พิมพ์หน้านี้
|
แกะรอยบึ้มอดีตที่ทำการพรรคไทยรักไทย สาขาเสิงสาง ของแรมโบ้อีสาน พบ ด.ต.เหยื่อบึ้มผู้เก็บตัวและทุ่มเท คลุกคลีงาน ตชด.มากว่า 11 ปี ก่อนย้ายลงพื้นที่ กับ 3 ประเด็นร้อน ส่วนตัว ขัดโรงงานแป้งมัน และสร้างสถานการณ์ ?
เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องกลบสรรพสิ่งหน้าบ้านเลขที่ 38 หมู่ 3 เทศบาลตำบลเสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เมื่อหัวค่ำ 13 มกราคมที่ผ่านมา มีนัยให้ตำรวจต้องขบคิดและหาคำตอบ เพื่อคลี่คลายคดีให้ได้ 3 ประเด็น ที่ดูมีน้ำหนักมากกว่าเรื่องอื่นใด คือ ขัดแย้งกับโรงงานแป้งมันในพื้นที่ ขัดแย้งส่วนตัว และการสร้างสถานการณ์ !?! บ้านหลังดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นที่ทำการพรรคไทยรักไทย สาขาเสิงสาง ที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง "สุพร อัตถาวงศ์" อดีต ส.ส.ไทยรักไทย และอดีตกรรมการบริหารพรรค คนบ้านเลขที่ 111 ซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หลังจากพรรคไทยรักไทยถูกคำสั่งยุบพรรคการเมือง กุมบังเหียนอยู่ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้ใช้ไปในเรื่องการเมือง ทว่าเจ้าของฉายาแรมโบ้อีสานก็ยังคงเช่าไว้ให้ลูกน้องได้อยู่อาศัย ดังนั้น เหตุระเบิดครั้งนี้จึงถูกเชื่อมโยงไปถึงเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ประเด็นความขัดแย้งระหว่างแรมโบ้อีสานกับโรงงานแป้งมันในพื้นที่ถูกนำกลับขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง หลังเกิดเหตุระเบิดได้ไม่นาน ด้วยกลางดึกวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 แรมโบ้อีสานเคยถูกคนร้ายลอบยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ซ้าย ขณะขับรถกลับบ้านไปตามถนนสายเสิงสาง-ครบุรี ผลการสืบสวนสอบสวนครั้งนั้นตำรวจให้น้ำหนักไปถึงประเด็นความขัดแย้งที่แรมโบ้อีสานทำหนังสือร้องเรียนคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ (กมธ.) เรื่องโรงงานแป้งมันสร้างทับที่ดิน ส.ป.ก. นำมาสู่การตรวจค้นโรงงานและออกหมายจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 2 คน ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ประเด็นต่อมาที่ตำรวจเองก็ไม่อาจมองข้าม คือ เรื่องของการสร้างสถานการณ์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดพลาด !?! นายตำรวจระดับสูงในพื้นที่คนหนึ่งวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้มองไปที่ประเด็นข้างต้นให้ "คม ชัด ลึก" ฟังว่า เป็นเพราะการเมืองในนครราชสีมายังไม่นิ่ง ประกอบกับขณะเกิดเหตุอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ไปนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ครบุรี ! ใครก็ตามที่หวังผลด้านร้ายๆ ให้เกิดกับอดีตมือขวาของนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร น่าจะรู้ดีว่าเป้าหมายอยู่ที่ไหนและหากเกิดจากความจงใจจริงก็น่าจะหวังผลเลิศได้มากกว่า การลอบวางระเบิดบ้านในช่วงที่ไม่มีใครอยู่อาศัยเลย ? อย่างไรก็ตาม นายตำรวจคนเดิมไม่ขอปักธงไปว่า ใครคือกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ หากว่าผลการสอบสวนออกมาว่ามันเป็นเช่นที่คาดการณ์จริง "แรมโบ้อีสานมีบุคลิกพูดจาโผงผาง ไม่ค่อยกลัวใคร และที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนตลอด ด้วยเหตุนี้ทำให้เขามีศัตรูเยอะ" คราวนี้ก็มาถึงเรื่องเหยื่อบึ้ม ด.ต.ดำเนิน เมสูงเนิน ผบ.หมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา จิ๊กซอร์ปริศนาอีกตัวที่ชุดสืบสวนพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับที่มาที่ไปของตำรวจรายนี้ เหตุใดถึงตกเป็นเหยื่อบึ้มอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ ? ด.ต.ดำเนิน เป็นคน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยกำเนิด จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นได้เข้าเป็นพลสำรองพิเศษ บรรจุเข้ารับราชการตำรวจครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2524 ในสังกัด ตชด.กก.เขต 4 (ชื่อหน่วยงานเมื่อครั้งอดีต) ปัจจุบันคือ กก.ตชด.ที่ 24 ค่ายเสนีรณยุทธ์ จ.อุดรธานี โดยทำอยู่นานกว่า 11 ปี จึงย้ายมาลงพื้นที่เป็น ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ สภ.สูงเนิน เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นชุดเฉพาะกิจของ บก.ภ.จว.นครราชสีมา โดยทำอยู่นานพอสมควรจนย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.สูงเนิน จนถึงปัจจุบัน อัตราเงินเดือนครั้งสุดท้าย 18,670 บาท ด้วยความเป็นคนเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ทำให้เพื่อนร่วมงานหลายคนรับรู้เรื่องราวส่วนตัวของ ด.ต.ดำเนิน น้อยมาก แต่เมื่อพูดถึงการทำงานแล้วทุกคนต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า ตำรวจผู้นี้ทุ่มเทและให้ความสำคัญกับงานมากคนหนึ่ง "ด.ต.ดำเนินเป็นคนดีนะ มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในงานสืบสวนสอบสวนดีคนหนึ่งทีเดียว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงบอกไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร แต่ ด.ต.ดำเนิน เป็นตำรวจตระเวนชายแดนเก่า เขาพอมีความรู้เกี่ยวกับการตรวจ เก็บกู้ และประกอบวัตถุระเบิดอยู่บ้าง" เพื่อนร่วมงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ตรงกันข้ามกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนายหนึ่งที่ยืนยันว่า ด.ต.ดำเนิน ไม่เฉพาะพอมีความรู้เกี่ยวกับการตรวจ เก็บกู้ และประกอบวัตถุระเบิดเท่านั้น แต่มีความชำนาญถึงขั้นเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญคนหนึ่งเลยทีเดียว !!! "แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นระเบิดชนิดไหน แต่เบื้องต้นสันนิษฐานได้ว่า น่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง และเกิดความผิดพลาดระเบิดทำงานก่อนเวลา เหมือนเหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นใกล้กับสำนักงานอัยการเขต 3 ถนนราชดำเนิน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550" เพื่อความกระจ่างเกี่ยวกับระเบิดทำงานก่อนเวลาทั้งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิด "คม ชัด ลึก" ติดต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดช่วยขยายความให้ฟังว่า อาจจะเกิดจากมีสายเรียกเข้ามายังโทรศัพท์เครื่องที่ใช้เป็นตัวจุดชนวน ระหว่างการลอบวางระเบิด ทำให้ระเบิดทำงานก่อนเวลาที่กำหนดไว้ เขา อธิบายว่า ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือถึงแม้จะเป็นเครื่องที่เพิ่งซื้อมาใหม่หมาด ทว่ามักจะมีบริการส่งข้อความจากศูนย์บริการหลายแห่งอัตโนมัติ เมื่อเปิดเครื่องก็จะส่งมาทันทีโดยไม่รู้ตัว กรณีเช่นนี้หากคนลอบวางระเบิดไม่เฉลียวใจคิด ไม่ยกเลิกการรับข้อความทุกชนิด ก่อนลงมือ โอกาสพลาดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ คงต้องเฝ้าจับตามองกันต่อไปว่า คดีนี้จะลงเอยเช่นไร หรือจะเงียบหายไปเหมือนกับคดีระเบิดอย่างที่แล้วๆ มา ? |
| ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย | ||
ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||