พิมพ์หน้านี้
|
แทนที่จะสำนึกในผิดบาปที่ก่อขึ้น ญาติทมิฬกลับขุ่นข้องหมองใจในความเอื้ออารีและโอกาสที่ญาติมอบให้กลับตัวกลับใจ ตรงกันข้ามเขากลับมอบความตายของลูกชายวัย 10 ขวบ เป็นสิ่งตอบแทนอันแสดงถึงความเนรคุณ !
----------------- 'ถูกดูหมิ่น-เหยียดหยาม' ญาติทมิฬอ้างเหตุฆ่า 10 ขวบ คนเราเกิดมามีทั้งชั่วและดี บางคนเป็นคนชั่วด้วยสถานการณ์บีบบังคับ ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ชั่วโดยกมลสันดาน แม้จะได้รับโอกาสให้กลับตัวกลับใจเท่าไรก็ไม่เป็นผล ตรงกันข้ามกลับมองเห็นการหยิบยื่นโอกาสเป็นสิ่งน่ารังเกียจ และการถูกดูถูก เกลียดชัง เป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมปมด้อย โดยไม่หันกลับมามองตัวเอง เหมือนที่เกิดขึ้นกับ "เศวตสิทธิ์ ทองไพจิตร" ชายหนุ่มวัย 19 ปี เศวตสิทธิ์เคยต้องคดีอาญาข้อหายาเสพติด ก่อนจะได้รับอิสรภาพกลับมาใช้ชีวิตเฉกเช่นปุถุชนคนธรรมดา โดยอาศัยอยู่กับ "รุ่ง-สุรีรัตน์ ทองไพจิตร" สองสามีภรรยาในฐานะญาติสนิท ที่บ้านเลขที่ 26/164 หมู่ 16 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สองสามีภรรยาผู้หยิบยื่นโอกาสให้แก่ชายหนุ่ม มีลูกชายวัย 10 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4 ร.ร.บุญคุ้มราษฎร์บำรุง ความเป็นอยู่ของหนึ่งครอบครัวกับผู้อาศัยจะเป็นอย่างไร? เต็มไปด้วยความอบอุ่นในฐานะญาติ หรือจะระหองระแหงขัดแย้งกันอย่างไร ก็สุดจะคาดเดา แต่แล้ววันหนึ่งเศวตสิทธิ์ก็ต้องออกไปอยู่ที่อื่น ด้วยเจ้าของบ้านไม่อาจทนให้อาศัยด้วยต่อไปได้ แล้วชายหนุ่มก็ตอบแทนกลับอย่างโหดร้าย ด้วยความตายของลูกชายวัย 10 ขวบของเจ้าของบ้านนั่นเอง!!! เย็นวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ เศวตสิทธิ์อ้างว่าเครียดและกดดันจากเหตุที่ต้องถูกไล่ออกจากบ้าน เขารู้ว่า "สกุลวัฒน์ ทองไพจิตร" ลูกชายของรุ่งที่เกิดกับสุรีรัตน์ หรือจะเรียกว่าเป็นหลานคนหนึ่ง กลับจาก ร.ร.บุญคุ้มราษฎร์บำรุง จึงใช้ให้เด็กชายรุ่นน้องวัย 14 ปี ไปเรียกที่บ้าน หลอกว่าจะพาไปหาพ่อที่ทำงานเป็นหัวหน้าพนักงาน รปภ.บริษัท ไทยอเมริกัน เท็กซ์ไทล์ จำกัด 10 นาทีให้หลัง สกุลวัฒน์หรือน้องฟลุ้คก็เดินมาหาเศวตสิทธิ์ แล้วภาพแห่งความรุนแรงและโหดร้ายก็บังเกิดขึ้น โดยเหยื่อเป็นเพียงเด็กชายวัย 10 ขวบผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ใดๆ ทั้งสิ้น ต้องตกเป็นทาสอารมณ์ของชายหนุ่มเกือบฉกรรจ์เต็มวัยอย่างเศวตสิทธิ์ !!! น้องฟลุ้คบาดเจ็บและบอบช้ำเกินกว่าร่างกายน้อยๆ จะทนไหว วิญญาณของเด็กน้อยจากโลกนี้ไปในวินาทีแห่งความรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป ฝ่ายเศวตสิทธิ์เมื่อรู้ตัวว่าพลั้งมือทำให้เด็กชายสิ้นใจตาย แทนที่จะสำนึกในผิดบาปที่ตัวเองก่อขึ้น แต่เปล่าเลย...เขากลับกระทำผิดซ้ำสองด้วยการยืมโทรศัพท์มือถือของเด็กรุ่นน้องอีกคน โทรหาสุรีรัตน์แม่น้องฟลุ้คเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 1 ล้านบาท ...ก่อนเสียงโทรศัพท์มือถือจะดังขึ้น สุรีรัตน์เพียรตามหาลูกน้อยอยู่นานสองนาน ด้วยเย็นมากแล้วและลูกชายไม่เคยกลับบ้านผิดเวลาเช่นนี้มาก่อน จนล่วงเข้ายามวิกาล จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น แล้วข้อความที่ดังมาตามสายก็แทบทำให้เธอเป็นลมหมดสติ ทำอะไรไม่ถูก "จับตัวน้องฟลุ้คไว้แล้ว ให้นำเงินมาเป็นค่าไถ่ 1 ล้านบาท" ครอบครัวของสุรีรัตน์เองก็ใช่จะร่ำรวย เธอจึงพยายามต่อรอง โดยบอกกับปลายสายว่าเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำจึงไม่มีเงินมากขนาดนั้น ปลายสายซึ่งคือเศวตสิทธิ์เองก็รู้ดี เขาจึงยอมลดเงินค่าไถ่ลงเหลือ 3 แสนบาท แต่กระนั้นสุรีรัตน์ก็ยังไม่มีให้อยู่ดี เงินก้อนสุดท้ายในกระเป๋าเหลือเพียง 1 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งปลายสายก็ยินดีจะรับเอาเงินก้อนนั้นไว้ โดยสุรีรัตน์บอกว่าจะโอนให้ในวันรุ่งขึ้น 9,000 บาท ห้วงเวลาแห่งสุญญากาศนี้เอง สุรีรัตน์ฉวยโอกาสเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เนื่องจากเศวตสิทธิ์พลั้งลงมือทำรุนแรงจนน้องฟลุ้คสิ้นใจตายไปแล้ว ชายหนุ่มจึงจัดแจงอำพรางศพด้วยการลากไปทิ้งไว้ในร่องน้ำตื้นๆ ป่ากกหลังบ้านของรุ่งกับสุรีรัตน์นั่นเอง อันที่จริงคดีนี้น่าจะมืดมนต่อไปได้อีกสักระยะหากว่า 1 ใน 2 เด็กรุ่นน้องไม่เกรงกลัวความผิดจะมาถึงตัว เด็กคนนี้ตัดสินใจเข้าพบตำรวจและบอกเล่าความจริงทั้งหมดให้ได้รับรู้ นำมาสู่การคลี่คลายปมการหายตัวไปของน้องฟลุ้ค ตลอดจนต้นสายปลายเหตุแห่งการฆาตกรรมอันแสนโหดร้ายในเวลาต่อมา เศวตสิทธิ์ถูกตำรวจจับกุมตัว สอบสวนและให้การรับสารภาพในที่สุด "ผมไม่มีพ่อไม่มีแม่ ขาดความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็ก น้องฟลุ้คเป็นหลานผมก็จริง แต่ชอบดูถูกผมตลอดเวลา เวลาเจอหน้าชอบด่าผมต่างๆ นานา หาว่าผมไม่มีพ่อไม่มีแม่ เป็นไอ้ขี้เหล้า ไอ้กุ๊ย บางครั้งขอเนื้อหมูเนื้อไก่มากินก็ดูถูกผม บางครั้งก็โยนให้หมากินต่อหน้า แทนที่จะให้ผม ผมแค้นมากถึงต้องทำแบบนี้" เศวตสิทธิ์ อ้างถึงแรงกดดันอันเกิดจากหลานชายวัย 10 ขวบ ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของสุรีรัตน์ ที่ยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ระหว่างรอรับศพลูกน้อยที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ด้วยสีหน้าอิดโรยและร้องไห้สะอึกสะอื้นตลอดเวลา "ฉันและสามีไล่เขาออกจากบ้านเพราะทนพฤติกรรมไม่ไหว เขาชอบขโมยของหลายครั้ง เคยให้อภัยเขาทุกครั้ง ญาติพี่น้องก็ให้อภัยหมด เลยไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ลูกฉันยังเป็นเด็ก นิสัยของเด็กไม่น่าติดใจเอาความแล้วมาทำกันแบบนี้ รู้อย่างนี้เวลาเขาก่อเรื่องไม่น่าให้อภัยเลย จับส่งตำรวจดีกว่า ไม่งั้นก็คงไม่ต้องมาเสียลูกชายไป" เศวตสิทธิ์ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งกิเลสและโมหะ คิดเพียงแต่ว่าความผิดพลาดของชีวิตเกิดจากสภาพแวดล้อมและคนรอบข้าง โดยไม่หันกลับมามองตัวเองเลยว่า ผลที่ตามมาเป็นเหตุที่เกิดขึ้นแห่งตนทั้งนั้น จะว่าไปแล้วเขาก็เปรียบไม่ผิดอะไรกับอสรพิษที่เลี้ยงไม่เชื่องเอาเสียเลย !?!
|
| ชีวิตควาญช้างสาวใหญ่มะกันเมืองไทย | ||
ถูกผัวไทยเมาซ้อม วอนรัฐขอสัญชาติ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |