พิมพ์หน้านี้
|
ตามรอยขบวนการดักจับลิง จากดอนปู่ตา บ้านหว้าน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ส่งถึงภัตตาคารอาหารป่า เน้นลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเกาหลี ที่มีใบสั่งให้นายพรานป่าตะวันตกเสาะหาบริการ ล่าลิงส่งขึ้น "เหลา" "ซดสมอง" ยอดฮิตต่างชาติ เมื่อค่านิยมถูกผนวกเข้ากับความเชื่อ ทำให้ผู้คนบางเผ่าพันธุ์มีทัศนคติต่อการบริโภคสัตว์ป่าที่ผิดแผกไปจากข้อเท็จจริง คนจีน เกาหลี และเวียดนาม ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า การบริโภคอวัยวะของสัตว์ป่าจะให้ผลที่แตกต่างกันไป แต่มีนัยถึงการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศเสียเป็นส่วนใหญ่ ! "สมองลิง" ก็เป็นอาหารอีกจานที่ได้รับความนิยมถึงกับเสาะแสวงหามาขึ้นเหลา ทว่าลิงตามธรรมชาติมีนิสัยดุร้ายและหาได้ยากในป่าเมืองไทย ดังนั้น ขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าจึงใช้วิธีดักจับเอาตามแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่างๆ ล่าสุด เกิดขึ้นที่บ้านหว้าน แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อันขึ้นชื่อของ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ !?! ตีสามครึ่ง วันที่ 21 กุมภาพันธ์ "เหรียญ โพธิบุตร" ชาวบ้านหว้าน วัย 58 ปี ตื่นขึ้นมาพบกับเหตุการณ์แปลกประหลาด ฝูงลิงวอกที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในดอนปู่ตาแตกตื่นส่งเสียงอึงคะนึง เมื่อสายตาปรับชินกับความมืดแล้วภาพที่ทำให้เกิดเสียงเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายฉกรรจ์ 3 คน ช่วยกันนำตาข่ายที่เสริมโครงเหล็ก สามารถพับและกางออกได้ จากนั้นได้ใช้กล้วย ถั่วลิสง และข้าวโพด โรยล่อให้ลิงวอกที่เคยรับอาหารจากนักท่องเที่ยวอยู่เป็นนิจศีลเข้ามาติดกับ แล้วนำลิงวอกตัวที่ติดข่ายใส่ถุงรวมกันไว้ ก่อนจะคัดแยกออกมาใส่กรงพลาสติกสำหรับใส่ไก่ มีทั้งสิ้น 8 ตัว เหรียญโทรศัพท์แจ้งไปยังตำรวจ สภ.ราษีไศล พ.ต.ท.วิษณุ เรืองศรี พนักงานสอบสวน พร้อมกำลังชุดสืบสวนและชาวบ้านต่างกระจายวงปิดล้อม จนสามารถจับกุมตัวหัวขโมยเอาไว้ 1 คน ส่วนอีก 2 คนที่เหลือเล็ดลอดหลุดออกจากวงล้อมไปได้ "ลิงบ้านหว้าน" อาศัยอยู่ในดอนปู่ตาบ้านหว้าน หมู่ 2 ต.หว้านคำ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เป็นสวนป่าสาธารณะของหมู่บ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นหลายชนิด เช่น ยางขวา กระบาก พะยอม ตะเคียน ฯลฯ และต้นไม้เล็กๆ ที่ใบใช้เป็นอาหารของลิงวอกได้ รวมทั้งผลไม้พื้นเมืองอีกจำนวนหนึ่ง แต่กระนั้นก็ยังมีลิงอยู่กลุ่มหนึ่งที่รอรับอาหารจากนักท่องเที่ยว ปัจจุบันลิงบ้านหว้านมีจำนวนประมาณ 1,000 ตัว แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกอาศัยอยู่ใกล้ถนนในหมู่บ้าน คอยรอรับอาหารจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยว มีอยู่ประมาณ 300 ตัว กลุ่มที่สองอาศัยอยู่บริเวณ ร.ร.บ้านหว้าน หาอาหารกินเองตามธรรมชาติ มีอยู่ประมาณ 300 ตัว ส่วนกลุ่มที่สามอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับผู้คน กลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 400 ตัว ทั้งนี้ ลิงกลุ่มแรกนั่นเองที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า "อรุณ เกิดเพชร" หัวขโมยเพียง 1 เดียวที่ตกอยู่ในวงล้อม อยู่บ้านเลขที่ 355 หมู่ 22 ต.วังสามหมอ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี บอกต่อ "คม ชัด ลึก" ว่าเคยทำงานที่ กทม.เลยรู้จักกับ "ตี๋" ชายหนุ่มจากนครปฐม เมื่อแยกย้ายกลับมาทำงานที่บ้านเกิดก็ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ตี๋ติดต่อกลับมาอีกครั้ง ให้ไปกว้านจับลิงที่บ้านหว้าน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เพื่อส่งขายร้านอาหารป่าหรือขายไปต่างประเทศให้แก่ชาวเกาหลีที่มีความเชื่อและนิยมบริโภคสมองลิง จึงนัดแนะตกลงกัน มีตี๋ อรุณ และพี่ชาย มุ่งตรงมาจับลิงในแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อแห่งนี้ ก่อนจะมีชาวบ้านมาพบและขัดขวางเอาไว้ได้ทัน พ.ต.ท.วิษณุ บอกว่า การลักลอบจับลิงที่บ้านหว้านไม่ใช่ครั้งแรก แต่เคยมีเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ทว่าแทบทุกครั้งมักมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ เช่น เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนต้องนำกลับมาคืนที่เดิม ความเชื่อจนถึงขั้นศรัทธาที่ว่านี้ก็คือ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นว่า ลิงบ้านหว้านนี้เป็นทหารของเจ้าดอนปู่ตา ตั้งแต่เกิดมาก็พบลิงอาศัยอยู่ที่นี้แล้ว หากใครทำร้ายลิงก็เหมือนกับทำร้ายเจ้าดอนปู่ตา ทำให้มีอันเป็นไป ด้วยเหตุนี้ทั้งชาวบ้านและลิงจึงอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย กระทั่งมีการนำชื่อสถานที่ไปอยู่ในคำขวัญของ อ.ราษีไศล ด้วย "หาดทรายมูลคู่บ้าน ลิงบ้านหว้านคู่เมือง ดงภูดินลือเลื่อง เมืองแห่งบั้งไฟแสน ดินแดนหอมแดง แหล่งหมูหันรสดี ฝายราษีสุดสวย พร้อมด้วยไข่ไก่งาม" ..."คม ชัด ลึก" ติดต่อไปยัง "เฮียส่ง" เจ้าของร้านอาหารป่าที่มีชื่อเสียงใน กทม. ทำให้ทราบว่าอวัยวะของลิงที่นำมาเป็นอาหารได้นั้น มีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ "สมอง" แต่ลิงที่มีอยู่ตามธรรมชาติและเขตอนุรักษ์ตามกฎหมายนั้น นิสัยดุร้ายและเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ทำให้ขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าตระเวนดักจับลิงตามแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แทน เพราะดักจับได้ง่ายกว่า โดยอาศัยนิสัยอันเคยชินรับอาหารจากนักท่องเที่ยวนั่นเอง "สมองลิงก็คล้ายกับสมองหมู ออกรสเค็มมัน จึงต้องมีเครื่องปรุงรสเผ็ด คนเกาหลีนิยมกันมาก แต่คนไทยแทบไม่ค่อยพบเห็น" เฮียส่ง อธิบาย ส่วนวิธีการบริโภคนั้น เป็นภาพความตายอันแสนโหดร้าย เพราะต้องบริโภคตอนลิงมีชีวิตเท่านั้น ซึ่ง "คม ชัด ลึก" ไม่ขอพูดถึง !?! "มิสเตอร์คิม" นักธุรกิจชาวเกาหลีในประเทศไทย วัย 51 ปี บอกต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า ชาวเกาหลีส่วนหนึ่งเชื่อว่า การกินสมองลิงจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เฉลียวฉลาด ที่เกาหลีไม่มีลิง พวกที่นิยมกินสมองลิง ดีหมี อุ้งตีนหมี และงู จึงท่องเที่ยวไปตามประเทศที่พอจะหาอาหารชนิดนี้กินได้ เช่น ถ้าจะกินดีหมี อุ้งตีนหมี ก็ต้องไปเวียดนาม อยากกินงูหรือสมองลิงก็ต้องเมืองยูนนานประเทศจีน ซึ่งมีชื่อเสียงมาก หากินได้ง่ายมาก ส่วนเมืองไทยนั้น มิสเตอร์คิมบอกว่า ถึงแม้ทางการจะเข้มงวดจนหาได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะหากินไม่ได้เลย โดยเป็นที่รู้กันว่า หากต้องการกินสมองลิงก็ต้องไปแถบ จ.กาญจนบุรี แล้วสั่งพรานป่าแถบป่าตะวันตก เช่น กาญจนบุรี หรือราชบุรี หามาให้ สนนราคาตกตัวละหมื่นกว่าบาท ลิงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 กระนั้นก็ยังถูกรุกรานจากมนุษย์ผู้ได้ชื่อว่าเจริญแล้วซึ่งอารยะและศิวิไลซ์
ภาพจาก www.agalico.com/board
|
| ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย | ||
ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |