พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อดวงใจมีรัก ดั่งเจ้านกโผบิน บินไปไกลแสนไกล หัวใจฉันก็ลอยลิบไป ถึงแดนดินถิ่นใด ณ ใจ โอ้ดวงใจเจ้าเอ๋ย ............ โอ้ใจรักเธอ...คิดถึงเธอเฝ้าครวญหา โอ้ใจนะเออ ใยละเมอถึงเธอร่ำไป...... ... ช่วงต้นฤดูหนาว อากาศกำลังสบาย เพลงที่ลอยผ่านหูมากระทบโสตประสาท จึงทำให้หัวใจยิ้มได้ถึงแม้ว่าความรู้สึกรัก จะยังไม่กระทบส่วนไหนของหัวใจเลยก็ตาม...
ช่วงนี้จะเป็นคนคอยรับฟังปัญหาหัวใจ...ของเพื่อน (ทั้งที่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดนั่นแหล่ะ) ปัญหาที่คนที่รัก.....ไม่ใช่คนที่สามารถก้าวข้ามเขตแดนมาเป็นคนรัก เพราะฉะนั้นจึงอยู่ได้ในอาณาเขตที่ควรอยู่ อยู่ในสวนของความรัก.... ที่ทำได้แค่รดน้ำพรวนดิน..แต่ไม่อาจเติบโตหยั่งรากแก้วและชูลำต้นให้มั่นคง ต้นไม้ที่เฝ้าดูแล....จึงเหมือนปลูก เพื่อรอวันหมดลมหายใจ แต่ก็นั่นแหล่ะ บางครั้งคนที่เพียรพยายามปลูกก็หวังแค่.... เพียงขอให้มีแค่ช่วงเวลาหนึ่ง...ได้สวยงามและชูกิ่งก้านเล็กให้งดงามก็พอใจแล้ว
เมื่อความรักเดินทางเข้ามา.... ใครเลยจะปฎิเสธได้.... บางครั้งจึงหลงลืมความเป็นจริงบางอย่าง และปล่อยให้ความรู้สึก เต้นระบำอยู่ใต้แสงดาว โบยบิน อย่างมีความสุข....ปลดปล่อยความคิดถึงให้เป็นอิสระ ให้ลมหายใจกลายเป็น......ใครบางคน....ใครบางคนที่ไม่มีโอกาส...ใช้คำว่าคนรัก จึงเป็นได้แค่เพียง...คนของความรัก แต่ก็นั่นแหล่ะนะ...บางครั้งเราคงไม่สามารถห้ามและบอกหัวใจตัวเอง ไม่ให้หลงรักใคร.... แต่ความคิดและเหตุผลจะห้ามการกระทำของเราได้ ว่าควรอยู่และหยุดอยู่ที่ใด แม้ไม่อาจล้อมรั้วหัวใจ...แต่เราควรที่จะล้อมรั้วตัวเองไม่ให้เปิดประตูออก ไป
บางครั้งความรู้สึกที่มีอำนาจเหนือความคิดใด ใด มักจะผลักเราตกลงไปในหุบเหวของรักต้องห้าม อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่ ความคิดและเหตุผล จะสร้างบันไดเชือก และดึงเราขึ้น และทิ้งความรู้สึกทั้งมวล..ไว้เบื้องหลังและกลายเป็นฝุ่นละอองของความทรงจำ ....เท่านั้นเอง... ..... เพราะไม่มีความเข้มแข็งใด ใด ช่วยเราได้ นอกจากความเข้มแข็งที่สร้างจากหัวใจอันแรงกล้าของตัวเราเอง ที่จะดึงตัวเองให้พ้นและผ่านไป ..........
สุด ที่ รัก |