พิมพ์หน้านี้
|
หน่วยงานทั้งรัฐ-เอกชน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมผลิต "เสื้อเกราะ" ส่งไปให้ทหาร-ตร.ใน 3 จว.ใต้ มีกำหนดส่งมอบ 1,000 ตัวแรก 12 ก.ค.นี้ ชี้ทั้งถูกและทนทุกสภาวะ
สภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันแก้ไขคนละไม้ละมือ เพราะหากรอแต่จะพึ่งทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ก็คงประสบผลสำเร็จได้ยาก เพราะทุกวันนี้เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายก็ต่างมีงานในหน้าที่รับผิดชอบของตนชนิด "ล้นมือ" กันอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิน้ำใจไทย จึงร่วมกับ สำนักวิจัย และพัฒนาการทหาร กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริษัท เอเซีย เทเลวิชั่น แอนด์ มีเดีย จำกัด และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พัฒนาโครงการศึกษาวิจัย และจัดทำ "เสื้อเกราะกันกระสุน" ขึ้นมา เสื้อเกราะตามโครงการนี้จะส่งมอบให้ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ โดยใช้ชื่อโครงการว่า "โครงการคนไทยรักแผ่นดินเพื่อในหลวง" ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา และจะมอบเสื้อเกาะชุดแรก 1,000 ตัวให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้
นางยุวดี บุญครอง ในฐานะประธานโครงการ กล่าวว่า เสื้อเกราะกันกระสุนที่จัดทำโดยนักเรียนอาชีวะนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 ตัว โดยแยกตามประเภทได้ ดังนี้ - เสื้อเกราะอ่อน สามารถป้องกันปืนสั้นและสะเก็ดระเบิดได้ จำนวน 7,000 ตัว ราคาอยู่ที่ประมาณตัวละ 4,000 บาท - เสื้อเกราะอีก 3,000 ตัวจะสามารถ "ป้องกันอาวุธสงคราม" ได้ โดยมีสนนราคาตัวละ 1 หมื่นบาท
ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว ณ วิทยาลัยอาชีวะสมุทรปราการ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยทางสถาบันได้มีการแบ่งแผนกเพื่อผลิตเสื้อเกราะนี้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ - นักศึกษาแผนกโลหะรับผิดชอบการ "ตัดแผ่นเหล็ก และขึ้นรูป" - นักศึกษาแผนกเทคนิคโลหะทำหน้าที่ "ประกอบตัวเสื้อ" - นักศึกษาหญิงแผนกคหกรรมทำหน้าที่ "เย็บผ้าตาข่าย" เพื่อหุ้มตัวแผ่นเหล็ก นายเจี่ยง วงศ์สวัสดิ์สุริยะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะทหาร ตำรวจ และชาวบ้านในพื้นที่ เพราะบรรดาครู และนักเรียน รวมทั้งนักศึกษาอาชีวะในพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ปรึกษาหารือกันเป็นการภายในว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือบุคลากรในสังกัดอย่างไร โดยครั้งแรกมีแนวคิดที่จะ "มอบอาวุธ" ไว้เพื่อป้องกันตัว ทว่า จากการพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า การให้อาวุธไปนั้นไม่สามารถบรรเทาปัญหาให้ลดลงได้ เพราะในพื้นที่ไม่สามารถทราบได้ว่า ใครคือ "มิตร" ใครคือ "ศัตรู" "เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงมีการปรับแนวคิด ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า เสื้อเกราะเป็นอุปกรณ์ที่สามารถป้องกันตัวให้แก่คนที่อยู่ในพื้นที่ได้ ซึ่งแนวคิดนี้ก็สอดคล้องกับแนวคิดของมูลนิธิสายใจไทย จึงมีการจัดทำโครงการรักแผ่นดินขึ้นมา" ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เผยถึงที่มา ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มองว่า การผลิตเสื้อเกราะครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือทางวิชาการ เพราะได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมที่ได้ส่งมอบเทคโนโลยีต่างๆ มาให้ "เรารู้สึกภูมิใจมาก เพราะเสื้อเกราะที่ผลิตขึ้นเป็นฝีมือคนไทย ซึ่งเป็นนักศึกษาอาชีวะ โดยเสื้อเกราะ 1,000 ตัวแรก ได้มอบหมายให้สถาบันอาชีวะภาคกลาง 12 แห่งเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งภายหลังมีสถาบันอาชีวะทั่วประเทศเสนอตัวเพื่อผลิตด้วย" ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าว ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ชี้ถึงข้อดีของเสื้อเกราะรุ่นนี้ ซึ่งมีอยู่หลายประการ คือ 1.ราคาถูก (เมื่อเทียบกับของจากต่างประเทศ) 2.เสื้อเกราะที่นักศึกษาอาชีวะผลิตขึ้นมาเป็น "เสื้อเกราะเหล็ก" จึงสามารถใช้งานได้นานกว่าเสื้อเกราะจากต่างประเทศ ซึ่งผลิตมาจากใยสังเคราะห์ และมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น 3.เสื้อเกราะที่ผลิตจากฝีมือนักเรียนอาชีวะยังสามารถ "ยับยั้งแรงกระแทก" ได้ดีกว่าเสื้อเกราะที่ทำมาจากใยสังเคราะห์อีกด้วย ส่วน "ข้อเสีย" ของเสื้อเกราะเท่าที่พบมีเพียงเรื่อง "น้ำหนัก" ซึ่งยังมีน้ำหนักมากกว่าของต่างประเทศ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ระบุว่า เสื้อเกาะกันกระสุนที่จัดทำขึ้นมานี้ได้ทำการวิจัยและพัฒนามาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีส่วนผสมทำมาจาก "เหล็กแข็ง" ประกบกับ "อะลูมิเนียมเหนียว" ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นสูง และที่สำคัญ ทางทีมวิจัยพยายามใช้วัตถุดิบที่มีในอยู่ประเทศมาผลิตเป็นหลัก "หลังจากทดสอบยิงเสื้อเกราะที่จัดทำขึ้นต่อหน้าสักขีพยานเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนพบว่า เสื้อเกราะที่นักศึกษาอาชีวะผลิตขึ้นนั้นผ่านมาตรฐานของกระทรวงกลาโหม โดยผลจากการยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นนานาชนิดขนาดตั้งแต่ .45 ลงมามีรอยลึกลงไปในเสื้อเกราะเพียง 1 ใน 3 ซึ่งมีมาตรฐานตรงกับมาตรฐานโดยทั่วไปของอุปกรณ์ชนิดนี้" ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา การันตีคุณภาพ
ขณะที่ สรายุทธ มานะจิต อายุ 21 ปี นักศึกษาแผนกโลหะ ชั้น ปวส. 2 วิทยาลัยอาชีวะสมุทรปราการ บอกว่า รู้สึกยินดี และภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสรับหน้าที่ผลิตเสื้อเกราะส่งไปให้ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครในสามจังหวัดชายแดนใต้ แม้ว่าตัวเองจะเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆ เพียงชิ้นเดียวก็ตาม ผมเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ และทีวี และรู้ถึงปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ ผมรู้สึกสงสารคนที่นั่น และอยากให้ทุกคนรักใคร่มีความสามัคคีกัน ไม่อยากเห็นความรุนแรง และอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน และใช้วิธีเจรจากันมากกว่า นักศึกษาอาชีวะรายนี้ กล่าวด้วยความหวัง
เช่นเดียวกับ เรวดี ดวงธรรม อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวสถาบันเดียวกันซึ่งบอกว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ เพราะเป็นสิ่งดีที่คนไทยควรจะร่วมมือกันทำให้เกิดความสงบสุข เพราะหากถ้าคนไทยมีความสามัคคีกันก็จะไม่มีใครมาทำอะไรเราได้ ปกติเราอยู่ในชั้น เรียนแต่ทฤษฎี แต่การทำเสื้อเกราะนี้ทำให้พวกเราได้มีโอกาสปฏิบัติงานจริง ใช้เครื่องจักรจริง พวกเราจึงได้ประโยชน์ 2 ต่อ และภูมิใจมากที่มีโอกาสช่วยเหลือรั้วของชาติ สาวอาชีวะคนเดิมกล่าวด้วยความภูมิใจ และเชื่อว่าคนไทยร่วมชาติทุกคนจะรู้สึกภาคภูมิใจ และส่งกำลังใจไปช่วยทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เช่นเดียวกัน |
| ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย | ||
ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||