• Sp-Report
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyarit@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 22813
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
Sp-Report
ข่าวมีสาระ รายงานมีสีสัน จากทีมข่าวรายงานพิเศษ "คม ชัด ลึก" สู่ blogโอเคเนชั่น...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Sp-Report
วันศุกร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551
ความหม่นมัวสีกากี ตร.ตรังเพิกเฉย อปพร.รุมยำ 2 หนุ่ม
Posted by Sp-Report , ผู้อ่าน : 203 , 12:53:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


ความหม่นมัวสีกากี

ตร.ตรังเพิกเฉย อปพร.รุมยำ 2 หนุ่ม

 

                ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ตำรวจ สภ.เมืองตรัง จะร่วมทำร้ายด้วยหรือไม่ แต่การอยู่ร่วมในเหตุการณ์ อปพร.สหบาทา 2 หนุ่มใต้ ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจมัวหมองลงไปอยู่ดี

                "พวกเขาตะโกนว่า พวกมึงลงจากรถ คว่ำหน้าลง จากนั้นทั้งมือทั้งกระบองและรองเท้าคอมแบต ก็ประเคนใส่ผมนับครั้งไม่ถ้วน เสื้อผ้าผมทุกวันนี้ยังมีรอยรองเท้าเต็มไปหมด" ชำนาญ ดีพยัพ วัย 27 ปี ชายหนุ่มจากนครศรีธรรมราช เล่าเหตุการณ์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) รุมสหบาทาเมื่อกลางดึกวันที่ 24 มกราคม 2551

                อปพร.เพิ่งเสร็จสิ้นจากการช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย บังเอิญระหว่างทางรถกระบะตำรวจเกิดเฉี่ยวชนกับรถของชำนาญ แม้ว่าในชั้นนี้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ในบรรดาผู้ที่กลุ้มรุมทำร้ายมีตำรวจรวมอยู่ด้วยหรือไม่ แต่การดำรงอยู่ของตำรวจ 4 นาย ในเหตุการณ์สหบาทาโดยไม่ยินดียินร้ายห้ามปราม แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็ยิ่งทำให้วงการสีกากีหม่นมัวลงไปอีก นับตั้งแต่มีคดีแก๊งอุ้ม ตชด.เกิดขึ้นมา

                นอกจากชำนาญแล้ว "ประวิทย์ เส้งอิ่ม" วัย 30 ปี ก็อยู่ในเหตุการณ์และตกเป็นเหยื่อแห่งความรุนแรงครั้งนี้ด้วย เขาเป็นคู่กรณีโดยตรง เนื่องจากเป็นคนขับรถเฉี่ยวชนกับรถตำรวจ ประวิทย์ ชายหนุ่มจากสงขลามาทำงานเป็นพนักงานส่งน้ำดื่มที่เมืองตรังได้หลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนจากสงขลาเดินทางมาหาเขา แล้ววงสุราก็เริ่มต้นขึ้นในห้องพัก เมื่อมึนเมาได้ที่จึงขับรถไปดื่มน้ำชาในตัวเมือง

                4 ทุ่มครึ่ง ประวิทย์ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บห 590 กรุงเทพมหานคร โดยมีชำนาญนั่งมาด้วยกลับที่พักกันตามลำพัง ขณะขับรถมาตามถนนสายควนขนุน ผ่านสามแยกโคกยูง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นทางโค้งและค่อนข้างมืด ประกอบกับเป็นถนนสองเลน รถยนต์สามารถวิ่งสวนกันได้ ก็เกิดเฉี่ยวชนกับรถกระบะสายตรวจ สภ.เมืองตรัง ที่กลับจากการตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย

                ในห้องโดยสารรถกระบะสายตรวจมีตำรวจ 4 นาย เป็นนายตำรวจสัญญาบัตรยศ ร.ต.ท. 1 นาย ส่วนที่เหลือเป็นตำรวจชั้นประทวน ยศ ด.ต. ส่วนท้ายกระบะมีเจ้าหน้าที่ อปพร.อีก 5 คน!!!

                ประวิทย์ ยอมรับสารภาพว่า ครั้งแรกเขาไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าได้ขับรถเฉี่ยวกับรถตำรวจจึงไม่ได้หยุดดูความเสียหาย กระทั่งใกล้ถึงหอพักประมาณ 500 เมตร จึงหยุดจอดแล้วพยายามมองว่า เมื่อสักครู่ได้ขับรถชนกับรถของใครหรือไม่ แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

                "ระหว่างที่มองกระจกหลังก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ใส่เครื่องแบบ ไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ หรือ อปพร. มาลากผมลงจากรถ จับคว่ำหน้ากับพื้นแล้วรุมเตะผม" ประวิทย์ ท้าวความ

                "ผมฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว ไปหาหมอแล้วกลับมาเล่าเรื่องให้นายจ้างฟัง นายจ้างบอกให้เอาเรื่อง ทำแบบนี้ไม่ถูก ประกอบกับมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พร้อมจะเป็นพยานให้" ชำนาญ กล่าวเสริม

                หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง ผกก.สภ.เมืองตรัง สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดที่อยู่ในเหตุการณ์

                แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของตำรวจทั้ง 4 นายก็ถูกสั่นคลอน ขณะเดียวกัน ก็มีความคลางแคลงใจในจรรยาบรรณวิชาชีพอันทรงเกียรติอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น พ.ต.อ.นุกูล ถึงกับให้ความเห็นว่า แม้ตำรวจในชุดปฏิบัติการจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ แต่ทำไมถึงไม่มีการห้ามปรามให้คนอื่นหยุดการกระทำ แล้วนำคนที่ทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมาย

                อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประวิทย์คู่กรณีเองก็ถูกดำเนินคดีเช่นกัน ในข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อผลการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายพบปริมาณสูงถึง 190 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ประเสริฐ ส่งแสง พงส.(สบ 2) สภ.เมืองตรัง ได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องแล้ว โดยศาลจังหวัดตรังพิพากษาปรับประวิทย์เป็นเงิน 3,500 บาท ส่วนโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ก่อน

                สำหรับคดีทำร้ายร่างกายนั้น พ.ต.ท.ประเสริฐ บอกว่า ผู้เสียหายจำใบหน้าเจ้าหน้าที่ อปพร.ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

                การนำเจ้าหน้าที่ อปพร. หรืออาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ มาช่วยเหลืองานตำรวจ ภายใต้ชื่อเรียกตามกฎหมายว่า "ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน" นั้น มักพบเห็นอยู่เสมอทุกภาคส่วนของวงการสีกากี สาเหตุเป็นเพราะกำลังพลที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมไม่ได้ประสิทธิผลเท่าที่ควร จึงมีการนำกำลังจากส่วนนี้มาใช้ ทว่า ที่ผ่านมากลับพบว่าบางครั้งผู้ช่วยเจ้าพนักงานบางคน (ย้ำว่าบางคนเท่านั้น) กลับทำตัวเป็นเจ้าพนักงานเสียเอง ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายเอื้อไว้ให้ ขณะเดียวกัน เจ้าพนักงานกลับเพิกเฉย ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่แกะดำเหล่านี้ได้ใจ กำเริบเสิบสาน จนเกิดเรื่องราวอย่างที่เมืองตรัง

                "ผู้ช่วยเจ้าพนักงานไม่มีสิทธิทำร้ายร่างกายใคร ไม่ว่าผู้นั้นจะตกอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหา" พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ทำหน้าที่โฆษก บช.น. อธิบายขอบเขตของผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

                พล.ต.ต.สุพร ขยายความว่า ไม่ว่าจะเกิดเรื่องในลักษณะไหน ผู้ช่วยเจ้าพนักงานก็ไม่อยู่ในข่ายที่จะไปทำร้ายใครได้ หรือแม้แต่ตำรวจเองก็เช่นเดียวกัน เพราะกฎหมายของไทยให้อำนาจไว้แค่การป้องกันตัวเท่านั้น หมายถึง หากมีใครทำร้ายตำรวจ หรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานมีสิทธิป้องกันตัวได้ แต่ไม่ได้หมายถึงไปทำร้ายใครก่อน กรณีเช่นนี้ผู้เสียหายสามารถแจ้งความเอาผิดกับผู้ช่วยเจ้าพนักงานคนนั้นๆ ได้

                "ขณะเดียวกัน ตำรวจที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์เองก็มีความผิดเช่นกัน ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" โฆษก บช.น. แจกแจง 

                เมื่อไม่รักศักดิ์และศรีของตัวเอง ยามที่ต้องสูญเสียไป จะเรียกหากลับคืนเอาจากใคร?

               


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
คนใส่แว่น วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


ครับ
ได้ยินคุยกันหลายคน ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 14.50 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คนมีปืน...น่ากลัวทุกคนครับ
ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

แย่จังครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย

ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



คุณคิดว่าควรมีบทลงโทษอย่างไรกับ กรณีที่ตำรวจตั้งด่านเถื่อน
ไล่ออกจากราชการ
2 คน
ลดขั้น และเงินเดือน ในปีที่ถูกร้องเรียนหากมีการพิสูจนืได้
7 คน
ส่งไปตั้งด่านที่ 3 จว.ชายแดนใต้
7 คน

  โหวต 16 คน