• Sp-Report
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyarit@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 24888
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
Sp-Report
ข่าวมีสาระ รายงานมีสีสัน จากทีมข่าวรายงานพิเศษ "คม ชัด ลึก" สู่ blogโอเคเนชั่น...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Sp-Report
วันอังคาร ที่ 4 กันยายน 2550
ชมรมเกษตรระยองแฉกลุ่มธุรกิจสวนป่ากฤษณา แค่แปลงทดลอง อาจไม่ได้ผลจริง อย่าทุ่มเงินล้าน (ตอน3)
Posted by Sp-Report , ผู้อ่าน : 327 , 16:26:34 น.  
พิมพ์หน้านี้


ชมรมเกษตรระยองแฉกลุ่มธุรกิจสวนป่ากฤษณา แค่แปลงทดลอง อาจไม่ได้ผลจริง อย่าทุ่มเงินล้านจ้างบริษัทเอกชนปลูก อดีตปลัดเกษตรฯ หวั่นปลูกพืชเชิงเดี่ยวทำลายสมดุลธรรมชาติ ด้านกองคุ้มครองพันธุ์พืชชี้ไม้กฤษณาหวงห้ามตาม ก.ม.ไซเตส

 ตามที่ "คม ชัด ลึก" นำเสนอเรื่องราวกลุ่มธุรกิจปลูกไม้กฤษณาชักชวนให้ประชาชนร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนหลายเท่า ล่าสุดกลุ่มเกษตรกรปลูกต้นกฤษณาได้ออกมาเตือนว่าอย่าหลงเชื่อ เพราะหลายบริษัทเป็นแค่แปลงทดลอง ยังไม่เห็นผลจริง

สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา จ.ระยอง (สงวนนาม) ให้ข้อมูลต่อ "คม ชัด ลึก" ว่าขณะนี้มีบริษัทเอกชนหลายแห่งเข้ามากว้านซื้อที่ดินราคาไม่กี่พันบาท แล้วนำไม้กฤษณามาปลูกอ้างว่า มีสูตรทำให้เกิดสารเร่งน้ำมันในเนื้อไม้ แล้วประกาศหาผู้ร่วมลงทุน ราคาลงทุนไร่ละล้านกว่าบาท ตนเห็นว่าแปลงปลูกต้นกฤษณาของหลายแห่งเป็นแค่แปลงทดลอง ยังไม่เห็นผลจริง จึงอยากเตือนให้กลุ่มเกษตรกร หรือประชาชนพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

"ไม่ใช่ห้ามลงทุน แต่ถ้าอยากทดลองปลูกต้นกฤษณาก็มาขอข้อมูลจากกลุ่มเราได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ใครอยากลงทุนก็ไปซื้อที่ดินราคาถูก ไร่ละไม่กี่หมื่นบาท มาลงต้นกล้าไม้กฤษณาต้นละประมาณ 15 บาท ไร่หนึ่งปลูกได้ประมาณ 400 ต้น ครบ 5 ปี ถ้าต้นกฤษณามีแก่นไม้ดำเยอะก็ขายได้ต้นละอย่างต่ำ 1 หมื่นบาท ลงทุนไม่ถึง 1 บาท ได้กำไรหลายล้าน บาท ตอนนี้ชมรมเรามีสมาชิกกว่า 500 คน ปลูกต้นกฤษณาอยู่ทั่วประเทศประมาณ 1 หมื่นไร่ ถ้าใครอยากได้คำปรึกษาก็ถามมาได้ สมาชิกทุกคนพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้อง" สมาชิกข้างต้น กล่าว

ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรปลูกไม้กฤษณา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากธุรกิจที่ชักชวนให้ลงทุนปลูกป่ากฤษณาไร่ละล้านกว่าบาทแล้ว ยังมีกลุ่มนักธุรกิจที่ไปติดต่อกับเกษตรกรว่า มีสูตรเร่งสารดำหรือชักนำให้เกิดสารกฤษณาในเนื้อไม้ ซึ่งที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องฉีดอะไร เพียงแค่ตัดกิ่งไม้หรือทำให้เกิดแผลที่ลำต้น เพราะโดยธรรมชาติของต้นกฤษณาหากมีบาดแผลเกิดขึ้น จะมีกลไกสร้างสารกฤษณา เพื่อสมานแผลให้เนื้อเยื่อไม้ สารกฤษณาที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่ทำให้ต้นไม้มีราคาแพง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปซื้อสูตรหรือจ้างใครทำ เพียงแค่รู้วิธีทำให้ต้นไม้กฤษณาเกิดบาดแผลก็ได้ผล

ด้าน ดร.ยุกติ สาริกะภูติ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในฐานะนายกสมาคมไทยพัฒนาส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมป่าไม้ว่า ขณะนี้ธุรกิจขายไม้แก่นดำหรือไม้กฤษณากำลังเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรทั่วประเทศ แบ่งเป็น 6 รูปแบบ คือ 1.ธุรกิจขายน้ำมันกฤษณา 2.ธุรกิจขายเนื้อไม้ที่เกิดสารกฤษณา 3.ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสารกฤษณา เช่น ยา สบู่ สมุนไพร ฯลฯ 4.ขายกล้าไม้กฤษณา 5.ขายเทคนิคการชักนำให้เกิดสารกฤษณา 6.ธุรกิจรับจ้างปลูกสวนป่าไม้กฤษณา

ดร.ยุกติ กล่าวว่า ตลาดน้ำมันหอมที่ได้มาจากต้นกฤษณานั้นมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่ที่คึกคักมากที่สุดก็ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นหน่วยงานรัฐต้องเข้ามาดูแลให้ความรู้ประชาชนมากกว่านี้ เช่น ผู้ลงทุนหรือเกษตรกรที่ปลูกต้องรู้เบื้องต้นว่า ไม้กฤษณาไม่ใช่ต้นไม้ทั่วไปที่ปลูกโตแล้วจะตัดขายได้เลย ต้องมีวิธีการทำให้เกิดวงดำ หรือสารหอมในตัวเนื้อไม้เสียก่อน ถ้าหอมมากก็ได้ราคาสูงและหอมน้อยก็แทบไม่ได้

"ที่สำคัญรัฐต้องสอดส่องดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย เพราะกลุ่มธุรกิจที่มากว้านซื้อที่ดินแปลงใหญ่ แล้วปลูกต้นไม้กฤษณาเป็นพืชเชิงเดี่ยว หรือปลูกพืชอย่างเดียวหลายพันไร่ อาจทำให้เกิดภาวะฝืนธรรมชาติในบริเวณนั้นได้ วิธีการที่ถูกต้องคือการสนับสนุนให้ปลูกไม้กฤษณาเป็นพี่เลี้ยง มีการปลูกต้นยาง หรือต้นไม้อื่นๆ หรือต้นผลไม้แซมด้วย เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้มีความสมดุล" ดร.ยุกติ กล่าว

ขณะที่ นายมานิตย์ ใจฉกรรจ์ ฝ่ายการค้าพืชตามอนุสัญญา กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เตือนว่า ที่ผ่านมามีการลักลอบตัดไม้กฤษณาในอุทยานแห่งชาติหรือป่าสงวนทั่วประเทศ เพื่อนำไปกลั่นเป็นน้ำมันขายให้ต่างชาติ จนทำให้ปริมาณไม้กฤษณาในป่าอนุรักษ์ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว จึงมีการเสนอให้ไม้กฤษณาเป็นพืชอนุรักษ์ในบัญชีที่ 2 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ซึ่งบัญชีที่ 2 หมายถึงพืชที่มีแนวโน้มใกล้จะสูญพันธุ์ อนุญาตให้ค้าขายได้แต่ต้องมีการควบคุม

"ถ้าเกษตรกรหรือนักลงทุนจะปลูกต้นกฤษณาก็ทำได้ ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง มีเจ้าของโดยชอบธรรม มีการยืนยันที่มาของผลผลิตว่า ไม่ได้ลักลอบเอามาจากป่าหวงห้าม โดยตอนปลูกสามารถมาเอาต้นกล้ามาขอขึ้นทะเบียนปลูกได้ แต่หากต้องการส่งผลผลิตจากไม้กฤษณาออกไปขายต่างประเทศ ก็ต้องยื่นขอนุญาตส่งออกอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนที่สนใจลงทุนปลูกกฤษณาต้องศึกษาให้ดี ว่าได้ผลคุ้มค่าหรือไม่ มีการทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากไม่แน่ใจอย่าลงทุน" นายมานิตย์ แนะนำ

ข้อมูลจากกองคุ้มครองพันธุ์พืช ระบุว่า ชิ้นไม้กฤษณาและผลผลิตจากต้นกฤษณาถือเป็นของป่าหวงห้าม ตาม พ.ร.บ.กำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ.2530 ซึ่งหมายถึงชิ้นไม้ที่มีสารกฤษณาในเนื้อไม้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นไม้หรือขี้เลื่อยก็ตาม และคำว่ากฤษณารวมถึงผลพลอยได้ หรือผลผลิตที่ได้จากการกลั่นกฤษณาด้วย ซึ่งปกติจะมีลักษณะเป็นน้ำมันหอมระเหย การเคลื่อนที่ผลผลิตจากต้นไม้กฤษณาจะต้องมีใบเบิกทางที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้

จากสถิติรายงานประจำปี (Annual Report) ที่ประเทศสมาชิกอนุสัญญาไซเตสเสนอต่อสำนักเลขาธิการไซเตส พบว่ามีการค้ากฤษณาในรูปของชิ้นไม้ (Chips) มากถึงร้อยละ 95 รองลงมา คือ ท่อนไม้ ผง และน้ำมันหอมระเหย สำหรับร้านค้าที่จะทำการค้ากฤษณาจะต้องขออนุญาตและขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้ โดยจะอนุญาตให้ค้าไม้กฤษณาที่มีการนำเข้าเท่านั้น โดยส่วนใหญ่ไม้กฤษณาจะนำเข้าจากลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ส่วนไม้กฤษณาในประเทศไทยถือเป็นของป่าหวงห้าม อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุสถิติการค้าไม้กฤษณาในประเทศไทยได้ เนื่องจากผู้นำเข้าและส่งออกมักจะหลบเลี่ยง ไม่สำแดงว่าเป็นไม้กฤษณา เนื่องจากไม้กฤษณามีอัตราภาษีศุลกากรสูงถึงร้อยละ 40


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Sp-Report วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/Sp-Report

อ่าน ไม้กฤษณาตอน 1 คลิ๊ก
http://www.oknation.net/blog/Sp-Report/2007/09/03/entry-1

อ่าน ไม้กฤษณาตอน 2 คลิ๊ก
http://www.oknation.net/blog/Sp-Report/2007/09/04/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย

ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



คุณคิดว่าควรมีบทลงโทษอย่างไรกับ กรณีที่ตำรวจตั้งด่านเถื่อน
ไล่ออกจากราชการ
2 คน
ลดขั้น และเงินเดือน ในปีที่ถูกร้องเรียนหากมีการพิสูจนืได้
7 คน
ส่งไปตั้งด่านที่ 3 จว.ชายแดนใต้
7 คน

  โหวต 16 คน