พิมพ์หน้านี้
|
ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแข็งขันจากการก่อการร้ายในท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ หนุ่มหนึ่งจากแดนอังวะกลับเล็ดลอดสายตารู้เห็น แหวกม่านเหล็กขึ้นไปบนเครื่องบินของสายการบินตุรกีได้หน้าตาเฉย กลางดึกวันที่22 มกราคม 2551 วิศวกรประจำเครื่องบินของสายการบินตุรกีที่กำลังตรวจเช็กความพร้อมของเครื่องก่อนนำเครื่องเข้าเทียบสายพานหรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า งวงช้าง ตามปกติ ก็ต้องพบกับความประหลาดใจขีดสุด ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดสวมเสื้อคอกลมสีเทานุ่งกางเกงขาสั้นลายดอก ไม่สวมรองเท้า ผิวคล้ำ หน้าตากระเดียดไปในทางคนเอเชีย นั่งหน้าแป้นแล้นอยู่บนเก้าอี้ผู้โดยสาร ทั้งๆ ที่เครื่องยังไม่ทันเข้าเทียบสายพานรับผู้โดยสาร ที่สำคัญจากรูปร่างลักษณะการแต่งกายแล้ววิศวกรผู้พบเห็นแทบจะเชื่อเสียไม่ได้ว่า จะเป็นหนึ่งในผู้โดยสารของสายการบิน จึงแจ้งไปยังหัวหน้ารักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จัดเจ้าหน้าที่มาควบคุมชายแปลกหน้าแปลกที่มาไปสอบสวน พ.ต.ท.สิทธิชัยจำปางาม พงส. (สบ 3) สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ ทำหน้าที่สอบปากคำหาความจริง โดยเฉพาะเส้นทางการเล็ดลอดเข้ามา ตลอดจนวัตถุประสงค์ของการกระทำครั้งนี้ แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้นหนึ่งหนุ่มซึ่งบัดนี้รู้แล้วว่าชื่อ"ซูออง" จากเมืองพม่า วัย 27 ปี ถูกตำรวจแจ้งข้อหาบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ผู้อื่นและเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต การสอบปากคำขลุกขลักพอสมควรด้วยซูอองเองก็พูดไทยไม่ได้ ตำรวจเองก็ฟังพม่าไม่รู้เรื่อง จึงต้องวิ่งวุ่นหาแรงงานพม่าที่พูดไทยได้มาทำหน้าที่ล่าม ไม่นานความจริงก็พรั่งพรูออกมา ซูอองทำงานขายแรงงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซียแต่ในใจลึกๆ ของเขาต้องการจะหนีไปใช้ชีวิตในประเทศที่สาม ที่ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าสุขสบายกว่าชีวิตในบ้านเกิดเมืองนอนและที่ที่เขาขายแรงงานอยู่ จากความคิดฝันกลายเป็นความจริงขึ้นมาเมื่อซูอองตัดสินใจในเช้าวันหนึ่งต้นเดือนมกราคม 2551 ชายหนุ่มนั่งเรือจากมาเลเซียข้ามเข้าประเทศไทย ด้วยหนทางไหนก็สุดจะคาดเดา ด้วยซูอองเองก็ไม่รู้จักจุดที่เขาขึ้นฝั่ง จากนั้นก็เดินเท้าเปล่ามาเรื่อยๆ จะเป็นเวลานานสักเท่าไรซูอองก็ไม่อาจรู้ได้ เขาบอกผ่านล่ามว่าเป็นเวลานานมาก ระหว่างการรอนแรมมาตามหนทางที่เปล่าเปลี่ยวและยาวนานบนความสิ้นหวังที่เริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกุมจิตใจ จู่ๆ ซูอองก็เริ่มมีความหวังขึ้นมารำไร เมื่อเขาเหลือบไปเห็นสนามบินอันแสนกว้างใหญ่ไพศาล เห็นเครื่องบินลำโตใหญ่จอดอยู่เรียงรายหลายลำ สนามบินสุวรรณภูมินั่นเองคือสิ่งที่ซูอองมองเห็นเมื่อกลางดึกวันที่22 มกราคม 2551 !?! หม่องหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาแล้วมุดรั้วด้านทิศตะวันตกของสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาสู่ดินแดนแห่งความหวังจากนั้นมุ่งหน้าเดินเท้าเข้าไป 1 กิโลเมตรจากรั้วไปจนถึงรันเวย์ จากรันเวย์ตรงไปยังหลุมจอดเครื่องบินลำที่อยู่ใกล้สุด เครื่องบินของสายการบินตุรกีจอดสงบนิ่งอยู่ที่หลุมจอดที่502 ใกล้กับอาคารคลังสินค้าระหว่างประเทศของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซูอองซุ่มสังเกตการณ์อยู่นานจนเห็นว่าปลอดเจ้าหน้าที่ที่สับเปลี่ยนกันมาทำความสะอาดเครื่องบินและช่างเทคนิคที่เข้ามาตรวจสอบความพร้อม เล็ดลอดขึ้นไปบนเครื่องบิน กระทั่งวิศวกรประจำเครื่องมาพบเข้า "ผมอยากไปประเทศที่สาม" ซูอองบอกผ่านล่าม วันนี้นอกจากซูอองจะไม่ได้ไปประเทศที่สามอย่างที่ตั้งใจแล้วเขายังจะถูกดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศบ้านเกิดเมืองนอน ที่เขาเพียรพยายามหลีกลี้หนีห่างไปให้ไกลแสนไกล การเล็ดลอดผ่านปราการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งถือเป็นท่าอากาศยานนานาชาติอันดับ 1 ของไทย ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องหันมาทบทวนมาตรการต่างๆ กันมากขึ้น "เสรีรัตน์ ประสุตานนท์" ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.บอกต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า ขณะนี้กำลังรอผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการลักลอบเข้ามาในสนามบินของซูออง แต่เบื้องต้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องในการทำงาน และเป็นความผิดพลาดของสนามบินที่ปล่อยให้มีบุคคลเข้าไปในพื้นที่ลานจอดเครื่องบินได้ "ทอท.ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้ว เช่น เพิ่มความถี่ของรถตรวจการณ์รอบพื้นที่ทั้งหมด รวมทั้งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ที่จำเป็น ขณะนี้อยู่ระหว่างการของบประมาณติดตั้งไฟฟ้าเพิ่มแสงสว่างในช่วงกลางคืน" แม้ซูอองจะให้การถึงวิธีการและเส้นทางเล็ดลอดเข้ามาในสนามบินอย่างชัดเจนทว่าในมุมมองของเสรีรัตน์แล้วกลับเห็นเป็นตรงกันข้าม เขาตั้งข้อสังเกตว่า ซูอองน่าจะลักลอบเข้ามาทางคลังสินค้า หรือปะปนมากับรถคนงานที่เข้ามาทำงานในสนามบิน ฯลฯ สาเหตุที่ทำให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเชื่อเช่นนั้นก็เพราะจากการตรวจสอบรั้วลวดหนามของสนามบิน ซึ่งมีความสูง 3 เมตร และมีมากถึง 3 ชั้น ไม่พบร่องรอยการตัด งัด จนเกิดชำรุดเป็นรูพอให้ใครคนใดคนหนึ่งเล็ดลอดเข้ามาได้ รั้วลวดหนามยังอยู่ในสภาพปกติ นอกจากนี้สภาพของซูอองตอนเมื่อพบครั้งแรกก็ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่า เขาได้ผ่านการปีนป่ายหรือมุดรั้วลวดหนามและข้ามคลองระบายน้ำที่มีอยู่รอบสนามบินมาเลยแม้แต่น้อย ร่างกาย เสื้อผ้า หน้าผม ยังอยู่ในสภาพปกติ ยกเว้นแค่ไม่ได้สวมรองเท้าเท่านั้น ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นไรแต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากกรณีที่เกิดขึ้น คือ มาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิยังมีช่องโหว่ !!!
|
| ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย | ||
ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||