• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 507283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/STILLWATER
วันเสาร์ ที่ 28 กรกฎาคม 2550
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 3048 , 08:49:23 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ตีพิมพ์ในคอลัมน์ Yesterday revisited นสพ.กรุงเทพ Bizweek 18 ก.พ. 2548)

ศิลปิน  Cream 

อัลบั้ม Disraeli Gears / 1967

          Disraeli Gears อัลบั้มลำดับที่สองของวง ‘ครีม’ ออกวางจำหน่ายในเดือนพฤจิกายนปี 1967 เป็นปีที่ต้องประชันกับกองทัพอัลบั้มระดับตำนานอย่าง Sgt. Pepper’s lonely heart club band ของเดอะบีทเทิ้ล (ในปี 2003 ได้รับการยกย่องจากนิตยสารโรลลิ่ง สโตนส์ให้ครองอันดับหนึ่งของ อัลบั้มยอดเยี่ยมตลอดกาล),

 Pet Sounds ของเดอะบีชบอย, Surrealistic pillow ของเจฟเฟอร์สัน แอร์เพลน, DaCapo ของวงเลิฟ, The doors อัลบั้มแรกกำเนิดวงเดอะดอร์, The velvet underground and Nico ของวงเดอะเวลเว็ท อันเดอร์กราวน์ด และ Piper at the gates of dawn อัลบั้มแรกของวงพิงก์ฟลอยด์     แต่สุดท้าย Disraeli Gears ก็สามารถฝ่าด่านอรหันต์จนเข้าไปถึง US Top 5 ได้สำเร็จ

          นับเป็นก้าวที่สำคัญของวงดนตรีเพียงสามชิ้นที่แสดงอาการว่าพวกเขาคือ‘ตัวจริง’ และ‘เอาจริง’    หลังจากออกหยั่งเชิงในอัลบั้มแรก Fresh Cream(1966) จนสามารถสร้างปรากฏการณ์ประเดิมในพลังทริโอแหวกแนวแล้ว  ด้วยศักยภาพล้นเหลือของสามประสานที่ประกอบด้วย แจ๊ค บรู๊ซ มือเบสชาวสก๊อตต์  จิงเจอร์ เบเคอร์ กลองฝีมือดีผู้มีพื้นฐานแจ๊สสุดปึ๊ก และ อิริค แคลปตัน ไอ้หนุ่มวัย 23 ผู้มากประสบการณ์จนได้รับฉายา ‘กีต้าร์เทพ’ หลังจากความสำเร็จในอัลบั้มชุดนี้    

จากที่เคยยึดติดอยู่กับงานเพลงแสตนดาร์ดเก่าๆของศิลปินบลูส์อย่างชุดแรก  มาคราวนี้ความมั่นใจของพวกเขามีดีกรีมากขึ้นตามลำดับจนเต็มร้อยเปอร์เซนต์แทบไร้แรงกดดันใดๆทั้งสิ้น   การแต่งแต้มสีสันด้วยอารมณ์พาไปโดยอาศัยการเปลี่ยนแนวทางดนตรีที่เคยถนัดของแต่ละคน(บลูส์และแจ๊ส) นำมายำร่วมกันปรุงแต่งประดิดประดอยอย่างค่อยบรรจงสุดละเมียดละไมจนผลลัพธ์ที่ได้  กลายเป็นงานสร้างสรรค์แนวทางดนตรีใหม่เอี่ยม  เปรียบประดุจเป็นนวัตกรรมแปลกล้ำ    ด้วยความพยายามหาเสียงเฉพาะของตัวเองผ่านวิธีเล่นและเติมความหนักแน่นทางดนตรีเข้าไป   ในชายคางานเขียนเพลงคล้ายบทกวีของบรู๊ซและปีเตอร์ บราวด์ เป็นส่วนใหญ่   

อีกทั้งด้วยบุคลิคที่ดูแตกต่างกันของสมาชิกวงทั้งสาม  ทำให้มีคำอธิบายจากแคลปตันถึงการฉีกแนวทางใหม่ต่างไปจากบลูส์เดิมๆ ไว้ว่า

“ ผมคิดว่ามันเป็นความรู้สึกของการทำตามใจตัว  ที่มันไม่สามารถทำให้เราไปทางใดทางหนึ่งโดยเฉพาะได้  ถ้ามันกำลังจะมุ่งไปทางใด ใครคนหนึ่งจะพยายามยับยั้ง  ไม่มีใครนำใคร  มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น” 

          ดังปรากฎในงานเพลงเก่งหลายเพลงของอัลบั้ม ต่อไปนี้

Strange brew เพลงเปิดอัลบั้มในจังหวะสนุกๆ ฟังสบายเดินเบสล้อกับกีต้าร์ อารมณ์กึ่มๆแบบกำลังลองของมึนเมาเหมือนชื่อเพลง  ตามด้วยเสียงร้องอ้อนร้ายเหลือของบรู๊ซมือเบส  และยังได้อิทธิพลซับไลน์ดนตรีบลูส์มาจากปรามาจารย์บีบี คิง

Sunshine of your love  ‘แสงตะวันแห่งรักของเธอ’ งานขึ้นหิ้งมีเสียงเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่มือกีต้าร์ทั้งหลายต้องยอมซูฮก  ผลงานร่วมกันของ บรู๊ซ ,แคลปตันและบราวน์   เพลงนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบดนตรีอันเดอร์กราวด์และเฮฟวี่ร็อค ขนาดที่จิมมี่ เฮนดริกซ์สุดยอดมือกีต้าร์แห่งศตวรรษที่ 19 เคยนำไปเล่นแสดงสดทางสถานีโทรทัศน์บีบีซีมาแล้ว

Tales off brave Ulysses เพลงหนึ่งในหน้าบี ที่ใช้ วาห์-วาห์ เหยียบแปลงเสียงกีต้าร์อย่างไร้เทียมทาน สร้างเสียงพิศวงภายใต้บรรยากาศไซคีเดลิคในทางดนตรี

Swlabr มาจากคำว่า She walks like a bearded rainbow. มีเสน่ห์กับห้วงของการทิ้งจังหวะของเพลงที่หยุดอยู่เป็นระยะ กีต้าร์ของแคลปตันเหมือนกับอยากจะร้องคู่กับการขับร้องของบรู๊ซ  มีท่อนโซโล่ที่ใกล้เคียงชนิดโน๊ตต่อโน๊ตด้วยการคาราวะต่องานเพลง Oh pretty woman ของอัลเบิร์ท คิง

We’re going wrong เสียงรั่วกลองของเบเคอร์ คู่กับเสียงร้องโหยหาเสนาะโสตแห่งความล่องลอย  ชวนให้ตกอยู่ในภวังค์  กระทั้งมาได้เสียงกีต้าร์เมื่อตอนจบเพลงเท่านั้นทั้งๆก็มีกีต้าร์เคล้าคลออยู่เป็นระยะ

ส่วนเพลงที่มีพื้นฐานของบลูส์ยังมีให้ฟังในเพลง Outside woman blues ของไบน์ด โจ เรโนลด์และ Take it back ในท่วงทำนองคันทรีย์-บลูส์

            จากภาพบนปกอัลบั้มถูกแต่งแต้มสีสันฉูดฉาด สีแดงเพลิงปนสีเหลืองดอกทานตะวันบรรเจิดจ้าตามอย่างสไตล์ไซคีเดลิคภายใต้ฝีมือของจิตกร มาร์ติน ชาร์ป   เป็นที่ถูกอกถูกใจคนหนุ่มสาวผู้กำลังคลั้งไคล้ในเสียงเพลง,ความรักและยาเสพติด ซึ่งมักปฎิเสธทุกอย่างในรูปแบบของสังคมเก่า  ในช่วงเวลาที่ปรัชญาไฮกุกับเซ็นกลายเป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าทึ้ง ของยุคสมัยการแสวงหากำลังเบ่งบาน   ทำให้เกิดผลที่เกื้อหนุนต่อการแสดงสดของ ‘ครีม’ ที่ได้สรรหาสิ่งแปลกใหม่มานำเสนอ

“ วงที่ทำงานในห้องอัดอย่างเดียวไม่ใช่จะเป็นวงที่ดีเสมอไป... การทำงานในห้องอัดควรเป็นการทำเพื่อผลงาน  ส่วนการแสดงมันควรเป็นการทำเพื่อความสำเร็จ ” 

เป็นคำกล่าวของแคลปตันที่สามารถขยายความต่อได้จากเหตุการณ์ที่คลับฟิลล์มอร์ ซานฟรานซิสโก  ครั้งที่พวกเขาไปเหยียบอเมริกาขณะที่ก้าวขึ้นเวทีเริ่มเล่นตามวงที่แสดงก่อนหน้าอย่างวง อิเลคทริค แฟล็ก  ซึ่งมีเครื่องดนตรีมากมายครบครันวงใหญ่สุดหรูหรา    ส่วนครีมทั้งสามมีเพียงอาวุธดนตรีประจำตัวของแต่ละคน กลอง, เบส ,กีต้าร์ และเสียงร้อง  ออกจะด้อยกว่าตามหลักทางคณิตศาสตร์  แต่การณ์กลับตาลปัตรเมื่อสามพระกาฬเริ่มอาการขอโชว์ออฟอย่างพลิกพลิ้วและเหนียวหนึบชนิดไม่ยอมแพ้        

โดยเพลงที่เคยมีความยาวเพียง 3-4 นาที   ขณะที่แฟนเพลงกำลังสนุก พวกเขาใช้วิธียืดหยุ่นเหมือนดนตรีแจ๊ส ด้วยการเล่นโชว์ฝีมือประชันกันอย่างออกรสชาติให้คนดูสะใจยิ่งขึ้นกับการเล่นวนไป-มาจนเพลงยาวขึ้นกลายเป็น 7-8 นาที  และสะกดคนดูให้รู้จักว่าว่าที่ ‘ฮาร์ดร็อค’ตัวจริงของโลก ได้อุบัติขึ้นแล้ว

            นับได้ว่าสมาชิกของวงแต่ละคนสมควรที่จะได้รับสมญานาม ‘เซียน’ อย่างแท้จริง   และ Disraeli Gears คือแนวทางที่แสวงหาของครีม   จากความสำเร็จชุดนี้ คงไม่กล่าวเกินเลยไปนักว่าทำให้วง‘ครีม’กลายเป็นเข็มทิศให้กับวงการดนตรีร็อคในอังกฤษทันที

 หมายเหตุ  อ้างอิงข้อมูลจาก ขอดตำนานร็อคบุรุษ 2, จ้อชีวาส,สำนักพิมพ์เดลฟี , 2536  และสามารถฟังเพลงตัวอย่างอัลบั้มนี้ได้ที่ http://www.mp3.com/albums/3907/summary.html




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korbsak

ได้ดูคอนconcert ของ Cream เมื่อตั่งวงใหม่ๆ ที่ anahiem convention center ใน แคลิฟอร์เนียร์ สุดยอดและไม่ผิดหวังเพราะนักดนตรีทั้ง สามคน ถือเป็นปรมาจารย์ ดนตรีแท้ๆแบบนี้สมัยนี้หาดูยากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน