• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 497421
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/STILLWATER
วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม 2550
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 2299 , 22:23:55 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ตีพิมพ์ในคอลัมน์วิจารณ์บันเทิง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 6 พ.ย. 2547) 

 

วันวาน

‘เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย’ มีชื่อจริงว่า ชลลดา  เตียวสุวรรณ  มีผลงานใน ไปยาลใหญ่ 3 เรื่อง ได้แก่ ‘เด็กมอ ณ มช.’ แต่เรื่องนี้ใช้นามปากกาว่า ‘ชนบท’  ส่วนอีกสองเรื่องคือ ‘เรื่องสั้นๆของวันว่าง’ และ ‘ใครเขียน’  จึงจะใช้นามปากกาว่า ‘เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย’  นอกจากนี้ยังมีกลอนลงในคอลัมน์ หน้านี้พี่หมีควายคุม อีก

            กาเหว่า เป็นชื่อเล่นของจริงที่ใช้เรียกกันในหมู่ญาติพี่น้อง  เริ่มส่งผลงานเขียนมาที่ ไปยาลใหญ่ เป็นแห่งแรกก็สมัยเรียนอยู่ มช. นี่เอง  แรงบันดาลใจที่ทำให้กาเหว่าชอบเขียนหนังสือก็คือ ตอนปี 1 งานที่เขียนส่งอาจารย์สุพรรณ (แรคำ  ประโดยคำ) ในวิชาบังคับพื้นฐานภาษาไทย  มักได้รับคำชมและได้อ่านโชว์หน้าห้องเสมอ

          กาเหว่าชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กเหมือนเป็นการสั่งสมวิทยายุทธไว้  หนังสือที่อ่านส่วนใหญ่จะเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็ก โดยเฉพาะ ‘ต้นส้มแสนรัก’ เป็นเรื่องที่ชอบเป็นพิเศษ

            ปัจจุบันกาเหว่า กำลังจะขึ้นปี 4 คณะสังคมศาสตร์ภาควิชาบัญชีและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

 “ เผื่อวันหน้าวันหลังต้องเลิกเขียนหนังสือ  จะได้มีอาชีพนักบัญชีสำรองไว้ ” 

 แต่ความจริงแล้วกาเหว่าบอกเราว่าอยากเรียนวาดรูปมากกว่า  จะได้เอาไว้เขียนรูปประกอบเรื่องเอง  แต่จะบอกอะไรให้นะกาเหว่า  เรื่องวาดรูปประกอบเรื่องของตัวเองนะ  ฝึกฝนไว้ก็คงอีกไม่นาน  แต่ถ้าคิดจะเลิกเขียนละก้อ  ขอทีเถอะ  มีฝีมือจะเก็บเอาไว้ทำไม

(จากคอลัมน์ แนะนำนักเขียน โดย ปริวัณย์ ในนิตยสาร ไปยาลใหญ่ ฉบับที่ 16 พ.ศ. 2531 หน้า 56)

 

วันนั้น

ณ ห้องอบรมการเขียนสารคดีเชิงท่องเที่ยว  แถวอโศก เมื่อปีที่แล้ว เสียงพูดของวิทยากรรับเชิญที่ชื่อ ‘เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย’ ดังขึ้น

            “ขอยืนพูดดีกว่าคะ เพราะไม่เห็นหน้าคนฟังแล้ว พูดไม่ค่อย ถนัดคะ  ...ในการเขียนถ้าเป็นคนไม่ตลกก็ไม่จำเป็นต้องแกล้งตลก เพราะ ‘ฝืนทำกับฝึกฝนต่างกันนะ’  ถ้าฝึกจะเกิดการค่อยๆเคลื่อนไป ไม่ฝืน ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาจังหวะในการเล่าเรื่องตลก  ไม่จำเป็นต้องเกริ่นนำว่า ต่อไปนี้จะเล่าเรื่องตลกให้ฟัง  เพราะเดี๋ยวจะมีบางคนคิดในใจว่า ‘ เอาให้ตลกนะ...มึง’  

สำหรับงานเขียนสารคดีเชิงท่องเที่ยว ก่อนเขียนให้ตกลงกับตัวเองก่อนว่า จะทำอะไร  แค่ไหน  สโคปถึงตรงไหน  และควรวางคอนเส็ป เป็นหลักให้ยึดไว้ ต่างจากกรณีคอลัมน์ ฉากรัก ในมติชนที่ดิฉันเน้นอารมณ์ภาพความประทับใจจากการเดินทาง ”

 

วันนี้

            “ ฉันทำงานโดยใช้ระบบเดียวกับการประกวดนางงาม  โดยช่วงแรกๆจะมีพี่เลี้ยงคอยติวเข้มให้อย่างใกล้ชิด  พี่เลี้ยงสีน้ำของฉันชื่ออ้อย เป็นครูสอนเด็กประถมฯ อยู่โรงเรียนชานเมืองแห่งหนึ่ง  และวาดภาพประกอบสีน้ำเป็นอาชีพเสริม  ในช่วงแรกๆพี่อ้อยจะคอยนั่งประกบทั้งสอนทั้งลุ้นอยู่เป็นชั่วโมงๆด้วยความอดทน

‘ นั่นแหละๆน้อง  สีนั้นแหละ  ลากๆให้ชนกัน...เอ๊อ! เอ๊อ! อย่างนั้นแหละ! ’

พี่อ้อยจะส่งเสียงดังอย่างกับเชียร์มวยทุกครั้งที่สีสันจากปลายพู่กันของฉันบังเอิญ แล่นปราด คลุกเคล้าเข้าหากันอย่างได้จังหวะ จะโคนพอดี  จะดีจะชั่วยังไงกองเชียร์ดีเด่นอย่างพี่อ้อยก็ให้กำลังใจสุดแรงเกิด ”

(จากหน้าเปิดม่านฉากรัก ,หน้า 4 โดย ‘เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย’ ในหนังสือ ‘ฉากรัก’,  2547)

 

            จากวันวานถึงวันนั้นจวบจนวันนี้ กับผลิตผลล่าสุดออกมาเป็น ‘ฉากรัก’หนังสือหน้าปกสีแดงสดใสพร้อมรูปวาดสีน้ำเล็กๆหลายสีหลากรูปประกอบบนปกดูแปลกตา พอพลิกดูด้านในหนังสือจะเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวที่มีภาพสีน้ำประกอบดูสวยงาม    ทำให้ผมนึกย้อนไปไกลถึงเรื่องราวในย่อหน้าแรกของบทความนี้  ชีวิตของนักศึกษาสาวคนหนึ่งข้างต้นที่ ยังไม่รู้ว่า ตัวเองจะไปประกอบอาชีพอะไรดี  เรียนสาขาบัญชีอยู่ และชอบเขียน,ชอบอ่านหนังสือกับวาดรูป  ผมว่าร้อยทั้งร้อยถ้าถามใครดู ว่าจบไปแล้วหางานอะไรทำดี  ก็คงจะได้คำตอบว่า ก็อาชีพที่ได้ร่ำเรียนมาดูจะเป็นคำตอบสุดท้าย

            แต่บางที่ใครจะนึกว่า  งานจำพวกงานอดิเรกที่ใจรักของเธอ อย่างการอ่าน,การเขียนหนังสือ หรือวาดรูป จะสามารถนำมายึดเป็นอาชีพได้   มีอีกตัวอย่างหนึ่งคือ  วิรัตน์  โตอารีย์มิตร  คอลัมน์นิตส์ชื่อดัง (ที่เริ่มจากงานวิจารณ์บันเทิง) ที่มีงานชุกมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย เขียนไว้ในคอลัมน์  The Ballad of the Columnist   ของเขาว่า

“สมัยเด็ก... ผมเข้าร้านหนังสือและเจียดเงินที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อซื้อหนังสือ เข้าร้านเทปเพื่อซื้อเทป ไปเช่าหนังสือกับเพื่อน และสลับกันอ่าน  ...นึกไม่ออกหรอกครับ ถ้าไม่ชอบอ่านหนังสือแล้วจะเป็นอย่างไร หรือจะไปทำอะไร อาจทำงานธนาคาร เป็นข้าราชการ ทำงานบริษัทและตื่นแต่เช้าเพื่อเข้างานให้ทัน  เหมือนชีวิตถูกสาป ไม่ได้หมายความว่าการอ่านทำให้ผมเจริญก้าวหน้า แต่เพราะอ่านจึงรู้ว่าอยากทำอะไรเป็นอาชีพ”

( แม้ทุกวันนี้เราจะเห็นสูตรสำเร็จของ การไขว้คว้าความฝันหนึ่งๆของคนรุ่นใหม่ ตามหน้าจอทีวี กับการแข่งขันร้องเพลงระบบแพ้คัดออกกัน แบบสไตล์ละครชีวิตมากไปบ้างก็ตามที  แต่นั้นก็ไม่ใช่วิธีแบบเดียวของทั้งหมดในชีวิตเท่านั้น   ดังสองนักเขียนที่ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว  ซึ่งไม่ถึงกับโด่งดังข้ามวันเหมือนจุดพลุ แต่ก็ใช้วิธีซึมซับแบบซึมลึกที่ต้องมีเวลาเพาะบ่ม ฝึกฝน(แบบไม่ต้องฝืนทำ) ถึงความเอาจริงเอาจังกับชีวิตชนิดไม่ต้องเสียน้ำตาหน้าจอ   หรือถ้าคิดในทางที่ดีมองอีกมุม  นั้นอาจจะเป็นวิธีค้นหาตัวเองของคนยุคนี้ก็ได้  ใครจะไปรู้ ? )

          ฉะนั้น นอกจากประเด็นการอ่าน จะทำให้รู้จักตัวเองได้ดีขึ้นแล้ว ถ้าบวกกับสิ่งที่ชอบทำอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ย่อท้อ สามารถทำให้อะไรหลายๆอย่างกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ เช่น ระยะเวลาสิบกว่าปีของ ‘เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย’จึงได้งานในฝันที่เกื้อหนุนและต่อยอดกัน ออกมาเป็น

            หนังสือ ‘ฉากรัก’ ผลงานใหม่ที่เป็นเรื่องเล่าถึง ความประทับใจขณะเดินทางท่องเที่ยวของนักเขียนอารมณ์ละมุนผู้นี้  ที่มีภาพสีน้ำซึ่งดูสดใส เก๋ไก๋แปลกตา    แม้ความรู้ทางศิลปะของผมจะแค่เล็กน้อยขนาดหางอึ่ง  แต่พอผมเห็นรูปสีน้ำ ของ เกาะสี่ของหมู่เกาะสิมิลัน ในไทย หรือ นครวาติกัน, เมืองกุสินารา,ทัชมาฮัล ในอินเดีย หรือ ยอดโดมแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ในอิตาลี   จนถึงห้องสมุดดูรายะสุ ,ภูเขาไฟฟูจิ, วัดเซนโซจิ ในญี่ปุ่น   แล้วทำให้ผมตกอยู่ในมนต์สะกดเหมือนโฆษณาใบชาทางทีวี 

ณ ไร่ใบชาตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น มีหนอนน้อยตัวหนึ่งมาร่ายมนต์สะกดขึ้นว่า  ชิเมะ..โจได...ชิเมะ..โจได...ๆๆ     (เกี่ยวกันไหมเนี๊ย...ฮาๆ)




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน