• นักเลงหุ้น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lee_se_tol@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-03
  • จำนวนเรื่อง : 240
  • จำนวนผู้ชม : 16633
  • จำนวนผู้โหวต : 24
  • ส่ง msg :
สารานุกรมของคนอยากรวย
ท่านใดที่เข้ามาอ่านก็ขอกำลังใจซักหนึ่ง โหวต นะครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/STRATEGICSTOCK
วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม 2551
เปิดแนวคิด'มิทซึจิ โคโนชิตะ'นักเทคโอเวอร์แห่งแดนปลาดิบ
Posted by นักเลงหุ้น , ผู้อ่าน : 111 , 22:12:14 น.   | หมวดหมู่ : วางแผนการเงินส่วนบุคคล  
พิมพ์หน้านี้


เปิดแนวคิด'มิทซึจิ โคโนชิตะ'นักเทคโอเวอร์แห่งแดนปลาดิบ
'มิทซึจิ โคโนชิตะ':

ชื่อของ Asia Partnership Fund Group (APF Group) กองทุนส่วนบุคคลจากแดนปลาดิบ ภายใต้การนำของ ซามูไรหนุ่ม มิทซึจิ โคโนชิตะ เริ่มเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น หลังไล่เทคโอเวอร์ธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หวังใช้เป็นฐานบัญชาการหลัก ขยายพอร์ตการลงทุนจาก Middle Size Fund เลื่อนชั้นสู่เป้าหมายการเป็น Giant Fund ในที่สุด 

ปัจจุบัน เอเชียพาร์ทเนอร์ฟันด์กรุ๊ป มีขนาดกองทุนรวม 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท) โดยมีพอร์ตลงทุนในประเทศไทย 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,400 ล้านบาท ลงทุนอยู่ใน 24 บริษัท

 ในฐานะประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร APF Group มิทซึจิ กล่าวย้ำถึงนโยบายหลักของทางกลุ่มในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่า จะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) เป็นหลัก ส่วนอันดับรองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นสองธุรกิจที่มองแล้วให้ผลตอบแทนสูง

พลิกปูมประวัติการศึกษาพบว่า ซามูไรหนุ่มรายนี้ มีใบปริญญาสาขา Finance จาก มหาวิทยาลัยโอซากา อาจมีส่วนให้เขาเข้าใจธรรมชาติและผลตอบแทนของธุรกิจการเงินดีเป็นพิเศษ และยังเป็นอดีตนักเทนนิสทีมชาติญี่ปุ่นด้วย 

นอกจากนี้ เขายังยึดมั่นในหลักการ Synergy ธุรกิจที่มีความแตกต่างกันให้ผนึกรวมกัน แบบ 1+1 เท่ากับ 3 ผ่านวิสัยทัศน์ของทางกลุ่มว่า “ผนึกความแตกต่างให้เป็นหนึ่ง” แม้ว่าธุรกิจที่เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้จะมีห่วงโซ่อุปทาน ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

ก่อนหน้านี้ มิทซึจิ ได้นำพอร์ตของ APF Group เข้าไปลงทุนใน บล.ยูไนเต็ด, บมจ.กรุ๊ปลีส และจัดตั้ง บลจ. ยูไนเต็ด ร่วมกับกลุ่ม “ว่องกุศลกิจ” รวมทั้งเป็นเจ้าของนิตยสาร Business Week (ไทยแลนด์)  และล่าสุดเข้าซื้อกิจการ แอ๊ดวานซ์ อินชัวร์รันส์ จากกลุ่ม “ดำเนินชาญวนิชย์” และเปลี่ยนชื่อเป็น เอพีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ เกิดเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารที่(เกือบ)สมบูรณ์แบบ ตามที่เขาประกาศไว้ตั้งแต่เริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

มิทซึจิ ยกตัวอย่างแผนงานที่จะเชื่อมโยงธุรกิจทั้งหมดในกลุ่มให้รวมเป็นหนึ่งเดียวว่า บริษัท เอพีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวร์รันส์ จะเป็นผู้ทำประกันวินาศภัยให้กับทุกบริษัทภายในกลุ่ม และจะนำเงินทุนที่ได้จากกรมธรรม์ของลูกค้าไปลงทุนผ่าน บลจ.ยูไนเต็ด  รวมถึงนำระบบไอทีที่มีประสิทธิภาพของ กรุ๊ปลีส มาวางระบบบัญชีการเงินให้ เอพีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ ส่วน บล.ยูไนเต็ด จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทในเครือทั้งหมด

เขา กล่าวอีกว่ายังสนใจที่จะซื้อธุรกิจ “ประกันชีวิต” เข้ามาไว้ในพอร์ตอีก โดยวางสเปคว่าจะต้องเป็นกิจการของคนไทย เท่านั้น เพราะเข้าใจตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างดี อีกทั้งบริษัทประกันชีวิตต่างชาติ ต้องดำเนินธุรกิจตาม World Wide Policy เป็นหลัก จึงยากที่จะซื้อมาปรับแผนธุรกิจเอง

ส่วนพอร์ตลงทุนของ APF ที่ลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วย บริษัท ซันวา โฮม เซอร์วิส ดูแลการลงทุนในธุรกิจด้านสุขภาพ บริษัท ซันวา เวิลด์ เซอร์วิส บริหารอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซันวา เวิลด์ มีเดีย ออกแบบเว็บไซต์ บริษัท บางกอก สเตชั่น เน็ตเวิร์ค เป็นเจ้าของ นสพ.ออนไลน์กระแสหุ้น นิตยสาร Business Week (ไทยแลนด์) และ เป็นที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

นอกจากนี้ ก็มี บริษัท ซันวา เอเชีย ลิงค์ สถานฝึกสอนกีฬาเทนนิสในประเทศไทย บริษัท นันจา มนจา เอเชีย ทำธุรกิจภัตตาคารในสิงคโปร์  และเมื่อต้นปีได้เข้าซื้อ ซีโวล่า รีสอร์ท โรงแรมหรูบนเกาะพีพี จากกลุ่มซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น และน้ำตาลบ้านโป่ง

ส่วนเป้าหมายต่อไป กลุ่มทุนแดนปลาดิบ กำลังเจรจาซื้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ในกลุ่มโรงแรม ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาอยู่ 2-3 แห่ง ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ เบื้องต้นน่าจะเป็นโรงแรมขนาดกลางในกรุงเทพฯที่เน้นลูกค้าระดับ  “ไฮเอนด์”  ถ้าตกลงสัญญากันได้ อาจจะเซ็นสัญญาทันในปีนี้

สาเหตุที่เขาสนใจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เป็นเพราะปัจจุบันยังมีราคา “ต่ำ” มาก อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีการเติบโตขึ้นทุกปี ที่สำคัญเป็นธุรกิจที่มีมาร์จินและผลตอบแทนสูง ถ้าบริหารงานอย่างมืออาชีพ

อดีตนักเทนนิสทีมชาติญี่ปุ่น อธิบายแนวคิดส่วนตัวในการตัดสินใจเลือกลงทุนในธุรกิจใดๆ ก็ตามว่า ประการแรก…ธุรกิจนั้นต้องมีโอกาสเติบโต และจะต้องเกื้อหนุนกับธุรกิจเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้านี้

“เราไม่ได้เลือกลงทุนทุกธุรกิจพร่ำเพรื่อ ถ้าไม่แข็งแรงจริง เราก็ไม่เอา”

 ประการที่สอง...จะต้องเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (Major Shareholder) เท่านั้น เพื่อที่จะมีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารและแต่งตั้งผู้บริหาร อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มอาจจะดึง “ผู้บริหารมืออาชีพ” ซึ่งเป็นคนภายนอกมาบริหารก็ได้ ถ้าเป็นธุรกิจที่ไม่มีความชำนาญ

เช่น การดึงตัว วรศักดิ์ เกรียงโกมล  มาจาก ลิเบอร์ตี้ ประกันภัย  ให้เข้ามานั่งตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวร์รันส์ เนื่องจากทางกลุ่มยังเป็นมือใหม่ในธุรกิจนี้ จึงต้องการผู้บริหารที่มีประสบการณ์มาดูแลธุรกิจแทน

“ผมได้พูดคุยกับคุณวรศักดิ์แล้วมีความมั่นใจว่าวิสัยทัศน์การทำงานของเราตรงกับแนวทางการลงทุนของกลุ่ม จึงเชิญเขามานั่งบริหาร และจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้านการเงินโดยจะไม่ไปยุ่งกับการบริหาร”

ประการที่สาม…ธุรกิจนั้นไม่จำเป็นต้องเป็น "ของถูก" หรือกำลังมีปัญหาเสมอไป ถ้าธุรกิจนั้นมี "ของดี" อยู่จริง ก็พร้อมจะจ่ายในราคาที่เป็น Fair Price ที่ทั้งสองฝ่าย “เต็มใจ” ทั้งซื้อและขาย

ซามูไรหนุ่ม ขยายความต่อว่า APF Group จดทะเบียนเป็น “กองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) ไม่ใช่  “บริษัท”  หน้าที่จึงต้องบริหารเงินของนักลงทุนที่นำมาร่วมลงทุนให้เกิดดอกผลมากที่สุด การวัดผลตอบแทนการลงทุนจึงต้องแสดงออกมาที่ “ตัวเลข” เป็นหลัก

“APF ตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุนทั่วเอเชียในแต่ละปี 15-20%”

แม้การลงทุนในประเทศไทยที่ผ่านมา จะให้ผลตอบแทนเพียง 8% ต่ำกว่าเกณฑ์ที่วางไว้ แต่ มิทซึจิ เชื่อแน่ว่า ถ้าเขาตัดสินใจลงทุนอะไรไปแล้ว สิ่งนั้นย่อม “ถูกต้อง” เสมอ แม้ผลตอบแทนที่เป็นกอบเป็นกำจะยังมาไม่ถึงก็ตาม

เมื่อถามว่าเหตุผลใด APF Group ถึงให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยเป็นพิเศษ มิทซึจิ มองว่าประเทศไทยเป็นตลาดขนาดกลางที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมในหลายด้าน เช่นการเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงการมีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่สำคัญเป็นตลาดที่กำลังเริ่มเติบโตเท่านั้น

สำหรับความขัดแย้งทางการเมือง มิทซึจิ ไม่ได้ให้น้ำหนักในประเด็นนี้เท่าใดนัก เพราะทุกธุรกิจที่ทางกลุ่มจะเข้าไปลงทุนต้องมีความแข็งแกร่งและโอกาสเติบโตที่เอาชนะความวิตกกังวลทางการเมืองได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ไม่ว่าประเทศไหนๆ ก็มีปัญหาแบบนี้เหมือนกันหมด

ส่วนความเห็นที่มีต่อตลาดหุ้นไทย เขายังยืนยันแนวคิดเดิมว่า เมื่อดูจากพี/อี เรโชระดับ 8-10 เท่า ถือว่าเป็นสินค้าที่มีราคา “ถูก” แต่มีศักยภาพในตัวเองสูงเพียงพอต่อการเติบโตในอนาคต เมื่อเทียบกับการลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาอื่น เช่น กลุ่ม BRIC (Brazil, Russia, India, China) ซึ่งมีพี/อีเรโช ถึง 30 เท่าไปแล้ว จึงเหมาะสมกับการลงทุนระยะสั้นมากกว่า 

สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เขา มองว่ามีธุรกิจจำนวนมากที่มีโอกาสเติบโตสูง และมีการบริหารงานที่โปร่งใส แต่ทางกลุ่มอยากโฟกัสไปที่บริษัทนอกตลาดหุ้นมากกว่า เพราะมีโอกาสเจอของดีที่ถูกซ่อนอยู่

“เราต้องการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย ไม่ใช่มาหวังแค่ผลตอบแทนระยะสั้นตีหัวเข้าบ้านแล้วจากไป เห็นได้ว่าธุรกิจที่เราลงทุนไปทั่วเอเชีย 25 แห่ง ถึงตอนนี้เรายังไม่เคยขายธุรกิจใดออกไปเลย”

ผู้บริหารกองทุนมาดซามูไรรายนี้ ยังบอกอีกว่า เขายังไม่สิ้นสุดการลงทุนในประเทศไทยและเอเชียเพียงเท่านี้ ตราบใดที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น และผู้ที่ชิงลงมือก่อนเท่านั้น คือ ผู้ที่ได้เปรียบ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงชัยชนะ-บอย โกสิยพงษ์/สันติ ลุนเผ่

ฟังแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



ท่านเป็นนักลงทุนแบบไหน
VI นักลงทุนหุ้นคุณค่า
7 คน
VS นักลงทุนแบบใช้เทคนิค
3 คน
V แบบผสมๆ
9 คน

  โหวต 19 คน