พิมพ์หน้านี้
|
แท็กซี่ป้ายดำ หรือรถแท็กซี่ที่นำรถยนต์ส่วนบุคคล และรถตู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ มาวิ่งรับผู้โดยสาร บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ต้องย้อนไปดูว่า รถเหล่านี้มาวิ่งรับผู้โดยสารได้อย่างไร ถ้าไม่มีผู้มีอิทธิพล เปิดทางให้เข้ามาวิ่งรับส่งผู้โดยสารในบริเวณสนามบิน เป็นความรับผิดชอบของผู้บริหาร ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. โดยตรง เพราะบริเวณสนามบินเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของ ทอท. เรื่องนี้เกิดมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 49 แต่เรื่องกลับเพิ่งมาแดงเอาช่วงเดือน ก.ค. 50 คิดรวมแล้วประมาณ 10 เดือน ซึ่งเป็นเวลาค่อนข้างยาวนาน แน่นอนผู้บริหารของ ทอท. ไม่มีสิทธิปฏิเสธได้เลยว่า ไม่รู้ไม่เห็นกับปัญหานี้ เพราะไม่เคยมีเจ้าหน้าที่มารายงานให้ทราบมาก่อน ผู้บริหาร ทอท. ต้องรับไปแบบเต็ม ๆ โดยไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะพื้นที่ในบริเวณสนามบิน มีการป้องกันอย่างเข้มงวด แม้แต่เข็มหล่นผู้บริหารยังต้องได้ยินเลย สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ สะท้อนให้เห็นว่า การปล่อยให้รถป้ายดำเข้ามาวิ่งรับผู้โดยสารมีปัญหาแล้ว น่าสงสัยว่า ทำไมบริษัทที่ได้สัมปทานในการวิ่งรับส่งผู้โดยสารในบริเวณสนามบิน หรือรถลีมูซีน จึงไม่กล้าโวยวาย ปล่อยให้คนพวกนี้มาทำนาบนหลัง มีความเป็นไปได้ทางเดียวคือ คนที่อยู่เบื้องหลังแท็กซี่ป้ายดำต้องมีอิทธิพล และสามารถคุยกับผู้บริหารใน ทอท.รู้เรื่องเป็นอย่างดี ประธาน ทอท. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณ มิตร ต้องลงมาลากคอไอ้โม่ง ที่แอบมาทำธุรกิจผิดระเบียบเป็นใครกันแน่ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ แต่ถ้าประธาน ทอท. ไม่กล้าเพราะเกรงกลัวอิทธิพลมืด ก็ปล่อยผู้โดยสารเสี่ยงภัยกันต่อไป. บทความจากคอลัมน์ หมายเหตุสีบานเย็น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
|