| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีครับ มาแล้วคร๊าบบ มาแล้วครับ วันนี้มาแล้วครับ มีมา 2 อย่างครับ อย่างที่ 1 ลูกน้อง (คนใหม่) ของผมมาแล้วครับ มาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ต่อไปนี้งานคงจะเบาขึ้น สภาพของผู้จัดการสันดานเสมียนของผมคงจะหมดไป วันก่อนเจ้านายเพิ่งเรียกไปว่าว่า งาน Manager ไม่ทำ มัวแต่ไปทำงาน Operation แล้วก็ @#$%&%$#!@#$%%^&*?><@#&*+_ เข้าหูซ้าย . . . ทะลุออกหูขวา เอิก เอิก แต่คงจะดีขึ้นแล้วล่ะครับ อย่างที่ 2 มาแล้วครับ ภาพจากทริปประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2551 คราวนี้เอาไปเลยครับ ภาพหย่าย หย่าย ปีที่แล้วในบล๊อกแรกๆของผม ผมเองยังปรับภาพไม่ค่อยจะเป็นก็เลยได้ภาพเล็กๆ คราวนี้ปรับภาพใหญ่ๆ แต่ Resolution ต่ำหน่อยนะครับ ไม่งั้นยัดลงบล๊อกไม่ได้ คิก คิก คิก เริ่มกันเลยครับ ขยับเข้ามาใกล้ๆ กันหน่อยครับ ทริปนี้ ผมติดสอยห้อย (พุงหย่ายๆ) ตามเดินทางไปกับคณะถ่ายภาพของวิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยาครับ เราเดินทางกันในวันศุกร์ที่ 4 ก.ค. เวลา 21:00 น. เราเดินทางไปทางสระบุรี - เพชรบูรณ์ - ด่านซ้าย และเราก็ไปถึงอำเภอด่านซ้าย เวลาประมาณ 05:30 น. ไปถึงช้าหน่อยครับคราวนี้ ก็ฝนตกพร่ำๆตลอดทางเลยครับ ประกอบกับมีการทำทางขยายถนนก่อนที่จะขึ้นเขา และระหว่างทางบนเขาก่อนที่จะถึงอำเภอด่านซ้าย พอถึงด่านซ้าย เราก็ลงจากรถบัสที่แยกบ้านเดิ่น ปากทางเข้าตัวอำเภอด่านซ้าย จากนั้นก็ไปแวะล้างหน้าล้างตาแปรงฟันเข้าห้องน้ำกันที่วัดโพนชัย จากนั้นก็แยกย้ายกันไปหาอะไรทานกัน ผมและอาจารย์ ก็ไปกันที่ตลาด และที่โรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย ก็มีถ่ายภาพมานิดหน่อยๆ แต่ขอเล่าคราวหน้าล่ะกันครับ เพราะเดี๋ยวจะเสียบรรยากาศของบล๊อกนี้ซะ จากนั้นผมก็เดินกลับมาที่วัดโพนชัย ตามเวลาที่นัดกันไว้ 08:00 น. ปีที่ผ่านๆมาทางอาจารย์จะนัดหมายกลุ่มผีตาโขนมาให้น.ศ.ที่เรียนถ่ายภาพได้จัดซีนถ่ายภาพกัน แต่ปีนี้ไม่ได้นัดหมายมาก็ให้ไปถ่ายกันบนพิพิธภัณฑ์ เพราะจะมีการสาธิตการทำหน้ากากผีตาโขนครับ ถึงเวลาผมก็มาที่วัด และเข้าไปเดินชม เข้าไปถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนที่ตั้งอยู่ภายในวัดแห่งนี้ (เมื่อ 3 ปี ก่อนเป็นศาลาอเนกประสงค์ครับ) ก็เลยนำภาพผีตาโขนยุคแรกๆ มาให้ชมกันครับ โดยการแต่งกายสมัยก่อนเป็นแบบง่ายๆ ใช้ผ้ามุ้งเก่า ผ้าดิบเก่าๆ โดยจะย้อมสีในโทนสี ขาว ดำ แดง ส่วนจมูกของผีก็จะใช้ไม้เนื้ออ่อนมาทำเป็นจมูก โดยผู้ทำหน้ากากต้องทำแบบหลบๆ ซ้อนๆ เพื่อมิให้มีใครจำได้ว่าคนใต้หน้ากากนี้เป็นใคร
ภาพดั้งเดิม สมัยที่ยังไม่มีการถ่ายภาพสีครับ
สังเกตุที่จมูกครับ ยังไม่ได้ทำอย่างวิจิตรบรรจงเหมือนในปัจจุบัน
จริงๆ ภาพข้างล่างนี้ พอมาถึงข้างในพิพิธภัณฑ์ ผมถ่ายภาพนี้ก่อนเลย ภาพนี้เป็นของที่ระลึกที่ทางวัดทำขายให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อเอาเงินมาเป็นทุนบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์ และวัดครับ ภาพนี้เป็นตัวตุ๊กตาผีตาโขน ทำมาจากกิ่งไม้ที่เอามาทำเป็นโครงรูปคนแล้วนำมาใส่ชุดผีตาโขน ผมก็ก้มๆเงยๆ หามุมถ่ายภาพ และก็ได้มุมภาพแบบ Macro ดังนี้ครับ
เอาแบบ 3 ตัวบ้าง ผมว่า ภาพล่างนี้ดู OK กว่า เพราะได้มุมมอง 3 ระดับ ใกล้ - กลาง - ไกล และมีแสงขาวที่ย้อน แยงตา มาทางด้านหลังน้อยกว่าภาพแรก ใจจริงอยากขยับตัวตุ๊กตามากกว่านี้ แต่เกรงใจเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์อ่ะครับ
จากนั้น ก็มีคุณลุงใจดี มาช่วยสาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ชมการทำหน้ากากผีตาโขน ซึ่งผมได้ถ่ายมาให้ชมส่วนหนึ่งครับ เพราะส่วนใหญ่ถ่ายด้วยฟิลม์ขาวดำ (ยังไม่ได้ล้างอีกตามเคย เอิก เอิก)
คณะเราก็ถ่ายภาพคุณลุงท่านนี้ ประมาณ 30 นาที ทราบภายหลังว่าเป็นอาจารย์ เพราะหลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของอำเภอมาเชิญอาจารย์ลงไปเป็นวิทยากรสำหรับทำ workshop ให้กับนักท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจได้ทดลองทำกันในหน้ากากชิ้นเล็กๆ ตามภาพครับ
จากนั้น คณะเราก็นั่งพักกันแถวๆ โบสถ์ ก็มีคณะผู้เฒ่าผู้แก่มาฟ้อนรำกันด้วยความสนุกสนาน ก็เลยนำภาพมาฝากครับ
จากนั้น คณะเราก็ไปที่วัดป่าเนรมิตวิปัสสนา บังเอิญผมถ่ายภาพแต่ฟิลม์ เลยไม่มีภาพมาฝาก อีกอย่างผมเอาเอกสารไปเตรียมการสอนสำหรับในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่กลับมากรุงเทพฯ ก็เลยถ่ายไปไม่กี่ภาพ เราออกมาจากวัดป่า ประมาณ 12:15 น. และมาปักหลักที่บนหอระฆัง ภายในวัดโพนชัย (ที่เดิม) เพื่อรอเวลาที่จะมีการแห่ขบวนของเจ้าพ่อกวนรอบพระอุโบสถในเวลาประมาณ 15:00 น. เหมือนทุกปีที่ผมมาที่นี่ (7 ปีแล้วครับ เร็วจัง) แต่ปีนี้พอปักขาตั้งกล้องเรียบร้อย ตอนแรกกะว่าจะเตรียมการสอนต่อจากที่วัดป่า แต่เสียงลำโพงที่ตั้งอยู่ข้างๆ ตัว เสียงดังมากกกกจนไม่มีสมาธิ ผมก็เลยฝากขาตั้งไว้กับอาจารย์ แล้วลงไปตะลุยถ่ายภาพผีตาโขน ซึ่งก็เป็นต้นเหตุของการตั้งชื่อเรื่องในบล๊อกนี้ครับ ทำไมหรอครับ เพราะระยะ 4 ปีหลังเนี่ย ผมปักหลักอยู่แต่หอระฆัง รอเวลาอย่างเดียว เที่ยวนี้ผมจึงลงไปหาความรู้สึกเดิมๆ เหมือนกับที่เคยมาถ่ายภาพที่นี่ในครั้งแรกๆ (ปี 2543 - 2545) ออกมาจากวัด ผมเดินขึ้นไปทางตัวที่ว่าการอำเภอ ไม่นานนักผมก็พบกับขบวนแห่ของ ตำบลๆ หนึ่งในอำเภอด่านซ้าย จำไม่ได้ เพราะไม่ได้ถ่ายป้ายขบวนมาครับ ในขบวนก็จะนำด้วยการฟ้อนแบบอีสาน (ไม่แน่ใจเป็นฟ้อนภูไทยหรือเปล่าน้า.....)
ถัดจากขบวนฟ้อน เป็นขบวนของคนป่าครับ จริงๆก็คนเราเนี่ยแหล่ะ แต่เอาสีฝุ่น สีชอล์คมาทา มาพอกตัวครับ ผมเองเคยมีประสบการณ์เมื่อครั้งแรกที่มา ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลยโดนซะ โดนเอาสีมาป้ายที่หน้าครับ ปกติเขาจะแหย่ จะแกล้งแต่ผู้หญิงครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการละเล่นผีตาโขน และพลพรรค ที่ในรอบ 1 ปี สามารถแหย่ผู้หญิงได้โดยเสรี (แต่ไม่เหมือนเทศกาลสงกรานต์ที่วัยรุ่นคนองมือ เอามือมา @#$%!@#$ ตามส่วนต่างๆ ของผู้หญิงนะครับ) โดยจะนำอาวุธหลักๆ เป็นดาบที่ปลายดาบ หรือแม้แต่บางทีบริเวณด้ามจับจะเป็นรูปอวัยวะเพศชายที่ทาสีแดงแจ๊ดดด โดยจะเอามายื่นใส่ เอามาสะกิด กับสาวๆ ให้ร้องกรี๊ดด ร้องวี๊ดดด ร้องว๊ายยย กัน สนุกสนานตามเทศกาลไปอีกแบบครับ
นี่เป็นอาวุธแบบไอเดียกระฉูดแบบหนึ่งครับ (ไม่บรรยายต่อครับชมเอาเองมัน คือออออ . . . . . . .)
ตัวดำๆ ที่เห็นเนี่ย เขาเรียกว่า ควายตู้ ครับ ก็เอาไม่ไผ่มาทำเป็นโครงรูปตัวควาย แล้วมีช่องให้คนใส่ขาลงไป จากนั้นก็ยกขึ้นเอาเชือกเชือกที่มัดไว้กับโครงมาสะพายที่ไหล่ หรือจะจับเอาไว้แบบในภาพครับ
จากนั้น ผมก็เดินขึ้นไปเรื่อยๆ ก็มาเจอผีตาโขนน้อยๆ ก็เลยเก็บภาพไว้ซะหน่อย น่ารักเชียว ด้านซ้ายกำลังแอบดื่มน้ำอยู่ ด้านขวาโชว์อาวุธอันอลังการรรรรรรคร๊าบบบบ
จากนั้นผมเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำหมัน มาได้สักระยะหนึ่ง ก็เจอกับขบวนแห่ของ (ตามภาพเลยยยคร๊าบบ)
ขบวนนี้ก็เหมือนๆ ทุกขบวน ครับ คือนำหน้าด้วยการฟ้อน และต่อด้วยผีตาโขนกลุ่มใหญ่มากกกก ซึ่งผมเห็นแล้วเกิดอารมณ์ เลยครับ อารมณ์ที่ว่านี้คือ อารมณ์มันส์ อารมณ์สนุกสนานที่จะเข้าไปถ่ายภาพ
ผมจึงเดินเข้าใส่เลยครับ เดินหันหน้าเข้าหาปะปนไปกับขบวนแห่ผีตาโขนที่ยาวร่วม 100 เมตร ขบวนแห่ผีที่ใหญ่มหึมาเต็มถนน 2 ช่องทาง เดินกันไปมาเหมือนบรรยากาศในงานคานีวัล ตามที่เห็นในภาพข่าวต่างประเทศเลยครับ ผมก็เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ ไหลไปกับเหล่าผีตาโขน เพื่อถ่าย ถ่าย ถ่ายภาพ กระโดดโลดเต้น ไปพร้อมๆ กับขบวนแห่อันสนุกสนาน ประหนึ่งร่วมปาร์ตี้ไปกับเขาด้วย ก็ ปาร์ตี้ผีตาโขน ยังไงล่ะครับ และก็ทำให้รำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เหมือนกับที่เคยทำเมื่อ 6-7 ปีก่อนครับ แต่ตอนนี้ก็แก่แล้วเหมือนกัน เริ่มเจ็บเข่าแล้วเอิก เอิก ก็ขอเชิญชมภาพกันเลยครับ แล้วจะเล่าให้ฟังเป็นระยะๆ คร๊าบบบ
ภาพนี้ ขอทำภาพเบลอๆ ในซุ้มสีแดงๆ ของจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่งนะครับ ไม่น่าเอามาตั้งตรงนี้เลย ผมว่ามันเป็นภาพที่อุจาดมากกก แต่ก็จะทำยังไงได้ ในเมื่อสมัยนี้ธุรกิจนำหน้าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว เศร้าจัง
คุณหญิง ภรรยาของผมได้ดูภาพแบบคร่าวๆ จากกล้องดิจิม่อน บอกว่าปีนี้ผี ลงทุนกันน้อย เอาชุดนอนมาทำเป็นชุดกันเยอะมาก พอมาดูอีกที ผมก็ว่าจริงแฮ่ะ เพราะที่ผ่านๆมา ชุดอลังการมากกกก ช่วงปี 2000 ถึงกับเอาผ้าสีเงิน สีทอง แบบยุคมิเลเนียม มาทำเป็นชุด หรือลงทุนเอาผ้าดี สีสันสดใสมาทำเป็นชุดก็เยอะ ผมว่าปีนี้ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผีก็อาจจะประหยัดก็ได้นา ส่วนภาพข้างล่างนี้ หน้ากากอลังการมากกก ทั้งใหญ่ ทั้งยาว โดยมีคางยาวถึงเอวแหน่ะ
ผมสนุกสนานกับขบวนนี้ ถึง 1ชั่วโมง เดินมาร่วมกิโลกว่าๆ จนกลับมาถึงวัดโพนชัยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะผีทุกตัวต้องเข้ามาที่วัด เพื่อรอร่วมขบวนแห่รอบพระอุโบสถของเจ้าพ่อกวนครับ ผมก็เลยปลีกตัวเข้ามาทางด้านข้างๆ แล้วก็เจอกลุ่มผี ที่นั่งพักเหนื่อยกันอยู่ โดยถอดหน้ากากวางไว้ และมีผีตาโขนน้อย (ตุ๊กตาที่ใส่หน้ากากผี) ก็เลยจัดวางให้เปรียบเทียบกับหน้ากากจริงๆ แล้วถ่ายภาพมาฝากครับ
ภาพนี้ถ่ายจากด้านหลังวัดครับ เป็นบรรยากาศการนั่งพักของเหล่าผี ที่รอขบวนของเจ้าพ่อกวนครับ
2 ภาพนี้เป็นบรรยากาศ การฟ้อนรำของชาวบ้าน และผี บริเวณหน้าอุโบสถครับ
2 ภาพสุดท้าย เป็นภาพมุมสูงของบรรยากาศ ในการรอคอยขบวนของเจ้าพ่อกวน ส่วนผมขึ้นไปปักหลักรอบนหอระฆังนี้แล้วครับ เจ้าพ่อกวนเป็นใคร แล้วขบวนแห่เป็นอย่างไร บล๊อกหน้าคอยอ่านนะคร๊าบบ
สุดท้าย การไปทริปผีตาโขนในปีนี้ ผมสนุกมาก และได้ซึมซับบรรยากาศเหมือนครั้งแรกๆที่มาเลยครับ แต่ก็มีบางอย่างที่ขัดหูขัดตา น่าเศร้าใจอยู่หลายอย่าง แต่ขออนุญาตพิมพ์ให้อ่านกันบล๊อกหน้า ภาค 2 ล่ะกันครับ เพราะจะเสียบรรยากาศแห่งความสนุกสนานในบล๊อกนี้
ขอขอบคุณ อาจารย์ที่เป็นผู้สาธิตการทำหน้ากากผีตาโขน ผู้เฒ่าผู้แก่ ลุง ป้า น้า อา พี่ น้อง ชาวด่านซ้ายทุกท่าน ที่ช่วยกันจรรโลงประเพณี และการละเล่นที่ดีงาม อันน่าสนุกสนานนี้ อาจารย์สุนทร ทับอัตตานนท์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทเทคนิคการถ่ายภาพให้กับผม คณะน.ศ. วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา ที่ให้ความเป็นกันเองแก่ผมที่ร่วมทริปไปด้วยย คุณภรรยา (คนงาม ชมไว้ก่อน) ที่ให้ยึดกล้องดิจิม่อนไปทริปอีกแล้วววว ขอบคุณมากกกกคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบ
|