• Sp-Report
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyarit@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 16342
  • จำนวนผู้โหวต : 31
  • ส่ง msg :
Sp-Report
ข่าวมีสาระ รายงานมีสีสัน จากทีมข่าวรายงานพิเศษ "คม ชัด ลึก" สู่ blogโอเคเนชั่น...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Sp-Report
วันอังคาร ที่ 4 กันยายน 2550
นักวิชาการป่าไม้แฉไม่มีผลวิจัยยืนยันสารกระตุ้นน้ำมันกฤษณา(ตอน2)
Posted by Sp-Report , ผู้อ่าน : 180 , 16:13:51 น.  
พิมพ์หน้านี้


นักวิชาการป่าไม้แฉไม่มีผลวิจัยยืนยัน สารกระตุ้นน้ำมันกฤษณาที่ให้ผล 100% เตือนตัดสินใจให้ดีก่อนลงทุน เหตุไม่มีหน่วยงานรัฐลงไปดูแล พบนักธุรกิจหัวหมอทำระบบผ่อน เดือนละ 2,000 บาท 5 ปีฟันกำไร 1 ล้านบาท สคบ.ยอมรับเอาผิดยาก เหตุเป็นสัญญาในอนาคต ต้องรอครบกำหนดก่อน

น.ส.เบ็ญจวรรณ ให้ข้อมูลอีกว่า กรมป่าไม้ได้ทดลองปลูกต้นกฤษณา เพื่อทำวิจัยมาหลายปีแล้ว ล่าสุด ทำแปลงรวมพันธุ์ คือ นำสายพันธุ์เอควิลาเรีย คราสนา (Aquilaria crassna) กับเอควิลาเรีย มาลัคเซนซิส (Aquilaria malaccensis) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่มากในป่าของไทย โดยนำกล้าพันธุ์มาจากป่าทั่วประเทศ เพื่อทดลองปลูกและปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับการทำเป็นสวนป่าเอกชน การปลูกต้นกฤษณาจะใช้เวลาประมาณ 5-7 ปี ก่อนจะเริ่มทำกลวิธีชักนำให้เกิดสารกฤษณาหรือทำให้เนื้อไม้มีวงสีดำ โดยใช้เวลาอีก 2-3 ปี แล้วจึงตัดนำเนื้อไม้ไปขายให้โรงกลั่นน้ำมันกฤษณา

"ทดลองปลูกเพื่อศึกษาว่าน้ำมันกฤษณาที่ได้จากต้นไม้ที่เกิดในป่าธรรมชาติ มีความแตกต่างกันอย่างไรกับแปลงทดลอง แล้วก็พบว่ามีความแตกต่างกันในองค์ประกอบ เพราะน้ำมันจากต้นธรรมชาติมีการสะสมมาหลายสิบปี คุณภาพที่ได้ต้องดีกว่าแน่นอน แต่สำหรับความต้องการของตลาดตอนนี้มีอยู่สูงมาก แม้คุณภาพไม่ดีที่สุดก็ยังขายได้ราคา มีตลาดรองรับแน่นอน แต่ปัญหาคือการลงทุนปลูกต้องมีความรู้ว่า พื้นดินไหนเหมาะสม สภาพแวดล้อมการดูแลรักษา ตลอดจนการพัฒนาให้เกิดสารกฤษณา" น.ส.เบ็ญจวรรณ กล่าว

นักวิชาการป่าไม้ กล่าวต่อว่า วงดำหรือสารกฤษณาในต้นไม้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีบาดแผลเกิดที่ลำต้น เช่น เกิดจากฟ้าผ่า กิ่งไม้หักตามธรรมชาติ หากต้นไหนไม่มีบาดแผลก็ไม่เกิดสารกฤษณา ชาวอินเดียในอดีตได้ใช้วิธีตอกตะปู เพื่อให้ต้นไม้สร้างสารดำขึ้นมา จากนั้นก็มีความพยายามในการใช้วิธีอื่นๆ เช่น เจาะไม้แล้วสารละลายหยอดใส่ ทำปากขวาน หรือใส่เชื้อรา ฯลฯ ซึ่งวิธีการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่มีบางคนนำความรู้ไปจดลิขสิทธิ์เป็นของตัวเอง แล้วไปรับจ้างทำให้คนอื่นต่อ แต่ยืนยันได้ว่ายังไม่มีวิธีการใดที่ได้ผล 100% แม้แต่ในแปลงทดลองของกรมป่าไม้ ดังนั้น หากผู้ใดต้องการลงทุนปลูกต้นกฤษณาก็ต้องศึกษาและคำนึงถึงความคุ้มทุนด้วย

น.ส.เบ็ญจวรรญ กล่าวด้วยว่า กรมป่าไม้เคยเสนอให้สนับสนุนปลูกต้นกฤษณาเป็นวาระแห่งชาติ มีการตั้งสถาบันขึ้นมาศึกษาวิจัยโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับสถาบันวิจัยยางของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งสถาบันนี้ต้องศึกษาวิจัย ให้คำแนะนำวิธีปลูก มีการรวบรวมความรู้เทคนิควิธีการฉีดสารเร่ง ตลอดจนการตรวจสอบรับรองคุณภาพของไม้กฤษณา น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในด้านการค้า ที่สำคัญรัฐเองต้องวางระบบเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการสูญเสียรายได้ของรัฐ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง หรือเป็นแหล่งผลิตไม้กฤษณาที่สำคัญของโลก

เช่นเดียวกับ น.ส.ดวงเดือน ศรีโพธา นักวิชาการกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงธุรกิจลงทุนปลูกไม้กฤษณาว่า การปลูกตามธรรมชาติต้องใช้เวลาหลายสิบปีจึงจะเกิดการสะสมของสารกฤษณา (OLEORESIN) ที่นำมาสกัดทำให้เกิดกลิ่นหอม แต่การปลูกโดยแปลงทดลองในระยะเวลาไม่กี่ปีนั้น ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะทำให้เกิดสารกฤษณาคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ ส่วนใหญ่ก็อ้างว่าเป็นผลสำเร็จในห้องทดลอง กรมวิชาการเกษตรก็มีการทดลองปลูกไม้กฤษณาหลายแปลง อยู่ระหว่างทดสอบผลในระยะยาวว่า ได้สารกฤษณาตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

"ยังไม่มีหลักวิชาการหรืองานวิจัยที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า มีวิธีการทำให้ต้นไม้กฤษณาเกิดสารกฤษณาเกรดดีในแปลงปลูกระยะสั้นไม่ถึง 10 ปี บริษัทเอกชนและชาวบ้านส่วนใหญ่จะอ้างว่าเป็นผลสำเร็จจากการทดลองของกลุ่มตน แต่กรมวิชาการเกษตรยังไม่สามารถรับรองหรือยืนยันได้ 100% เพราะมีทั้งที่ทดลองได้ผลและทดลองไม่ได้ผล ส่วนตัวแล้วอยากแนะนำชาวบ้านหรือนักลงทุนรายย่อยให้ตัดสินใจให้ดีๆ และรอบคอบ ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานรัฐบาลที่มีอำนาจเข้าไปควบคุมกิจการนี้" นางดวงเดือน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งแจกเอกสารเชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงทุนปลูกสร้างสวนป่ากฤษณาในระยะสั้น 5 ปี จะได้ผลตอบแทน 5-10 เท่า โดยมีระบบผ่อนชำระเป็นรายเดือน มีขนาดพื้นที่ให้เลือกลงทุนตั้งแต่ 100 ตารางวา ไปจนถึง 1 ไร่ หากลงทุน 100 ตารางวา จะปลูกต้นกฤษณาได้ 100 ต้น ผ่อนเดือนละ 2,000 บาท ระยะเวลา 40 เดือน รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 1 แสนบาท ผ่านไป 5 ปี จะได้ผลตอบแทน 5 แสนบาท-1 ล้านบาท หากลงทุน 1 ไร่ เงินลงทุน 4 แสนบาท ภายใน 5 ปี 7 เดือน จะได้ผลตอบแทน 2-4 ล้านบาท พร้อมอ้างว่ามีตลาดรับซื้อไม้กฤษณาที่มีเนื้อไม้สีดำในราคากิโลกรัมละ 1.5-2 หมื่นบาท

นายสมเกียรติ เหล่าชำนาญวานิช เลขาธิการสมาพันธ์พัฒนาอุตสาหกรรมค้าไม้ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจปลูกไม้กฤษณากำลังได้รับความนิยมอย่างมาก สมาพันธ์ได้จัดสัมมนานำผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้กับกลุ่มเกษตรกรและผู้ลงทุนแล้ว เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่เข้าใจและเกิดความสับสนในเรื่องการลงทุนปลูกสวนป่ากฤษณา มักเชื่อคำอ้างว่าหากปลูกไม้กฤษณาแล้วภายใน 5-6 ปี จะตัดขายได้เลย เช่น ที่โฆษณาว่าปลูก 100 ต้น ลงทุน 1 แสนบาท ในพื้นที่ 100 ตารางวา จะทำกำไร 1 ล้านบาทภายใน 5 ปี เพราะน้ำมันกฤษณาสามารถขายได้ถึง 3,500-4,000 บาทต่อโตล่า (12 ซีซี)

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงนั้นไม้กฤษณาเป็นไม้เนื้ออ่อน ต้องทำให้เกิดแก่นดำหรือสารหอมสีดำในต้นไม้หรือที่เรียกว่าสารกฤษณา ที่เศรษฐีตะวันออกกลางนิยมซื้อไปจุดระหว่างทำพิธีทางศาสนาอิสลาม ถ้าปลูกต้นกฤษณาแล้วสามารถทำให้เกิดสารกฤษณาได้มากราคาก็จะสูง แต่ถ้าปลูกแล้วไม่มีสารนี้เกิดขึ้น ต้นไม้ก็จะขายไม่ได้ราคาเลย ซึ่งเทคนิคการทำให้เกิดสารกฤษณาในเนื้อไม้นั้น มีหลายรายออกมาอ้างว่าค้นพบเทคนิคพิเศษนี้แล้ว มีบางรายไปจดลิขสิทธิ์วิธีการไว้ด้วย

"หลายฝ่ายอ้างว่าเป็นเจ้าของเทคนิคที่เร่งให้เกิดสารกฤษณาได้ แต่ในทางวิชาการนั้นยังไม่มีการยืนยันว่า ได้ผล 100% และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ไม่มีใครกล้าออกมารับรอง ฝ่ายนักธุรกิจถือว่าเทคนิคเร่งสารกฤษณาเป็นความลับสุดยอด มีเอกชนหลายรายไปทดลองใช้ในแปลงชาวบ้าน เช่น จ้างชาวบ้านปลูกต้นกฤษณาต้นละ 1,000 บาท แล้วห้ามตัด เพราะมีการทดลองฉีดสารเร่งเป็นเวลา 3 ปี ถ้าได้ผลถึงจะซื้อต้นไม้คืน บางรายก็รับจ้างฉีดสารเร่งต้นละหลายร้อยบาท ทั้งที่ยังไม่รู้ว่า ได้ผลจริงหรือไม่" นายสมเกียรติ กล่าว

ทั้งนี้ เลขาธิการสมาพันธ์ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรปลูกต้นกฤษณาในหลายจังหวัด เป็นการรวมตัวของชาวบ้านที่แลกเปลี่ยนความรู้กันเป็นลักษณะวิสาหกิจ มีหลายกลุ่มที่มีเทคนิคเร่งสารกฤษณาได้ผล ถ้าชาวบ้านอยากปลูกก็ติดต่อขอข้อมูลหรือเทคนิคได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องไปเสียค่าใช้จ่ายราคาแพงให้บริษัทเอกชน และไม่รู้ว่าจะได้ผลจริงหรือไม่

ด้าน นางรัศมี วิศทเวทย์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ.ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง แต่การโฆษณาว่าจะได้กำไร 200-300% ภายในเวลาไม่กี่ปีนั้น ต้องรอให้ถึงกำหนดว่ารับซื้อคืน หรือทำกำไรได้ตามที่โฆษณาหรือไม่ ความผิดยังไม่เกิดขึ้น เป็นสัญญาในอนาคตจึงเอาผิดได้ยาก แต่ที่ผ่านมามีกรณีฟ้องร้องคล้ายคลึงกัน คือ มีการชักชวนให้ปลูกไม้สักเมื่อหลายปีที่แล้ว อ้างว่าจะทำกำไรหลายเท่า มีการดูแลต้นไม้ให้อย่างดี แต่สุดท้ายก็ไม่มีการดูแลและไม่รับซื้อคืน

ส่วนกรณีที่หวาดกลัวว่า การชักชวนลงทุนปลูกต้นไม้กฤษณาจะเหมือนกรณีแชร์ลูกโซ่นั้น นางรัศมี กล่าวว่า อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ได้ หากกลุ่มธุรกิจปลูกไม้กฤษณาใด มีกลยุทธ์ให้ลูกค้าชักชวนคนอื่นมาลงทุนเพิ่ม แล้วลูกค้าเดิมได้ผลประโยชน์จากการชักชวน เหมือนกับระดมเครือข่ายให้หาสมาชิกเพิ่ม แล้วได้เงินต่อกันเป็นทอดๆ มีการโฆษณาอ้างว่าทำกำไรสูงผลตอบแทนดีเกินจริง ถ้าเป็นกรณีนี้ก็เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่มีความผิดตามกฎหมาย

"ถ้าเป็นสัญญาจ้างปลูกต้นไม้ แล้วตกลงกันว่าอนาคตจะซื้อคืนในราคาสูง ก็ต้องรอดูถึงกำหนดสัญญาว่าได้คืนตามนั้นหรือไม่ เรื่องการลงทุนปลูกต้นไม้ทุกประเภท อยากให้ผู้บริโภคพิจารณาให้ดี เพราะไม่มีธุรกิจใดได้เงินจำนวนมากๆ มาง่ายๆ โดยเฉพาะต้นกฤษณานั้น ไม่ได้ให้น้ำมันกฤษณาทุกต้น ต้องคิดและศึกษาให้ดีก่อนลงทุนตามคำโฆษณา" เลขาธิการ สคบ.เตือน

หลังจาก "คม ชัด ลึก" นำเสนอเรื่องราวธุรกิจรูปแบบใหม่ ชักชวนประชาชนปลูกไม้กฤษณา โดยอ้างว่าจะได้ผลกำไรตอบแทนในอนาคตเป็นเงินหลายเท่า เนื่องจากได้ลิขสิทธิ์สารกระตุ้นเร่งให้เกิดน้ำมันกฤษณา ล่าสุดนักวิชาการกรมป่าไม้ยืนยันว่า ยังไม่มีเทคนิคทำน้ำมันกฤษณาที่ให้ผล 100%

น.ส.เบ็ญจวรรณ คฤหพัฒนา นักวิทยาศาสตร์ประจำสำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนติดต่อสอบถามเรื่องการลงทุนปลูกต้นกฤษณาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งที่ต้องการปลูกเองและร่วมลงทุนกับบริษัทใหญ่ กรมป่าไม้ได้แนะนำไปว่าควรคำนึงถึงรายละเอียดของสัญญาว่าเป็นแบบใด แบ่งผลประโยชน์อย่างไร


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ทาคุ วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/aran

เออ อ่านพาดหัวแล้วสะใจ เราก็ว่ามันไม่น่าจะดีนะ ถ้างั้นมันทำไร่ปลูกเองแบบซีพีทำฟาร์มกุ้งดีก่า ไม่มีให้ชาวบ้านทำหรอก
ความคิดเห็นที่ 1
Sp-Report วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/Sp-Report

อ่าน ข่าวธุระกิจต้นไม้กฤษณา ย้อนหลังได้ที่ http://www.oknation.net/blog/Sp-Report/2007/09/03/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย

ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



คุณคิดว่าควรมีบทลงโทษอย่างไรกับ กรณีที่ตำรวจตั้งด่านเถื่อน
ไล่ออกจากราชการ
2 คน
ลดขั้น และเงินเดือน ในปีที่ถูกร้องเรียนหากมีการพิสูจนืได้
7 คน
ส่งไปตั้งด่านที่ 3 จว.ชายแดนใต้
7 คน

  โหวต 16 คน