พิมพ์หน้านี้
|
ผมห่างหายจากหน้า blog ไปร่วมสัปหาห์ เหตุเนื่องมาจากต้องออกต่างจังหวัด ไปทำงานนอกสถานที่ ก็มีเรื่องมาเล่าให้พี่ๆน้องๆ ชาว OK Blog ฟังกัน สัพเพเหระตามประสาคนHyper ผมได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เขียนบอกไว้เรื่องของสภาพอากาศของบ้านเรา รวมไปจนถึงของโลกเราเลยด้วย บทความนั้นกล่าวไว้ว่า นักอุตุนิยมวิทยาสามารถพยากรณ์ช่วงเวลาที่ฝนจะตกได้ล่วงหน้าได้เป็นเดือนๆ ซึ่งสิ่งที่จะสามารถทำให้นักพยากรณ์อากาศสามารถกระทำเช่นนี้ได้นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากข้อมูลทางสถิติด้วยนั่นเอง จากเดิม ฝนในบ้านเรานั้นจะมีอยู่ 2 ช่วง คือช่วงแรก ช่วงเดือนพฤษภาคม ส่วนช่วงที่สอง จะเป็นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ( เฉพาะในภาคกลางเท่านั้น) ซึ่งหลักในการงวิเคราะห์ก็มาจากร่องความกดอากาศต่ำ จากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่วิ่งขึ้น วิ่งลง ไปและกลับจากภาคใต้ขึ้นจนถึงตอนใต้ของจีน เป็นอย่างนี้จนสามารถพยากรณ์ ได้อย่างไม่ยากเย็น โดยฝนของประเทศไทยนั้นจะเริ่มตกตั้งแต่ต้นปี( เดือนมกราคม) คือไล่มาตั้งแต่ภาคใต้ตอนล่างขึ้นมาจนถึงตอนบน จนถึงเดือนพฤษภาคม ฝนในช่วงแรกก็มาตกที่ภาคกลาง แล้วก็พาดผ่านไปทางภาคเหนือและภาคอีสานในช่วงเดือนกรกฎคม จนขึ้นไปถึงจีนตอนใต้ จึงค่อยวิ่งลงมาตกในภาคกลางอีก คือในช่วงเดือนสิงหาคม ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนจะตกอย่างจริงๆจังๆอีกครั้งนึง แล้วก็พาดผ่านไปยังภาคใตตอนบนและล่างซึ่งจะตกในเดือน พฤศจิกายนและธันวาคม ก็เป็นอันหมดรอบปีของฤดูฝนของประเทศไทย และก็กลับมาตกใหม่อยู่อย่างนี้เป็นวัฏจักร จนนักอุตุนิยมวิทยาคาดเดาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ปัจจุบันนี้ มันไม่เหมือนในอดีต ความกดอากาศตกที่พาดผ่านประเทศไทยปีละสองรอบนั้น มันไม่ได้มีทิศทางและ period อย่างที่คิดแล้ว มันขึ้นๆลงๆปีละไม่รู้กี่รอบอย่างไม่แน่นอน จนนักอุตุนิยมฯ ต้องฉีกตำราทิ้ง (ผมอธบายเกินจริงไปรึปล่าวเนี่ย แต่ผมคิดว่าเป็นไปได้เลยทีเดียวนะครับ ) รวมทั้ง สมัยก่อน พายุที่ก่อตัวในทะเลีนใต้ อย่างเก่งก็แค่ ก่อตัวพร้อมๆกัน 2 ลูก แต่ปัจุบันนั้น ได้เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 3 ลูกด้วยกันมาแล้ว เป็นที่น่าวิตกเหลือเกินสำหรับอากาศบนโลกของเรา กลัวจะเหมือนในภาพยนต์เรื่อง The day after tomorrow ซึ่งโอกาสที่จเป็นเช่นนั้น ในความคิดของตัวผมเองอาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้ถ้าคนบนโลกยังมีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนอยู่เช่นนี้ ถามว่าทำไมใครหลายๆคนกำลังบอกว่าโลกร้อน แต่ผู้อ่านบางท่านอาจสงสัยว่า แล้วทำไมฝนถึงตกหนักขึ้นๆล่ะ แถมยังมีน้ำป่าไหลหลาก โคลนถล่มให้ชุ่มฉ่ำกันขึ้นทุกปีๆ ไม่เห็นจะร้อนเลย คำอธิบายจากนักอุตุนิยมวิทยาได้บอกไว้ว่า โลกเราก็เหมือนกับบคนที่เล่นกีฬาหนักๆนั่นเอง เมื่อร่างกายร้อนก็ต้อหาที่ระบายความร้อนนั่นก็คือเหงื่อ หรือฝนนั่นเอง โลกที่ร้อนขึ้น ทำให้น้ำทะเลมีมวลโมเลกุลขยายตัว ปริมาตรของน้ำจึงสูงขึ้น ทำให้โลกมีฝนตกมากขึ้นเนื่องจากการระเหยตัวของน้ำนั่นเอง เป็นไงล่ะครับท่านผ้อ่าน น่ากลัวไหมครับ ทีนี้ยังจะช่วยกันสร้างโอโซนให้กับโลกเราอยู่อีกไหมเนี่ย ถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ ถ้าของมันไม่เยอะหรือไม่หนักจริงๆก็บอกพนักงานก็ได้นะครับว่าไม่ต้องก็ได้ จะได้ช่วยๆกันพยุงโลกใบนี้ให้อยู่ได้นานขึ้น ดีมั้ยเอ่ย ส่วนวันนี้ผมรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเป็นพิเศษเลยครับ เพราะในช่วงเช้า ผมพาแม่ไปทำบุญที่วัดครับ พอทำบุญเสร็จเรียบร้อยผมก็พาแม่ไปนวดฝ่าเท้าครับ ท่านคงจะสบายกายสบายใจน่าดู ผมขอให้ท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตลอดไปครับ คงไม่มีอะไรที่วิเศษไปกว่านี้แล้วล่ะครับสำหรับวันแม่ปีนี้ของผม ส่วนช่วงดึกผมจะทำวัตรเย็น แผ่เมตตาจิตให้แด่องค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่งเป็นดั่งแม่ของปวงขนชาไทยของเรา ส่วนใครที่ยังไม่ทำอะไรให้แม่เราชื่นใจ อย่ารอช้าล่ะครับ อ่านบทความนี้เสร็จ รีบไปทำให้แม่เราชื่นใจได้เลยนะครับ ไม่ต้องอาย แม่เราซะอย่าง อย่างรอช้าครับ ทำได้เลยทันที เดี๋ยวนี้ ณ บัดnow ปฏิบัติกับท่านให้ท่านชื่นใจแล้ว กลับมาเล่าให้ผมฟังบ้างนะครับ ว่าแต่ละคนทำอะไรให้แม่ตัวเองบ้าง อย่าลืมนะครับผม บ๊าบ บาย
|
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |