พิมพ์หน้านี้
|
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง กิตตินันท์ รอดสุพรรณ : ภาพ
ใกล้เที่ยงปลายเดือนกันยายน แม้จะยังไม่หมดฝน แต่วันนี้ดูเหมือนแสงแดดและไอร้อนจะสำแดงเดชมากกว่าทุกๆ วัน ภายใต้หลังคาเต็นท์สีเหลืองติดกันเป็นพรืด ณ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและสุนัขหลากพันธุ์ หลายคนกับหลายตัวเริ่มร้อนรุ่มและเดือดดาล ท่ามกลางความวุ่นวายไร้ระเบียบของคนและสุนัข ที่มารอรับบริการฝังไมโครชิพสุนัข กว่า 5 ปีมาแล้วที่ กทม.พยายามผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนสุนัข เพื่อควบคุมปัญหาคนทิ้งสุนัขจนกลายเป็นสุนัขจรจัดสร้างปัญหาให้สังคม จนสำเร็จลุล่วงและเริ่มดำเนินการฝังไมโครชิพสุนัขครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2550 โดยเริ่มจากการควบคุมสุนัขที่มีเจ้าของกว่า 8 แสนตัวใน กทม.ก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นจะขยายต่อไปยังสุนัขจรจัดอีกกว่า 2 แสนตัวที่เพ่นพ่านอยู่ทั่วเมืองหลวง
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง" เสียงสุนัขนานาพันธุ์ส่งเสียงเห่าทักทายกันเอง บ้างเกิดจากความหงุดหงิดจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะเจ้าขนปุยพันธุ์ต่างประเทศถึงกับลิ้นห้อยน้ำลายย้อย ในขณะที่เจ้าของเองก็สาละวนอยู่กับการดึงสายรัดจูงสุนัขตัวโปรดไม่ให้ไปกัดตัวอื่น ระหว่างกรอกแบบคำขอจดทะเบียนสุนัข เพื่อจะไปพบกับความยุ่งยากมากกว่าเก่าเวลาไปยืนต่อคิวยาวเหยียดรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน เมื่อขั้นตอนเกี่ยวกับเอกสารเสร็จเรียบร้อยเข็มฉีดยาบรรจุไมโครชิพขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าวจะถูกฝังลงใต้ผิวหนังบริเวณต้นคอสุนัข แล้วตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจรหัสไมโครชิพอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงนำหลักฐานทั้งหมดเข้าคิวรอรับบัตรประจำตัวสุนัข เบ็ดเสร็จกินเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง น้องหมาหลายตัวอารมณ์เริ่มไม่แจ่มเหมือนเคย ทุกตัวเริ่มหายใจหอบ ลิ้นห้อยเพื่อระบายความร้อนในตัว เพราะลำพังน้ำเปล่าที่เจ้าของให้กินกับเทราดลำตัวไม่สามารถช่วยคลายร้อนได้เสียแล้ว เจ้าของสุนัขบางรายเริ่มไม่สบอารมณ์กับการใช้บริการฝังไมโครชิพวันแรก !
"อยากฝังหมา ไม่อยากฝังชิพแล้ว" เสียงชายวัยกลางคนบ่นเสียงดังจากเต็นท์สลับกับเสียงบ่นของเจ้าของสุนัขที่มีท่าทีไม่พอใจกับการบริหารจัดการและการบริการของเจ้าหน้าที่ กทม. "โครงการดีนะ แต่การบริหารจัดการแย่ ไม่มีการวางแผน ไม่เป็นระบบ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่กระจายการบริการไปตามสำนักงานเขตต่างๆ เสียเวลามากเลย น่าจะไปทำเขตใครเขตมันก็ได้" ข้าราชการสาวจากรัฐสภาบ่นกระปอดกระแปด ขณะที่ใช้มือลูบสุนัขพันทางโตเต็มวัย 2 ตัว ที่นอนหลบร้อนอยู่ในเต็นท์เพื่อรอฝังไมโครชิพ "ดูนั่นซิ หมาต้องไปยื่นตากแดด อากาศก็ร้อน น่าสงสาร เขาน่าจะแจกบัตรคิวแล้วค่อยเรียกชื่อนะ ไม่ใช่ให้ยืนต่อแถวกลางแดดแบบนี้" เธอแนะนำ ส่วนหญิงสาววัยรุ่นอีกรายนำสุนัขพันธุ์เล็ก 3 ตัว ในชุดเสื้อกล้าม สะพายกระเป๋าใบจุ๋มจิ๋ม ใส่หมวกรูปหัวสัตว์ นั่งเรียงกันอยู่บนโต๊ะ ทว่าสีหน้าเจ้าของแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด "ฝังไมโครชิพแล้วค่ะ คุณแม่ไปรับบัตรอยู่" "ลำบากมากเลยค่ะ เจ้าหน้าที่ก็พูดไม่ดี มีการแซงคิวกันด้วย" เธอระบายอารมณ์เมื่อถามถึงความรู้สึกที่พาน้องหมามารับบริการฝังไมโครชิพ
29 กันยายน 2550 มีเจ้าของสุนัขนำสุนัขมารับบริการทั้งสิ้น 2,920 ตัว จากการให้บริการฝังไมโครชิพฟรี 5 หมื่นชิ้น หลายคนทยอยเดินทางมาตั้งแต่เช้า ทำให้การบริการด้านตรวจสอบเอกสารและการฝังไมโครชิพเป็นไปด้วยความล่าช้า "สิทธิสัตย์ เจียมวงศ์แพทย์ ผอ.สำนักอนามัย กทม.บอกว่า กทม.ได้รวบรวมข้อมูลความบกพร่องทั้งหมดไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการฝังไมโครชิพตามสถานที่ต่างๆ เพื่อความสะดวกของเจ้าของสุนัข วัตถุประสงค์หลักของการฝังไมโครชิพคือ การป้องกันการทิ้งสุนัขที่จะนำไปสู่ปัญหาสุนัขจรจัด จากการสอบถามเจ้าของสุนัขหลายคนเชื่อหรืออย่างน้อยก็มั่นใจว่า ไม่น่าจะช่วยลดปัญหาสุนัขจรจัดได้ หากคนเลี้ยงสุนัขไม่มีความรับผิดชอบเมื่อเบื่อแล้วก็จะนำสุนัขมาปล่อยอยู่ดี แม้จะมีค่าปรับเป็นเงินถึง 5,000 บาทก็ตาม
แต่สำหรับ "สมพร มโนเพชรเกษม" ชายหนุ่มวัย 46 ปี ที่กำลังยืนต่อแถวรอฝังไมโครชิพ หลังจากพา "โกโก้-นิโคล" สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์อายุ 9 เดือน 2 ตัว นั่งรถตุ๊กตุ๊กมาจากคลองสาน เห็นตรงกันข้ามว่าหากสุนัขทุกตัวได้รับการฝังไมโครชิพจะได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ จะช่วยแก้ปัญหาคนปล่อยสุนัขได้เยอะ คนที่คิดจะเลี้ยงสุนัขจะได้มีความรับผิดชอบมากขึ้น เช่นเดียวกับ "สาลี ศรีละมุน" อายุ 49 ปี ขนสุนัขพันธุ์เล็ก 5 ตัวมาฝังไมโครชิพ บอกว่า เมื่อฝังไมโครชิพแล้วใครที่ทิ้งสุนัขจะได้โดนปรับหนักๆ หรือใครคิดจะเลี้ยงสุนัขจะได้คิดนานๆ ว่าจะดูแลเขาได้ตลอดชีวิตหรือไม่ "นี่เจ้าตัวนี้ก็ถูกนักศึกษาซื้อมาเลี้ยงแล้วไม่สนใจดูแล" สาลีอุ้มสุนัขพันธุ์ชิสุให้ดู
ทั้งนี้ การฝังไมโครชิพในสัตว์เลี้ยงในยุคแรกๆ มีประโยชน์ในการติดตามและตรวจสอบกรณีสุนัขหายหรือถูกขโมย ป้องกันการซื้อขายผิดตัว ช่วยพัฒนาสายพันธุ์ การทำทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่มีจำนวนมาก และการประกวดสุนัข ทว่า กทม.นำแนวทางของคนรักสุนัขมาแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด ด้วยการติดไมโครชิพจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ? แล้วสุนัขจรจัดตัวจริงจะตกอยูในสภาพเช่นใด จะโดนยาเบื่อจนสูญพันธุ์หรือถูกขังลืมกันแน่ ! ...สุนัขแก่ขนเตียนแหว่งวิ่นทั่วตัว ที่คอมีเชือกฟางสีแดงล่ามอยู่ถูกลากถูลู่ถูกังลงมายังลานจอดรถชั้นใต้ดินลานคนเมืองในสภาพหมดเรี่ยวแรง แล้วหญิงชราก็รีบวิ่งมาช่วยอุ้มมันขึ้นรถยนต์ส่วนตัวออกไป... "มันเป็นหมาจรจัด นอนอยู่ใต้สะพาน คุณหมอสงสารเลยพามาฝังไมโครชิพ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วย อากาศก็ร้อนมันเลยเป็นแบบนี้ เมื่อเช้ายังดีๆ อยู่เลย" หญิงชราแจกแจงถึงที่มาของเจ้าหนังกลับ คำตอบยังก้องอยู่ในห้วงความคิด...คงมีแต่คนที่รักสุนัขจริงๆ เท่านั้นแหละที่จะพามันมาขึ้นทะเบียนและยอมรับเป็นเจ้าของ ! รักน้องหมา...ต้องพาไปจดขึ้นทะเบียน
ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงสุนัขหรือปล่อยสุนัข พ.ศ.2548 และระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ.2550 ที่ออกตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 มาตรา 29-30 กำหนดให้มีการจดทะเบียนสุนัข เพื่อลดปัญหาการทอดทิ้งสุนัข โดยเจ้าของนำสุนัขอายุไม่ต่ำกว่า 3 เดือนขึ้นไปมาขึ้นทะเบียน ตามขั้นตอนดังนี้ - นำสุนัขไปฝังไมโครชิพที่คลินิกสัตว์ของ กทม.ทั้ง 8 แห่ง (150 บาท แต่ 5 หมื่นชิ้นแรกฟรี) หรือคลินิกสัตว์เอกชน (300-500 บาท) เพื่อออกใบรับรองเป็นเอกสารหลักฐานนำไปทำบัตรประจำตัวสุนัข - เจ้าของสุนัขเตรียมใบรับรองการฝังไมโครชิพ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านที่สุนัขอยู่อาศัย และใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่เกิน 1 ปี ไปยื่นที่กองสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กทม. หรือสำนักงานเขตพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกรายละเอียด เช่น ชื่อเจ้าของ ที่อยู่ของสุนัข รูปพรรณสัณฐานของสุนัข และรหัสไมโครชิพ แล้วก็จะได้ "บัตรประจำตัวสุนัข" เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว...เจ้าของสุนัขต้องปฏิบัติดังนี้ - เลี้ยงสุนัขเฉพาะในบ้านที่ระบุไว้ในการขึ้นทะเบียน - ควบคุมสุนัขมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยงโดยปราศจากการควบคุม - รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกลักษณะเป็นประจำ - จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขมาสู่คน - เจ้าของสุนัขต้องเลี้ยงสุนัขไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม ไม่คับแคบหรือสกปรก จนเป็นผลเสียต่อสุขภาพสุนัข - เจ้าของสุนัขมีหน้าที่ระวังและรับผิดชอบมลภาวะด้านเสียงและกลิ่นที่รบกวนผู้อื่นรวมถึงอันตรายต่อสุขภาพของผู้อื่น - ถ้าไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสุนัขต้องหาเจ้าของใหม่และมอบบัตรประจำตัวสุนัขให้เจ้าของใหม่ หากหาผู้อุปการะไม่ได้ ต้องมอบให้ กทม.ดูแล โดยเสียค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด อย่างไรก็ตามหากมีการย้ายที่อยู่ของสุนัข บัตรประจำตัวสุนัขหาย สุนัขทำร้ายคน สุนัขตาย เปลี่ยนเจ้าของใหม่ ต้องมาแจ้งต่อหน่วยงานที่รับจดทะเบียน หรือกองสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กทม.ภายใน 30 วัน และหากใครยังไม่นำสุนัขไปขึ้นทะเบียนก่อน 4 กรกฎาคม 2551 จะถูกปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ตีทะเบียนสุนัข : ลดหรือเพิ่มหมาจรจัด !
บ้านหลังเล็กๆ ขนาด 18 ตารางวา ท้ายซอย 83/12 การเคหะร่มเกล้า คลาคล่ำไปด้วยฝูงสุนัข ทั้งสุนัขพันธุ์ผสม ร็อตไวเลอร์ ฯลฯ ส่งเสียงเห่ากันขรมอยู่ในกรงและวิ่งวนอยู่ภายในบ้านกว่า 50 ตัว ปะปนกับแมวใหญ่น้อยที่นอนกระดิกหางอยู่ในกรงอีกเกือบ 10 ตัว "ศิริกาญจนา หมื่นจำเริญ" อายุ 54 ปี ผู้ช่วยเหลือสุนัขและแมวเหล่านี้ เล่าให้ฟังว่า เก็บสุนัขและแมวเหล่านี้มาดูแลกว่า 15 ปีแล้ว เพียงเพราะความสงสารที่พวกมันถูกเจ้าของทอดทิ้ง ส่วนสุนัขร็อตไวเลอร์ที่นอนอยู่หน้าบ้าน เจ้าของซึ่งเป็นชาวต่างชาติขังลืมไว้ในบ้าน กทม.ต้องช่วยออกมาและติดต่อให้รับมาดูแลหาบ้านใหม่ให้ เช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์อีกตัวที่นอนอยู่ในกรง ภาระการช่วยชีวิตสุนัขและแมวจรจัดเหล่านี้ จึงเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของศิริกาญจนา นอกเหนือจากงานรับราชการที่ทำอยู่ ซึ่งการปล่อยให้สัตว์จรจัดเหล่านี้เข้าไปอยู่ในความดูแลของ กทม.ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวไม่แพ้กัน "ต้องช่วยเหลือมันเหมือนเป็นแฟมิลี่ หลุดจากเราไปก็จะไปอยู่ในที่แออัด อย่างที่ประเวศสถานเลี้ยงสุนัขจรจัดของ กทม.ก็เลี้ยงอย่างแออัดคอกละ 400-500 ตัว หากมีสักตัวติดโรคหลงเข้าไปก็ไม่รักษา และจะติดโรคกันทั้งคอกเหมือนเป็นการทรมานสัตว์เลย" ศิริกาญจนา บอก ขณะที่ กทม.ออกระเบียบควบคุมและปล่อยสุนัขขึ้นมาล่าสุด กำหนดให้เจ้าของต้องนำสุนัขไปขึ้นทะเบียน เธอ มองว่า กทม.ประชาสัมพันธ์ให้คนนำสุนัขไปขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิพด้วยความสับสน หากใครไม่ปฏิบัติตามจะต้องเสียค่าปรับ 5,000 บาท จะยิ่งทำให้มีการนำสุนัขมาปล่อยมากขึ้น ! "จะควบคุมปริมาณสุนัขจรจัด กทม.ต้องป้อนให้ถึงปาก ออกหน่วยเคลื่อนที่เดือนละ 4-5 ครั้ง ทำงานให้เต็มเวลา อยากให้บ้านเมืองไม่มีหมาจรจัดก็ต้องเข้ามา ไม่ใช่ให้ชาวบ้านวิ่งไปหา คนที่มีรายได้น้อยจะเอาเงินที่ไหนจ้างรถมาขนสุนัขไปติดไมโครชิพ แล้วใครจะยอมเสียค่าปรับ" ศิริกาญจนา สะท้อนและเชื่อว่า นโยบายการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดด้วยการขึ้นทะเบียนสุนัข จะยิ่งกระตุ้นให้คนที่ขาดความรับผิดชอบนำสุนัขมาปล่อยมากขึ้น และสุดท้ายชะตากรรมของสุนัขเหล่านี้ ต้องไปอยู่ในคุกหรือคอกขังของ กทม.และตายอย่างทรมานในที่สุด ด้าน "โรเจอร์ โลหนันทน์" นายกสมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) บอกว่า โดยหลักการแล้วการขึ้นทะเบียนสุนัขด้วยการฝังไมโครชิพเพื่อลดปัญหาสุนัขจรจัดเป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางปฏิบัติอาจสร้างปัญหาให้กลุ่มที่ช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่เลี้ยงตามมีตามเกิดที่บ้าน วัด และบนท้องถนน ที่มีอยู่เกือบทุกซอยใน กทม. อาจนำสุนัขมาปล่อยไว้ที่เดิม แล้วสุนัขเหล่านั้นก็อาจถูกกำจัดด้วยการวางยาเบื่อในที่สุด "การขึ้นทะเบียนสุนัขเป็นวิธีแก้ปัญหาสุนัขจรจัดตามมาตรฐานสากลที่โลกยอมรับ แต่จะมีปัญหากับประเทศไทยที่อยู่กันอย่างอนุโลม ซึ่งสุนัขจรจัด 2 แสนตัวใน กทม.เราควรให้มีคนดูแลรับเป็นเจ้าของแล้วไปให้บริการฝังไมโครชิพฟรี ซึ่งสุนัขจรจัดเหล่านี้ทำหมันมาแล้ว และไม่มีใครปล่อยเพิ่มมันก็จะค่อยๆ หมดไปเอง หากจะทำแบบประเทศอังกฤษหรืออเมริกาเมื่อ 100 ปีก่อน ด้วยการกำจัดสุนัขจรจัดทั้งหมด คนไทยรับได้หรือไม่" โรเจอร์ เสนอทางเลือก อย่างไรก็ตาม เขา มองว่า ข้อบัญญัติ การขึ้นทะเบียนสุนัขก็ยังมีปัญหากรณีที่เจ้าของต้องนำทะเบียนบ้านมาใช้เป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียนสุนัขด้วย เพราะสภาพความเป็นอยู่ของคนเมืองที่เลี้ยงสุนัข ในเช่าบ้าน หอพัก ฯลฯ จึงไม่มีทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นหลักฐานที่จะนำสุนัขไปรับการฝังไมโครชิพได้ จึงได้ยื่นหนังสือถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว กำลังรอว่า กทม.จะแก้ปัญหาอย่างไร |
| ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย | ||
ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |