เงินเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิต แต่ไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุดในชีวิต
คือเราไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าขาดเงิน ฉะนั้น ต้องเก็บ และใช้ให้เป็นไม่ใช่เก็บอย่างเดียว ต้องรู้จักใช้ รู้จักจัดสรร กูรูมาร์เก็ตติ้งอีกคนหนึ่งของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสินค้าหลายชิ้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการสร้างแบรนด์ด้วยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน หรือ Integrated Marketing Communication (IMC) เรากำลังพูดถึง"ผศ.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ" Chief Communication Officer บริษัท ธรู เดอะไลน์ คอมมิวนิเคชั่นส์ ในแง่มุมการตลาดทุกคนอาจรู้จักเขากันมากแล้ว แต่ในมิติของเรื่องเงินๆทองๆ นั้น ผศ.ธีรพันธ์ บอกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ปัจจุบันเขาให้ความสำคัญอย่างยิ่ง "พอเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว ทำให้เราต้องใส่ใจเรื่องเงินๆ ทองๆ มากขึ้น เพราะต้องแบกภาระความรับผิดชอบต่อทีมมากขึ้น จากแต่ก่อนได้มาแล้วก็เก็บ และจะใช้เมื่อมีโอกาสต้องใช้ แต่ตอนนี้เราต้องห่วงตัวเอง และคนอื่นด้วย แถมมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น มีคนต้องดูแล มีค่าใช้จ่ายมากมายทั้งค่าอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน " ผศ.ธีรพันธ์ เล่าว่าในอดีตเขามีรายได้ 3 ทาง เป็นเงินเดือนจากการสอนหนังสือ อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินเดือนจากการเป็นที่ปรึกษา และรายได้อีกทางเกิดจากการเป็นวิทยากร แต่ปัจจุบันมีรายได้ที่เกิดจากการทำธุรกิจเพิ่มเข้ามา นั่นก็คือ บริษัท ธรู เดอะไลน์ คอมมิวนิเคชั่นส์ หากเป็นสมัยก่อนเมื่อมีรายได้เข้ามา เขาก็จะมุ่งเก็บเงินเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันมีการวางแผนการเงินมากขึ้น เพราะไม่ได้มีแค่ค่าใช้จ่ายของตัวเองแค่นั้น แต่มีบริษัทที่จะต้องรับผิดชอบ นั่นทำให้ต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบมากขึ้น ส่วนใหญ่ตอนนี้เมื่อมีรายได้เข้ามาก็ต้องเตรียมจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในบริษัท เพราะเป็นช่วงเริ่มต้น เราซื้อตึกใหม่ และตกแต่งทุกอย่าง เป็นเงินลงทุนไม่ใช่น้อย "เราเป็นบริษัทที่ทำด้านแบรนด์ เพราะฉะนั้นเราอยากให้คนเข้ามาแล้วรู้สึกว่า สิ่งที่เรากำลังจะบอกหรือสื่อสาร คืออะไร ก่อนที่จะลงทุนเราก็ดูว่า มีโอกาสทำธุรกิจตัวนี้มั้ย แต่ก็มาคิดว่าถ้าเปิดบริษัทเอง เราจะได้ทำทุกอย่างครบวงจร ซึ่งตรงนี้ทำให้เรามองเรื่องการบริหารการเงินมากขึ้น ทำยังไงจะเสี่ยงน้อย หรือมีโอกาสบริหารลูกค้าเยอะขึ้น ทำให้ได้บริหารงานทุกด้านอย่างครบถ้วนมากขึ้น" นอกจากจัดสรรเงินไว้เป็นเงินหมุนเวียนภายในบริษัทแล้ว เมื่อมีรายได้เข้ามา ผศ.ธีรพันธ์ ก็เจียดเงินบางส่วนใช้หนี้แบงก์ เพราะเมื่อเป็นหนี้แล้วเราต้องชำระอย่างมีวินัย หลักคิดในเรื่องการเป็นหนี้ของ ผศ.ธีรพันธ์ คือ ถ้าคิดจะเป็นหนี้ ต้องแน่ใจว่าหนี้นั้นเราชำระได้ไม่อย่างนั้นจะเป็นทุกข์ "วันนี้มีความคิดเปลี่ยนไป แต่ก่อนไม่อยากเป็นหนี้ใคร เพราะมองว่าการเป็นหนี้เป็นเรื่องหน้าอาย แต่วันนี้พอทำธุรกิจ เรามองว่าการกู้เงิน เป็นการสร้างโอกาสให้ตัวเอง เพราะท้ายที่สุดเรารอเก็บเงิน 10 ปี แล้วค่อยทำธุรกิจคงไม่ได้ ตอนนี้เลยมองหนี้ดีขึ้น ว่าเป็นการสร้างเครดิตให้กับตัวเราเอง ถ้าเราบริหารการเงินดี เราก็จะรู้ว่าเรามีความสามารถในการชำระหนี้ได้หรือเปล่า " แต่ไม่ว่าจะใช้หนี้หรือเตรียมเงินหมุนเวียน ผศ.ธีรพันธ์ ไม่ลืมจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งไว้ทำประกันชีวิต เพราะถือว่าเป็นการออมที่ฉลาด และอีกอย่างคือ ชีวิตของคนเราอยู่บนความเสี่ยงตลอด ยิ่งมีธุรกิจ ยิ่งมีความเสี่ยงทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เราก็ต้องทำธุรกิจอย่างระมัดระวัง จึงทำประกันความเสี่ยงเอาไว้ก่อน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ถูกจัดสรรลงทุนในหุ้น ซึ่งปัจจุบันมีไม่มากนัก ผศ.ธีรพันธ์ บอกว่าเขาเลือกหุ้นกลุ่มที่สนใจ และรู้จักเท่านั้น ขณะที่การลงทุนผ่านกองทุนรวม เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เขาให้ความสนใจ รวมไปถึงยังกระจายการลงทุนไปในอสังหาริมทรัพย์และทองคำ "จริงๆ เล่นหุ้นเพราะอยากจะรู้ มากกว่าอยากจะรวย ยอมรับว่าแต่ก่อนไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย จุดเริ่มต้นอยู่ที่ตอนเรียนปริญญาโท เผอิญต้องทำเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับหุ้น แล้วได้ทุนก็เลยได้เข้าไปข้องแวะ เอาตัวเองเข้าไปเป็นผู้ลงทุน เลยเริ่มเล่นหุ้น แต่ไม่ได้ถึงขั้นหลงใหล เพราะไม่ได้เล่นเป็นอาชีพ " เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผศ.ธีรพันธ์ จึงต้องกระจายการลงทุน และเลือกลงทุนโดยดูความเสี่ยงให้เหมาะกับตัวเอง นอกจากนี้ เขาบอกว่าต้องคอยอัพเดทข่าวสารในแวดวงธุรกิจการลงทุนตลอด เพื่อให้รู้ข้อมูลการลงทุน และปรับประยุกต์มาใช้กับงานของลูกค้าได้ เอาเข้าจริงๆ แล้ว ผศ.ธีรพันธ์ มองว่า การบริหารแบรนด์กับบริหารเงินทองเป็นของคู่กัน ไม่ได้มีอะไรยากง่ายกว่ากัน แต่ละอย่างมีกลวิธีที่ไม่เหมือนกันในรายละเอียด แต่ทั้งสองอย่างมีความคล้ายกัน ท้ายสุดแล้วทั้งสองอย่างซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ตามหลักการแมเนจเม้นท์แล้ว ผศ.ธีรพันธ์ บอกว่าเป็นหลักการเดียวกันหมด ปรับปรุงใช้ด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริหารเวลา บริหารเงิน หรือบริหารคน ผศ.ธีรพันธ์ บอกว่าทุกวันนี้การบริหารธุรกิจมีองค์ประกอบสำคัญ 5 อย่าง อันดับแรกคือ ต้องบริหารจัดการเรื่องการเงิน นี่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเงินสดหมุนเวียน บัญชี การบริหารเครดิต ลูกหนี้ เจ้าหนี้ เราต้องจัดการให้ได้ "จะบริหารธุรกิจให้ราบรื่นต้องบริหารการเงินให้ได้ดี เราเป็นนักบริหารกลยุทธ์การตลาดมานาน วันนี้เรารู้เรื่องการบริหารการเงินมากขึ้น เพราะการเงินชี้เป็นชี้ตายธุรกิจได้เหมือนกัน" นอกจากบริหารการเงินแล้ว บริหารการตลาดก็เป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกัน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ก็ยากไม่แพ้การจัดการด้านเงินทองเลย เงินเป็นสิ่งที่เรามีสูตรค่อนข้างตายตัว แต่ต้องยอมรับว่าการบริหารคนเป็นความท้าทายมาก และที่ขาดไม่ได้คือ การบริหารด้านโปรดักชั่น และการบริหารลูกค้า เพราะลูกค้าเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ การเงิน การตลาด และทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิ่งที่รองลงมา ถ้าเราบริหารดี ลูกค้าก็จะอยู่กับเราตลอด "แต่ไม่ว่าจะบริหารอะไร ก็ต้องบริหารเวลาที่ดีด้วย เพราะคีย์ที่จะประสบความสำเร็จอยู่ที่การบริหารเวลา ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบริหารได้ดีกว่ากัน " นอกจากทุกวันนี้จะเป็นนักบริหารจัดการในเรื่องต่างๆ อย่างครบมิติแล้ว ผศ.ธีรพันธ์ ยังเป็นนักวางแผนการเงินที่จัดการเรื่องเงินทองได้ดีขึ้นมาก เขาบอกว่าจากเดิมเป็นครูสอนหนังสือธรรมดา แต่การที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจได้อย่างทุกวันนี้ เป็นผลพวงจากการที่เราบริหารจัดการเรื่องเงินทองที่ดีนั่นเอง "เงินเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิต แต่ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือเราไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าขาดเงิน แต่เงินก็ไม่ใช่ทั้งหมด ต้องเก็บและใช้ให้เป็น ไม่ใช่เก็บอย่างเดียว ต้องรู้จักใช้ รู้จักจัดสรร " เป็นข้อคิดที่กูรูการตลาดทิ้งท้าย
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ |