พิมพ์หน้านี้
|
สิ่งสำคัญที่ควรทราบระหว่างการปฏิบัติกรรมฐาน
สิ่งสำคัญที่ควรทราบว่าระหว่างการปฏิบัติกรรมฐาน ผู้ปฏิบัติบางรายอาจตั้งจิตรวบรวมสมาญาณ หรือปรากฎการณ์ทางจิตที่เรียกว่า อภิญญา คือการได้วิสัยที่เหนือมนุษย์ อภิญญา แปลว่า รู้ยิ่ง รู้พิเศษ ซึ่งมีความหมายในที่นี้ว่า เป็นญาณที่ เกิดความรู้พิเศษ ถึงกับบันดาลให้เกิดสิ่งที่ตนปรารถนาได้ อภิญญา มี ๒ ประเภท คือ ๑) โลกุตตรอภิญญา วิชาญาณรู้ที่ทำให้สิ้นกิเลส อาสวะกิเลสคือพ้นทุกข์ ๒) โลกียอภิญญา เป็นอภิญญาที่ถือว่าเป็นระดับญาณที่ยังทำไม่ให้เกิดภาวะพ้นทุกข์ในวัฎฎะสงสาร มี ๖ อย่าง คือ ๒.๑). อิทธิวิธอภิญญา หรือ อิทธิวิธญาณ เป็นความรู้ที่แสดงฤทธิได้ (ฤทธ์ คือความสำเร็จ) ซึ่งจำแนกออกได้เป็น ๑๐ ประเภท อาทิ เนรมิตตัวเป็นหลายกาย แปลงกายเป็นผู้อื่น ย่อขยายตัว สร้างเครื่องป้องกันกายไม่ให้เกิดอันตราย การใช้คาถาอาคม อำนาจกรรมที่เคย สะสม เช่น พลังของเทวดา เป็นต้น ๒๒) ทิพพโสตญาณ คือ หูทิพย์ ที่สามารถได้ยินเสียงที่ไกลมาก หรือเสียงทีเบาที่สุดได้ ๒.๓) เจโตปริยญาณ คือ กำหนดใจคนอื่นได้ ๒.๔) ปุพเพนิวาสานุสสติ คือ ระลึกถึงชาติได้ ๒.๕) ทิพพจักขุ คือ มีตาทิพย์ ๒.๖) อาสวักขยญาณ คือ ญาณที่ทำให้อาสวะสิ้นไป ห้าข้อแรกเป็นโลกียะ (โลกียอภิญญา) ข้อท้ายเป็นโลกุตตระ พระพุทธเจ้าเจ้าตรัสว่า ๕ ข้อแรกเป็น อจินไตย ควรละเว้น ไม่ควรใส่ใจ เพราะไม่ใช่ทางแห่งการหลุดพ้น หากใครมีเกิดในตัว ให้กำหนดเป็นการ แผ่เมตตาจิตออกไปเป็นการเจริญ เมตตาเจโตวิมุติ [/ สาระ คัดจาก แนวปฏิบัติวิปัสสนา พระธรรมวิสุทธิกวี(พิจิตร ฐิตวณฺโณ) วัดโสมนัสวิหาร ภาพประกอบสงยสงบเย็น ผลงานศิลปิน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ |