| shuttertd ลุยทุ่ง | ||
กลับบ้านที่อยุธยา ต้นข้าวกำลังออกรวง เขียวขจีเต็มท้องทุ่ง |
||
|
View All |
||
| ใครโยกเก้าอี้ | ||
เงาใครโยกเก้าอี้ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนเดินทางไปเที่ยวระยองในครั้งนี้ ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องกินทุเรียนให้ได้ทุกมื้อ หรือให้มากที่สุดเท่าที่ร่างกายจะรับไหว หลังจากที่ซื้อทุเรียนสดมาพร้อมกับทุเรียนทอด แล้วไปนอนกินทุเรียนอยู่ริมหาดแหลมแม่พิมพ์จนหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเย็นพ่อแม่พี่น้องนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางมานั่งตากลม เล่นน้ำ ปิกนิกกันริมหาด ผมเลยต้องตื่นแล้วกลับที่พัก แต่ทุเรียนที่ซื้อไว้ยังไม่หมดตั้งใจเอาไว้ว่าจะเก็บไว้กินหลังอาหารเย็น
รุ่งเช้าวันใหม่ยังไม่ได้กินทุเรียน เพราะตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวสวนผลไม้แล้วไปกินทุเรียนกันที่นั่น หลังจากที่กินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วก็มานั่งวางแผนว่าจะไปเที่ยวสวนผลไม้ที่ไหนดี ดูข้อมูลท่องเที่ยวแล้ว ถ้าจะไปสวนสุภัทรา ต้องขับรถจากแหลมแม่พิมพ์ไปที่ อ.บ้านค่าย ระยะทางก็ไกลไปนิดนึง สอบถามจากพนักงานของรีสอร์ทเค้าก็แนะนำว่ายังมีสวนผลไม้ที่อยู่ใกล้ๆ อีกสองสามแห่ง ตอนเดินทางมาก็ผ่านทางเข้าอยู่สวนนึง ปักป้ายเอาไว้ว่า "สวนผลไม้ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร อิ่มละ 60 บาท" ก็เลยตัดสินใจว่าลองแวะไปดูก่อน พอไปถึงเค้าก็แนะนำว่า ตอนนี้ที่สวนเหลือแต่มังคุดอย่างเดียวให้ลองไปอีกสวนนึง ใกล้ๆ กัน อยู่ตรงสามแยกอ่าวไข่ ใช้เวลาเดินทางไม่เกินห้านาทีก็มาถึง "จุดท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชุมชนบ้านชากมะกรูด" ที่มีคุณป้าสมพงษ์ ธรรมสนิท เป็นเจ้าของสวน
อิ่มละ 50 บาท นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ทั้งอิ่มอร่อย และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้รับ ถึงแม้สวนนี้จะไม่ใหญ่โต เนื้อที่ไม่กว้างขวางถึงขั้นต้องนั่งรถพ่วง หรือรถกอล์ฟ แต่เป็นสวนเล็กๆ ที่รองรับนักท่องเที่ยวได้ีดีในระดับหนึ่ง คุณป้าสมพงษ์ เจ้าของสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยมะพร้าวน้ำหอมสดๆ ที่เฉาะให้ดื่ม กินเนื้อมะพร้าวอ่อนๆ แก้กระหายก่อนเดินเข้าไปกินผลไม้สดๆ ในสวน
เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่ล่ะครับ ต้นเงาะ แต่ละต้นออกลูกดก บางพวงสีแดงสด นี่ขนาดว่าช่วงเวลาที่ไปถึง นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวก่อนหน้านี้ประมาณสองอาทิตย์ จะเก็บกินไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเหลือให้เห็นบนต้นอีกเยอะเลยทีเดียว เราสามารถเด็ดลูกที่สุกมากินได้เลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสุกเป็นยังไง เห็นลูกไหนแดงล่ะเป็นใช้ได้
ปากทางเข้ามีต้นลองกองอยู่ แต่เหลือลูกติดอยู่ที่ต้นไม่มาก เพราะว่าใครที่ไปเที่ยวต้องเจอต้นลองกองก่อน ก็จะเก็บกินจนหมด ทั้งๆ ที่ด้านในยังเหลือให้ได้เด็ดกินอีกเยอะ มังคุดก็มีทั้งที่เพิ่งออกลูกยังไม่สุก และที่สุกแล้วคือผลเป็นสีม่วงคล้ำเค้าก็เตรียมไม้เอาไว้ให้สอยลงมากินได้เลย
แต่ที่น่าเสียดายก็คือกระท้อน เท่าที่เห็นมีต้นเดียวแต่ว่าออกลูกดกมากๆ ขนาดว่าที่หล่นลงพื้นมองด้วยตาเปล่าว่าเยอะแล้ว แต่ยังเหลือบนต้นอีกเป็นร้อย แต่เจ้าของสวนเค้าก็ไม่ได้ห่อ เพราะว่าห่อไม่ไหว ไม่คุ้มค่าจ้าง ผมก็ลองเด็ดลงมากินดู เม็ดข้างในฟูหวาน อร่อยมาก
มื้อกลางวันของวันนี้ ก็เลยกลายเป็นผลไม้ ทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง ทั้งที่มีให้กินในสวนและที่เตรียมไว้ให้กินก่ิอนเดินทางกลับ แถมท้ายด้วยทุเรียนที่ออกมากินที่หน้าสวน เหตุผลที่ต้องออกมากินทุเรียนที่หน้าสวนเพราะว่า ภายในสวนมีต้นทุเรียนอยู่แต่ลูกออกและเก็บไปหมดแล้ว ป้าสมพงษ์ต้องไปซื้อมาจากสวนที่เป็นกลุ่มแม่บ้านเดียวกันเอามาไว้บริการนักท่องเที่ยว
ป้าสมพงษ์ ธรรมสนิท เจ้าของสวน เล่าให้ฟังว่า เดิมทีสวนนี้เป็นสวนมะพร้าว และแจ้งให้กับทางอำเภอทราบว่าเป็้นสวนมะพร้าว ตอนหลังป้าตัดต้นมะพร้าวทิ้งแล้วหันมาปลูกผลไม้ ทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง กระท้อน ทุเรียน ตอนแรกๆ ผลไม้ก็ราคาดี แต่พอราคาตก ป้าเค้าก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยคิดว่า เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเลยดีกว่าให้คนเดินทางมาหาเอง ไม่ต้องเอาไปขายที่ไหน แต่เพราะว่าแจ้งกับทางอำเภอว่าเป็นสวนมะพร้าว เพราะฉะนั้นเวลานักท่องเที่ยวมาก็ต้องไปซื้อมะพร้าวเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวด้วย
ส่วนค่าตอบแทนอิ่มละ 50 บาท สำหรับบางคนป้าบอกว่าไม่คุ้มเลย เพราะบางคนอยากกินทุเรียนมาก และกินเก่ง มาถึงกินกันเป็นลูก ทุเรียนที่สวนของป้าก็ไม่พอ ป้าก็ต้องไปซื้อจากสวนอื่นมาอีก แต่ป้าเค้าก็ภูมิใจ ที่ได้ช่วยเหลือชาวสวนเหมือนกัน เป็นการกระจายรายได้ แต่ส่วนตัวผมเอง วันนั้นผมก็ไม่ได้กินเป็นลูกๆ หรอกครับ แค่กินเงาะในสวนอย่างเดียวก็อิ่มจะแย่
แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าอย่าเอาไปเทียบกับสวนสุภัทรา เพราะเทียบกันไม่ได้ด้วยขนาดของพื้นที่ แต่ถ้าจะเทียบกันด้วยคุณค่าทางการท่องเที่ยว ผมว่าสู้กันได้ดีทีเดียวครับ ถ้าใครสนใจจะไปเที่ยวในปีหน้า ลองโทรศัพท์ไปสอบถามป้าสมพงษ์ ธรรมสนิท ดูก่อนก็ได้นะครับ ว่าผลไม้ออกหรือยัง พร้อมเปิดให้เที่ยวได้หรือยัง ผมฝากเบอร์โทรศัพท์ของป้าเค้าไว้เลยนะครับ 081-369-6300 และ 038-657-709
ออกจากสวนผลไม้พุงกางเลยทีเดียว ก็ขับรถต่อไปหาวิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ นั่งพักถ่ายรูปเล็กๆ น้อยๆ กันที่สวนวังแก้วที่เคยไปมาแล้วเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ยังเป็นเด็ก แล้วไปปิดท้ายที่ตลาดบ้านเพหาซื้อของฝาก และอาหารเย็น เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อเย็นวาน ทำให้รู้ว่าอาหารทะเลที่บ้านเพ ถูกกว่าบรรดาร้านอาหารที่ริมหาดจริงๆ ความสดก็ไม่แตกต่าง เมนูที่ทำให้รู้สึกว่าแตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือ ปูม้านึ่งนั่นเองครับ จากที่เมื่อวานได้กินครึ่งกิโลฯ มีสองตัว ตกตัวละร้อย วันนี้มาซื้อที่บ้านเพกิโลกรัมละ 350 บาท ได้มาทั้งหมด 8 ตัว ตัวเท่าๆ กับที่กินเมื่อเย็นวาน เฮ้อ....จะเรียกว่าอะไรดีครับ
|