พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อเร็วๆนี้ผมได้อ่าน The world is flat พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเครือข่ายใยแมงมุมที่เรารู้จักกันดี ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญทำให้เราสามารถทำงานได้จากสถานที่ต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงาน อาจเป็นในบ้าน สวนหลังบ้าน ร้านกาแฟสุดโปรด หรือที่ใดๆ ก็ได้ นอกจากนี้ทำให้เราสามารถแยกงานบางส่วนออกไปให้คนอื่นทำ (งานที่ไม่สำคัญ แต่กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ของเรา) ที่เรียกว่า Outsourcing แม้กระทั่งให้คนที่อยู่ห่างใกล้อีกซีกโลกหนึ่งเป็นคนทำงานให้เรา เรียกว่ากระบวนการทำงาน ทำกันตลอด 24 ชั่วโมงเลย ผู้เขียนได้เล่าถึงบริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศอินตะระเดีย ซึ่งรับจัดทำข้อมูลรวมถึง presentation ต่างๆ เพื่อให้ผู้บริหารนำไปใช้ เวลาผู้บริหารที่อยู่ที่อเมริกามีกำหนดการจะต้องไปพูดเกี่ยวกับเรื่องใด ก็เพียงส่งหัวข้อของเรื่องให้กับบริษัทดังกล่าวทางอีเมลล์ แล้วก็กลับไปพักผ่อน ซึ่งก็จะตรงกับเวลาเช้าของทางอินเดียพอดี บริษัทดังกล่าวซึ่งประกอบไปด้วยพนักงานที่จบเอ็มบีเอ ก็จะจัดการหาข้อมูล ทำสรุป (Executive summary) พร้อม presentation ส่งให้ถึงโต๊ะทำงานในตอนเช้า พร้อมนำไปใช้ได้เลย ... ง่ายยิ่งกว่าบะหมี่สำเร็จรูปอีก คราวนี้มาพูดในส่วนที่เกี่ยวกับงานที่ใกล้ตัวผมอีกหน่อยบัญชี(สิ่งที่หลายคนเบื่อหน่าย...ผมด้วย!!!) เนื่องจากค่าแรงของคนที่อเมริกาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับที่อินเดียโดยวุฒิการศึกษาที่ใกล้กัน สำนักงานกฎหมาย/บัญชี ที่อเมริกาแทนที่จะต้องจ้างเจ้าหน้่าที่มากรอกแบบฟอร์มภาษีของลูกค้าของสำนักงานซึ่งมีค่าแรงที่สูง ก็ใช้วิธีจ้่างบริษัทในอินเดียทำหน้าที่ดังกล่าว โดยจะสแกนข้อมูลของลูกค้าเข้าคอมพิวเตอร์ แล้วทางอินเดียก็จะคอนเน็คผ่านใยแมงมุงเข้ามา นำข้อมูลดังกล่าวไปจัดการกรอกลงแบบฟอร์ม (ก่อนการจ้างบริษัทดังกล่าว ทางอเมริกาจะส่งคนไปอบรมให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทอินเดียดังกล่าวก่อน) แล้วส่งกลับมาสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานที่อเมริกา โดยคุณภาพของงานแทบไม่ต่างกันเลย อีกทั้งอาจจะดีกว่าซะอีก เพราะสำหรับที่อินเดียแล้วงานดังกล่าวให้ค่าแรงที่สูงเมื่อเทียบกับงานที่มีอยู่ทั่วๆ ไป (ต้องแย่งกันเข้าทำงาน ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเขาต้องทำให้ดีที่สุด) ทางผู้เขียนจึงสอบถามเจ้าของบริษัทอินเดียดังกล่าว ว่ายังนี้ไม่ถือเป็นการไปแย่งงานของนักบัญชีที่อเมริกาหรือ ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่เลย ถือเป็นการช่วยเขาเสียด้วยซ้ำ เขาสามารถทุ่มเทเวลาไปให้บริการลูกค้าในงานที่ต้องการคุณภาพมากกว่า มีคุณค่่ามากกว่า เรียกว่าคุ้มกับค่าแรงของเขา ผมเองก็คิดว่าเมืองไทยในอนาคตก็คงจะเป็นเช่นนั้น การแข่งขันในวิชาชีพบัญชี คงต้องเน้นที่มูลค่าเพิ่มของงานที่ทำ ซึ่งไม่ใช่เพียงปิดบัญชี ยื่นภาษี แต่ควรให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า ถึงประโยชน์ของข้อมูลทางบัญชี การนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่กิจการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือทำอย่างไรให้ลูกค้าเสียภาษีให้ถูำกต้อง (เรียกว่าเต็มใจจ่าย) แต่ต้องประหยัดให้เขาได้ด้วยในขณะเดียวกัน .... เฮ้อ แค่คิดก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว ...... สู้โว้ย !!!!!
|
| relax | ||
Just want to relax |
||
|
View All |
||
| Thinkpad | ||
Animation |
||
|
View All |
||