วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม 2551
ขรก.ลุ้นปรับเงินเดือน 4%
Posted by
คนพิการ
,
ผู้อ่าน : 176
, 10:38:13 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ขรก.ลุ้นปรับเงินเดือน 4%
ก.พ.เตรียมเสนอ 2 สูตรให้ รมว.คลัง ก.พ.เตรียมชงเรื่องปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 4%ให้ "หมอเลี้ยบ" ตัดสินใจเล็งเสนอ 2 สูตรไปพิจารณาปรับขึ้นตั้งแต่ ซี 1-6 หรือซี 1-7 รับมือกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ด้านขุนพลฝ่ายค้านจี้รัฐบาลควรนำงบกลางมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ถึงประชาชนระดับรากหญ้า ทั้งการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และอุดหนุนเรื่องการศึกษาก่อนเปิดภาคเรียน ที่สำคัญต้องเร่งแก้ปัญหาปุ๋ยแพง เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวว่านโยบายของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง ต้องการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน เริ่มจากแนวทางการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการเพื่อรองรับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสั่งการให้ ก.พ. รวมทั้งกรมบัญชีกลาง และสำนักปลัดกระทรวงการคลัง ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการกว่า 1.9 ล้านคน ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีการหารือในรายละเอียดร่วมกัน และได้ข้อสรุปในเบื้องต้นเพื่อเตรียมเสนอให้ นพ.สุรพงษ์ พิจารณาตัดสินใจ สำหรับแนวทางการขึ้นเงินเดือนที่จะนำเสนอนั้น มีหลายทางเลือกทั้งในแง่จำนวนและวงเงินที่ใช้ แต่จะเน้นกลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อยเป็นหลัก เช่น หากขึ้นเงินเดือนข้าราชการระดับ 6 ลงมา จะต้องเสียงบประมาณจำนวนเท่าไร และต้องขึ้นในสัดส่วนใดเพื่อให้เกิดความเหมาะสม หรือหากขึ้นเงินเดือนข้าราชการระดับ 7 ลงมาจะต้องมีจำนวนข้าราชการเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ซึ่งล้วนมีผลต่อการใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลด้วย ด้านแหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สูตรในการปรับขึ้นเงินเดือน ประกอบด้วย การปรับให้ตั้งแต่ข้าราชการซี 1-6 และซี 1-7 ของข้าราชการพลเรือนอย่างเดียว รวมไปถึงข้าราชการพลเรือนและครู โดยยึดอัตราการปรับขึ้นที่ 4% หากเลือกสูตรเฉพาะข้าราชการพลเรือนซี 1-6 จะใช้เงินเพิ่มต่อเดือนจาก 4,609 ล้านบาท เป็น 4,794 ล้านบาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 185 ล้านบาท หากเลือกสูตรปรับตั้งแต่ซี 1-7 จะจ่ายเงินเดือนเพิ่มจาก 7,239 ล้านบาท เป็น 7,528 ล้านบาท หรือใช้เงินเพิ่มขึ้น 2,734 ล้านบาท เพราะมีข้าราชการเพิ่มขึ้นมา 1.2 แสนคน หากใช้สูตรปรับเงินเดือนเฉพาะข้าราชการครูที่พิจารณาตำแหน่งเทียบเท่าข้าราชการซี 1-6 จะใช้เงินเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 535.9 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 557.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.4 ล้านบาท แต่ถ้าเทียบเท่าซี 1-7 จะใช้เงินเพิ่มจาก 544.1 ล้านบาท เป็น 565.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.8 ล้านบาท หรือถ้าใช้สูตรการปรับเงินเดือนให้ทั้งข้าราชการพลเรือนและครูในระดับซี 1-6 จะใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็น 5,351 ล้านบาทต่อเดือน แต่ถ้าเลือกปรับตั้งแต่ซี 1-7 จะใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็น 8,094 ล้านบาท ซึ่งมีความแตกต่างกันอยู่ถึง 2.7 พันล้านบาท ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าจากการติดตามการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนพบว่ามี 2 เรื่องที่รัฐบาลควรปรับปรุง คือ 1. ความไม่ทั่วถึงของมาตรการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง 2. การลดต้นทุนการผลิต ซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้รมต.เงาที่รับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯเข้าไปช่วยดูแลและทำรายงานเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเงาว่าขณะนี้มีปัญหาอะไรบ้าง นายองอาจกล่าวต่อว่า ทางพรรคยังรู้สึกผิดหวังกับมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ไม่นำงบกลางมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการกระตุ้นและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลควรนำงบกลางมากระตุ้นให้ถึงประชาชนระดับรากหญ้า เช่นการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือการอุดหนุนเรื่องการศึกษาก่อนเปิดภาคเรียน เชื่อว่าหากรัฐบาลนำงบกลางมาใช้ตรงจุดจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และรมช.เงาพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีราคาปุ๋ยแพง ว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหานี้โดยเร็ว เพราะปุ๋ยที่ขายในท้องตลาดมีราคาสูงกว่า ราคาต้นทุนมาก และกระทรวงพาณิชย์ควรออกตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยของเอกชน เพื่อไม่ให้มีการกักตุนปุ๋ยไว้ขายราคาแพง ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะนำเข้าปุ๋ยเองโดยกระทรวงเกษตรฯนั้น ขอให้เร่งนำเข้าโดยเร็ว ที่สำคัญรัฐบาลควรจะไปศึกษาให้ดีว่าก๊าซธรรมชาติที่เรามี สามารถนำมาผลิตปุ๋ยได้หรือไม่ เพื่อทำให้ราคาปุ๋ยมีความเป็นธรรมกับประชาชน. ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
|