียบบ

ว่าแล้วเริ่มอยากไปอีกซะแล้วซิเรา

5 5
ความคิดเห็นที่ 19
mr.koe วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 13.39 น.
http://www.oknation.net/blog/nammon
*ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง นั ก ถ่ า ย ภ า พ ส มั ค ร เ ล่ น บ้ า น น อ ก ! ! !

"กรี๊ดด" เนี่ยมันสวยมากๆๆ นี่หน่า....
ความคิดเห็นที่ 18
ย่าดา วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ทำร้ายจิตใจกันสุดฤทธิ์ ที่นี่ย่าเคยไปแต่ไม่เคยได้แวะทั่วๆสักที

ฝันอยากจะไปถ่ายภาพเป็นจริงเป็นจังซักครั้ง
ยังไม่มีโอกาสเลย
เห็นด้วยค่ะว่าหากจะเก็บภาพจริงๆต้องสักสองวัน
แต่ที่คุณชัตเตอร์เก็บมานี่ก็งามสลบแล้วนะคะ
ย่าคงต้องขอหลบถ่ายยังไงก็ได้สวยไม่เท่า
พาย่าไปสอนหน่อยจิ อยากก๊อบมุม อิอิ
ความคิดเห็นที่ 17
ลุงเอก วันที่ : 15/02/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/WidelyLife
ท่องเที่ยวไป...ด้วยใจอนุรักษ์และรู้คุณค่า

สวยสดงดงามครับ
สีสันแหล่มดีจริง ๆ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 16
lady วันที่ : 15/02/2008 เวลา : 15.08 น.
http://www.oknation.net/blog/ladystudio

ถ้าจะบอกว่าไม่เคยไปเลยจะเป็นไรมั๊ยนี่...

ถ้าคุณ shutterTD ถ่ายออกมาไม่สวย ของ lady ก็ขี้เหล่ดิ...
ความคิดเห็นที่ 15
ทรายรุ้ง วันที่ : 15/02/2008 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

เคยไปชมความงดงามมา..เก็บภาพมาเหมือนกันค่ะ
แต่ภาพที่ได้ก็ไม่สวยน่าสนใจเท่ามืออาชีพอย่างคุณชัตเตอร์เลยนะค่ะ..เลยต้องขอชมภาพนาน ๆหน่อยและขอก๊อปไว้เลยนะค่ะ..อิอิ
มีความสุขกับทุก ๆวันนะค่ะ..อย่าลืมมาเก็บภาพสวย ๆที่เกาะกูดนะ
ความคิดเห็นที่ 14
siampatriot วันที่ : 15/02/2008 เวลา : 12.26 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

เที่ยวทั่วไทยใน ๑ วัน
สวยสดจังครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 15/02/2008 เวลา : 01.28 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...ธรรมดา ศ.3 ตค.51นี้ ขอเชิญชมคอนเสิร์ตรวมพลคนคลื่นใจ ครั้งที่2 ( และร่วมประมูลของที่ระลึกจากศิลปิน...เพื่อเด็กดอยอุ้มผาง )

แหมท่าน....ผมพึ่งไปมา ว่าจะขีดเขียนซะหน่อย..พอดีต้องรอต่อหลายคิว...แต่ของท่านที่ว่าไม่ทั่ว ผมว่าที่ลงมานี้แยอะมากแล้วนะครับ.ผมยังไปไม่ได้ขนาดนี้เลย...ถือว่าลงเรื่องราวได้ดีมาก และรูปสวยมากๆๆๆ+1เลยครับ..
ความคิดเห็นที่ 12
แพนด้ามหาภัย วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 23.57 น.
http://www.oknation.net/blog/pandapanda
+ + My Life as a Bitter Sweet Chocolate + +


เห็นด้วยจริงๆ ค่ะว่า ที่นี่วันเดียวไม่พอ 55
ชอบไปถ่ายรูปที่เมืองโบราณเหมือนกันค่ะ
ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลย ...
ความคิดเห็นที่ 11
วิตามินบี วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 23.21 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ความรักทำให้โลกสว่าง
แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด
คนสองคนที่รักกัน
ก็มองเห็นดวงดาวที่ใสสว่าง
ในดวงตาของกันและกัน

สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
suta วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 23.20 น.
http://www.oknation.net/blog/suta

มุมภาพสวยขนาดนี้ยังถล่มตัวอีก....เจ้ ชอบ
ความคิดเห็นที่ 9
minmint วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 22.36 น.
http://www.oknation.net/blog/paradiso


ภาพสวยอัศจรรย์ใจทู๊กกกกกภาพเรย...ฝีมือระดับเทพ....
มอบโหวตเป็นรางวัล...
สุขสันต์วันแห่งความรัก
ความคิดเห็นที่ 8
SHUTTERTD วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 20.59 น.
http://www.oknation.net/blog/SHUTTERTD

ต้องขอขอบคุณ คุณศุภศรุตมากครับที่ทักท้วงมา ผมพลาดซะแล้ว จริงๆ แล้วต้องเป็นพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ผมนำข้อมูลที่ผิดมาลง ขอบคุณจริงๆ ครับ เดี๋ยวผมจะแก้ไขครับ
ความคิดเห็นที่ 7
hooknoi วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 20.39 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

ก่อนอี่นต้องบอกว่ารูปสวยมากๆๆๆเลยครับ สำหรับทริปนี้ ยิ่งเป็นสถานที่ที่ผมชอบแล้วด้วย ยิ่งดูยิ่งประทับใจครับ อันที่จริงเคยไปเมืองโบราณมาก็หลายครั้ง แต่ถ้าให้ไปอีกก็อยากไปนะครับ กับค่าเข้าชม 100 อยากบอกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม นับถือคุณเล็ก ผู้ให้กำเนิดเมืองโบราณ ที่แค่คิดว่าจะสร้างก็ไม่คุ้มค่าเงินลงทุนแล้ว อยากบอกว่าเห็นเมืองโบราณแล้วภูมิใจครับ

เคยอ่านหนังสือแค่ประวัติการสร้างพระที่นั่งสรรเพชร ที่กว่าจะได้อย่างที่เห็นต้องผ่านการศึกษาอย่างละเอียด เพราะของจริงไม่มีอยู่แล้ว เรียกว่า สวย สง่า ยิ่งใหญ่ครับ

เห็นรูปแล้วอยากไปอีกเลยครับ ยิ่งตอนนี้วงแหวนด้านใต้เสร็จ ขับรถจากบ้านไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว
ความคิดเห็นที่ 6
ศุภศรุต