วันเสาร์ ที่ 17 พฤศจิกายน 2550
ให้กำลังใจสำคัญอย่างไร ทำกันยังไง
Posted by
คนพิการ
,
ผู้อ่าน : 93
, 15:22:37 น.
พิมพ์หน้านี้
กำลังใจสำคัญอย่างไร ตอนเป็นเด็กทุกครั้งที่ขึ้นเวทีแสดงความสามารถในงานโรงเรียน เพื่อนๆ จะต้องคอยชะเง้อคอยาว สอดส่ายสายตาค้นหาแววตาที่คุ้นเคยของพ่อแม่ในหมู่บรรดาผู้ชมมากมาย เพื่อนบางคนยิ้มเมื่อเห็นคุณแม่นั่งดูตาปริบๆ แล้วแสดงอย่างเต็มที่ บางคนที่ไม่มีพ่อแม่มาดูก็ถึงกับแสดงไม่ออก หนักๆ เข้าก็ร้องไห้โฮ... ความทรงจำครั้งนั้นทำให้เมื่อโตขึ้นมาเป็นแม่คนเองแล้ว จึงไม่เคยพลาดชมการแสดงและเข้าร่วมกิจกรรมกับลูกเลยสักครั้ง เพราะเข้าใจว่าในความรู้สึกของลูกนั้น การได้รับกำลังใจจากคนที่รักมีค่ามากเพียงใด การให้กำลังใจเป็นแรงกระตุ้นเชิงบวก ที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ หรืออย่างที่มีศัพท์เก๋ๆ ว่าเป็นวัคซีนใจ ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคทางใจต่างๆ ให้ลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคขาดความมั่นใจ ขี้กลัว ไม่กล้า มองไม่เห็นคุณค่าตัวเอง ฯลฯ ล้วนป้องกัน รักษาและเสริมสร้างได้ด้วยการให้วัคซีนใจ ที่ไม่ต้องผ่านเข็มฉีดยาให้กำลังใจทำได้อย่างไรบ้าง เหนือสิ่งอื่นใดพ่อแม่ต้องเชื่อมั่นก่อนว่า ลูกมีศักยภาพทำงานสำเร็จได้ทุกอย่าง เท่าที่ขีดความสามารถสูงสุดของเขาจะทำได้ เปรียบเสมือนกับรถยนต์ไม่ว่าจะรุ่นไหน ยี่ห้อไหน มีสมรรถนะอย่างไร ก็ล้วนพาเราวิ่งไปถึงจุดหมายได้เหมือนกันทั้งนั้น แต่หากไม่มีน้ำมันแล้ว ก็จอดนิ่งสนิททุกคันนั่นเองวิธีการให้กำลังใจลูกจึงทำได้หลายแบบ ซึ่งจะเลือกใช้แบบใดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของแต่ละสถานการณ์1. คำพูด ได้แก่ การชม ปลอบโยน โน้มน้าว ฯลฯ "ลูกเต้นได้สวยมาก โดยเฉพาะท่าหมุนตัว" "ลูกเล่ารายงานให้แม่ฟังก่อนดีไหม แล้วพรุ่งนี้แม่จะไปส่งที่โรงเรียน" ควรชมเมื่อลูกทำงานสำเร็จหมาดๆ หรือกำลังทำงานนั้นอยู่ ระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่าชมลูกเรื่องอะไร เพราะอะไร ลูกจะรับรู้ว่าเราใส่ใจในความรู้สึกของเขาอย่างจริงจัง 2. การกระทำ ได้แก่ จับมือ โอบกอด หอมแก้ม ลูบศีรษะ สบตา ฯลฯ ใช้เสริมกับคำพูด หรือในสถานการณ์ที่ต้องการสื่ออารมณ์มากกว่าคำพูด เช่น การแสดงสีหน้าชื่นชมเมื่อลูกแสดงอยู่บนเวที บีบมือเบาๆ เพื่อเสริมความมั่นใจ โอบกอดเมื่อลูกรู้สึกกลัว เป็นต้น 3. การให้รางวัล ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพง เพียงดอกไม้สักช่อ ตุ๊กตาสักตัว หรือการ์ดหนึ่งแผ่น ที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกดีๆ ก็พอ ให้ในโอกาสพิเศษจริงๆ ไม่ควรให้พร่ำเพรื่อ ขยายผลไปถึงเรื่องอื่นๆ นอกจากการเรียนและกิจกรรมที่โรงเรียนบ้างก็ดี โลกของลูกจะได้กว้างขึ้น หรืออย่างงานใดที่เราเห็นว่าลูกใช้ความพยายาม และทุ่มเทกับสิ่งนั้นมากเป็นพิเศษ แม้ผลจะออกมาสำเร็จหรือไม่ เราก็ควรให้รางวัล เพราะความสำคัญที่แท้จริงคือสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการที่เขาได้พยายาม มากกว่าจะดูที่ผลของการกระทำนั้น 4. ร่วมกิจกรรมกับลูก เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะในโรงเรียน ที่บ้าน หรือที่อื่นๆ ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมของลูก และมีส่วนร่วมไปกับเขา เพิ่มความกล้าให้เขารู้ว่า ไม่มีอะไรเกินความสามารถหากตั้งใจทำ หรือหากอยากทำอะไร ถ้าเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรแล้วให้ทำไปไม่ต้องกลัวพลาด กลัวผิด เพราะไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นพ่อกับแม่จะอยู่ใกล้ๆ เขาเสมอ
|