พิมพ์หน้านี้
|
แกะเส้นทางและแหล่งที่มา 11 ซากเสือก่อนถูกลำเลียงข้ามโขง นักวิชาการวิเคราะห์น่าจะมาจากฟาร์มเลี้ยง-สวนสัตว์ที่มีปัญหาในประเทศ ด้วยยากที่จะล่าจากป่าได้ในครั้งละมากๆ ซากเสือโคร่ง เสือดาว และเสือลายเมฆ 11 ตัว กับตัวนิ่มอีก 300 ตัว ที่รอลำเลียงข้ามโขงบริเวณบ้านคับพวงเขต ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อคืนวันที่ 29 มกราคม 2551 แล้วถูก น.อ.สมหมาย สุกกอ ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม และ น.ต.ธีรนันท์ แดงพันธ์ หัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม นำกำลังเข้าตรวจสอบจับกุม เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่าขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงมีอยู่ !!! จากข้อมูลที่ "วัฒนา เวทยประสิทธิ์" ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีอยู่พบว่า ในประเทศจีนยังมีความต้องการเนื้อสัตว์ป่าสูงถึงปีละ 1.7 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าทางการตลาดกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ด้วยมูลค่าทางการตลาดที่สูงมากขนาดนี้ ทำให้การกำจัดขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าให้หมดสิ้นไปได้ยากยิ่ง แล้วซากเสือเหล่านี้มีที่มาจากไหน ? รศ.ดร.สมโภชน์ ศรีโกสามาตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเคยศึกษาถึงขบวนการค้าสัตว์ป่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิเคราะห์ให้ "คม ชัด ลึก" ฟังว่า ไม่น่าจะเป็นเสือที่ล่ามาจากป่า เนื่องจากเป็นการยากมากที่จะได้เสือมากถึง 11 ตัวในคราวเดียวกัน เมื่อไม่ได้มาจากป่าแล้วมาจากไหน รศ.ดร.สมโภชน์ คาดการณ์ว่า ซากเสือโคร่ง 6 ตัว น่าจะเป็นเสือจากฟาร์มเพาะเลี้ยง หรือสวนสัตว์ที่ไม่มีการควบคุมตามตัวบทกฎหมายในเมืองไทย เนื่องจากมีข้อมูลว่าในประเทศไทยสามารถเพาะเลี้ยงเสือได้ ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียข้อมูลล่าสุดนั้น ไม่พบว่ามีการเพาะเลี้ยงได้เหมือนไทย ส่วนเสือดาวและเสือลายเมฆนั้น แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้ แต่ รศ.ดร.สมโภชน์ คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นเสือในสวนสัตว์ที่กำลังประสบความยากลำบากในการเลี้ยงดู ส่วนจะเป็นฟาร์มเลี้ยงใดหรือสวนสัตว์ไหนนั้น อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยาไม่อยากจะชี้ปักลงไป สอดคล้องกับ "พรชัย ประทุมรัตนาธาร" หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลรักษาสัตว์ป่าของกลาง โดยเฉพาะเสือซึ่งมีมากกว่า 70 ตัว ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า น่าจะเป็นเสือที่มาจากฟาร์มเลี้ยงมากกว่า เนื่องจากโอกาสที่จะล่าเสือโคร่ง เสือดาว จากป่าได้พร้อมกันมากขนาดนี้เป็นไปได้ยาก พรชัย อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากธรรมชาติของเสือจะหากินตามลำพัง ไม่อยู่รวมฝูงเหมือนสิงโต ดังนั้นโอกาสที่จะล่าเสือโคร่งได้พร้อมกันถึง 6 ตัว เป็นไปได้ยากมาก บางครั้งอาจต้องใช้เวลาร่วมเดือนกว่าจะล่าเสือได้สักตัว เมื่อได้มาแล้วก็ต้องนำไปแช่แข็ง ดังนั้น สภาพซากเสือที่ยึดได้จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ดีที่สุดว่ามาจากป่าหรือฟาร์มเลี้ยง "ถ้าแช่แข็งมาซากก็ต้องเปียกแฉะ แต่ถ้าสภาพใกล้เคียงกันหมดก็สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากฟาร์มเลี้ยงมากกว่า อีกสิ่งที่ถ้าเป็นผมจะดูก็คือ อุ้งเท้า ถ้าเป็นเสือเลี้ยงอุ้งเท้าจะเรียบ แต่ถ้าเป็นเสือจากป่าอุ้งเท้าจะแตก เพราะต้องเหยียบหิน กรวด ไม้อยู่เสมอๆ เหมือนกับเท้าชาวนากับคนกรุงนั่นแหละ" แล้วจะทำอย่างไรเพื่อให้รู้แน่ชัดลงไปว่า เสือเหล่านี้มาจากที่ไหน ? "วัฒนา" บอกว่า คดีลักลอบค้าสัตว์ป่าทุกคดีมีการสืบสวนหาต้นตอแหล่งที่มาของขบวนการค้าสัตว์ป่า ด้วยการนำกรรมวิธีตรวจพิสูจน์ "ดีเอ็นเอ" สัตว์ป่าเข้ามาช่วย ทว่าการตรวจดีเอ็นเอก็เป็นเรื่องยากพอๆ กับการกระชากหน้ากากขบวนการค้าสัตว์ป่า เนื่องจากต้องมีฐานข้อมูลดีเอ็นเอจากแหล่งต้องสงสัยหรือสวนสัตว์ต่างๆ ก่อน ซึ่งต้องใช้เวลามากพอสมควร ด้วยเป็นเรื่องราวที่สลับซับซ้อนมากถึงมากที่สุด ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชดำเนินการเก็บดีเอ็นเอของซากสัตว์ป่าที่ยึดได้เก็บเอาไว้แล้ว อยู่ระหว่างการประสานเข้าไปเก็บข้อมูลทางดีเอ็นเอของสัตว์ป่าโดยเฉพาะเสือ ตามฟาร์มเพาะเลี้ยงและสวนสัตว์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้เปรียบเทียบ ซึ่งขั้นตอนนี้เองที่ถือว่ายุ่งยากมาก ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงยังไม่มีคดีลักลอบค้าสัตว์ป่าใดได้รับการคลี่คลายด้วยการพิสูจน์ดีเอ็นเอเลย !?! เช่นเดียวกับคดีล่าสุดที่ยึดซากเสือโคร่ง 6 ตัว เสือดาว เสือลายเมฆ รวม 11 ตัว ก็จะยังคงมืดมนเป็นปริศนาต่อไป เหมือนกับคดีอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจะลงไปเก็บข้อมูลทางดีเอ็นเอมาตรวจสอบแล้วก็ตาม นอกจากซากเสือแล้ว การตรวจยึดสัตว์ป่าครั้งนี้ของ นรข.นครพนม ยังพบตัวนิ่มอีก 300 ตัว ถูกบรรจุอยู่ในถุงตาข่ายสีเขียว ซึ่งนิ่มทั้งหมดนี้ รศ.ดร.สมโภชน์ วิเคราะห์ว่าน่าจะมาจากประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากระยะหลังนี้การลักลอบล่าสัตว์ป่าในอินโดนีเซียทำได้ง่าย เพราะมีปัญหาเรื่องไฟป่าและการสร้างถนน ทำให้การล่าสัตว์ป่าทำได้ง่าย จากนั้นจะลำเลียงมาทางบกผ่านประเทศมาเลเซีย ลาว เวียดนาม และตอนใต้ของประเทศจีน ที่ยังมีความเชื่อและนิยมบริโภคสัตว์ป่าเป็นยาบำรุงร่างกาย สิ่งที่ชวนสังเวชใจทุกครั้งที่มีการตรวจยึดตัวนิ่มคือ ตัวนิ่มส่วนใหญ่จะตายเกือบทั้งหมด หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งอนุบาลตัวนิ่มที่ตรวจยึดได้ก่อนปล่อยกลับคืนสู่ป่า ให้เหตุผลว่า นิ่มที่ได้รับการช่วยเหลือ 80% จะตาบอด ? สาเหตุมาจากการขังนิ่มรวมกันตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ธรรมชาติของเกล็ดที่หนาและแข็ง เล็บแข็งยาว แต่ตาโปนโต ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดมันจะตะเกียกตะกายหาทางหนี เล็บจะเกี่ยวตาอีกตัวจนบอด นิ่ม 80% จึงตาบอด แต่ถึงแม้จะได้รับการเยียวยาจนอาการดีขึ้น แต่เมื่อปล่อยกลับคืนสู่ป่า ส่วนใหญ่ก็จะเสียชีวิตในไม่ช้า เพราะไม่สามารถหาอาหารเองได้ แม้บางตัวจะใช้จมูกสูดกลิ่น แต่ก็จะอยู่ได้ไม่นาน นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวแห่งความโหดร้ายของการลักลอบค้าสัตว์ป่าเท่านั้น !!! |
| ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย | ||
ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||