• Dr.Sixteen
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 390
  • จำนวนผู้ชม : 435151
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
Thaidialogue
อำนาจของการฟังอย่างลึกซึ้ง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Thaidialogue
วันจันทร์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2564
Posted by Dr.Sixteen , ผู้อ่าน : 416 , 11:30:11 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

เขียนถึงแผ่นดินอีสาน
ผมควรจะบอกก่อนว่า ผมเป็นคนอีสาน เกิดบนแผ่นดินอีสาน แม้จะย้ายออกมาตั้งถิ่นฐานบ้านช่องอยู่ในภาคอื่นแต่ก็ยังรู้สึกผูกพันกับแผ่นดินแม่อย่างเหนียวแน่น ข้อเขียนนี้จึงอาจออกแนวยกย่องสรรเสริญอีสานตามประสาคนรักบ้านเกิดเมืองนอน หากใครรับไม่ได้ เชิญข้ามไปเลยนะครับ ไม่ว่ากัน

ผมต้องการชี้ชวนให้คนอีสานภาคภูมิใจในคุณค่าของแผ่นดินตัวเอง เราเป็นลูกหลานพญานาค อย่าไปเสียเวลาตอบโต้กับพวกไส้เดือนตัวเล็กๆที่หลับตาอยู่ในโลกมืด มองไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

ประการที่ ๑.แผ่นดินอีสานที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี (แอ่งสกลนคร) เป็นแหล่งปลูกข้าวที่เก่าแก่ของโลก ประมาณ ๓๐๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล หรือประมาณ ๕๐๐๐ ปี ล่วงมาแล้ว และเป็นแหล่งที่พบเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตรที่ทำจากโลหะทองเหลืองเป็นแห่งแรกของโลก โลหะชนิดนี้ทำจากทองแดงผสมดีบุก ทำให้ได้เครื่องมือที่แข็งแรงทนทานกว่าเดิม ถือเป็นวิวัฒนาการของเครื่องมือเครื่องใช้อีกขั้นหนึ่ง (เครื่องมือโลหะชนิดแรกของมนุษย์ทำจากแร่ทองแดง สามารถหลอมละลายในอุณหภูมิต่ำ แต่ไม่แข็งแรงทนทานเท่าทำจากทองเหลืองและแร่เหล็กซึ่งเป็นพัฒนาการภายหลัง)

เปรียบเทียบยุคบ้านเชียงกับภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพ ขอโทษ ตอนนั้นพื้นที่ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพบางส่วนยังจมอยู่ใต้ทะเล เพราะเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่จำกัด ทำให้ภาคกลางไม่เหมาะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เพราะชุ่มชื้นมีน้ำขังและเป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย พื้นที่สูงและแห้งแล้ง (dry area) จึงมีความเหมาะสมที่สุดสำหรับมนุษย์ในยุคนั้น
อนาคตเมื่อน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรของสภาพภูมิอากาศ (climate change) พื้นที่ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพจะถูกน้ำท่วม แผ่นดินอีสานจะกลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ หากมีการจัดการน้ำด้วยระบบชลประทานที่ดี จะกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงคนไทยและชาวโลก

ประการที่ ๒.แผ่นดินอีสานแถบเทือกเขาภูพาน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสกลนคร กาฬสินธุ์ อุดรธานี เป็นพื้นที่ป่าเขาสำหรับปลีกวิเวกและเป็นบ่อเกิด (สัปปายะ)ของพระอริยบุคคลหรือพระอรหันต์ อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวพุทธทั้งประเทศ พระอริยบุคคลเหล่านี้ เป็นแบบอย่างของการประพฤติปฏิบัติตามธรรมวินัย ทำให้ชาวพุทธกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ นักวิชาการส่วนหนึ่งเชื่อกันว่า อีสานไม่ถูกคอมมิวนิสต์ยึดครองในยุคสงครามเย็นเพราะ “พระป่า” เหล่านี้นี่เอง

กล่าวคือ ในขณะที่ฝ่ายรัฐไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์ต่างโหมโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) แบบเอาเป็นเอาตายเพื่อแย่งชิงมวลชนแถบเทือกเขาภูพาน บรรดาพระป่ากลับแสดงบทบาท ไม่เข้าข้างฝ่ายใด แต่เลือกอยู่ฝ่ายธรรมะด้วยอาการสงบ สำรวม นำพาชาวบ้านทำบุญรักษาศีลเจริญเมตตาภาวนาไปตามปกติ จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายเลิกทะเลาะกันไปเอง บทบาทการนำของพระป่าในยุคสงครามเย็น ทำให้อีสานผ่านวิกฤตสำคัญนี้ไปได้

วัดป่าทางภาคอีสานส่วนใหญ่ ยังสามารถเก็บรักษาป่าอีสานในสภาพดั้งเดิมไว้ได้ วัดป่าเหล่านี้กลายเป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์ เช่น นก ไก่ป่า กระรอก กระแต ฯลฯ และกลายเป็นแหล่งดำรงพันธ์ของความหลากหลายทางชีวภาพ หากป่าอีสานกลับมาเขียวขจีอีกครั้ง สัตว์ป่าเหล่านี้ย่อมมีโอกาสขยายพันธ์ออกลูกออกหลานกลายเป็นมรดกทางธรรมชาติต่อไป

ประการที่ ๓.ผลการสำรวจของสำนักข่าว CNN อันทรงอิทธิพลของโลก ระบุว่า อีสานเป็น ๑ ใน ๑๗ แห่งที่น่าเที่ยวที่สุดของโลก เพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม คนอีสานเป็นมิตรกับคนต่างถิ่น อาหารขึ้นชื่อของชาวอีสานคือ ส้มตำกับข้าวเหนียว ปัจจุบันดังไปทั่วโลกและกลายเป็นเมนูยอดนิยมของ ภัตตาคารบางแห่งในกรุงนิวยอร์ค

พูดถึงส้มตำ เดิมคือเมนูแก้ขัดของคนอีสาน คิดเมนูอะไรไม่ออกก็ไปเด็ดมะละกอที่ต้น สับๆเฉาะๆ เดินล้วงปลาร้าจากไหซอง ตำพริกกับกระเทียมคลุกเข้ากันจิ้มกินกับข้าวเหนียว อิ่มท้องสบายแฮ กองทัพส้มตำบุกกรุงเทพยุคหลัง ๒๕๐๐ เพื่อตอบสนองอาการน้ำลายสอของแท็กซี่สามล้อที่อพยพเข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพ ส้มตำยุคแรกๆจึงเป็นพวกหาบเร่ ตระเวนตามปั๊มน้ำมันก่อนเข้ายึดห้องแถวได้ประมาณปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา ปัจจุบันส้มตำแตกเหล่าแตกกอ กลายเป็นอาหารยอดฮิต แซบกันทั่วโลก

ไม่ใช่แค่อาหาร ดนตรีอีสาน พิณ แคน โปงลาง จังหวะกลองที่คึกคัก เร้าใจ ยังมีอิทธิพลต่อดนตรีลูกทุ่งไทยอย่างมหาศาล ได้ยินเพลงอีสานเมื่อไหร่เป็นต้องขยับตัว ปล่อยหัวใจเต้นตามจังหวะเพลงด้วยความคึกคัก เลือดสูบฉีดไปทั้งร่าง

ประการที่ ๔. บทสรุปของบทความนี้ อยากกล่าวทิ้งท้ายว่า แผ่นดินอีสานอาจไม่ใช่แหล่งกำเนิดเทคโนโลยีสมัยใหม่เหมือนซิลิคอนวัลเลย์ แต่อีสานประดิษฐ์บั้งไฟแล้วก็จุดแข่งกันมาตั้งแต่ยุคพระยาแถน อีสานจึงมีวัฒนธรรมที่เป็น “พลังละมุน” (Soft Power) ที่เป็นพลังทางจิตวิญญาณ ดำรงอยู่ในรูปของศรัทธา อาหารและความบันเทิงที่มีอิทธิพลแทรกซึมอย่างละเมียดละไม ในอณูของชีวิต แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลและซับซ้อนเพียงใด มนุษย์ยังคงต้องการพลังเหล่านี้ เข้ามาช่วยเติมเต็มคุณค่าของชีวิต

คนอีสานจึงไม่จำเป็นต้องละทิ้งคุณค่าเหล่านี้ เพื่อเสพสิ่งใหม่ในนามของความทันสมัย แต่หมั่นทำความเข้าใจและเรียนรู้คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่อย่างฉลาด เพื่ออยู่กับโลกที่ซับซ้อนและชวนสับสนได้อย่างมีความสุข

นี่คือเหตุผลที่ผมคิดได้ว่า ทำไมคนอีสานควรภาคภูมิใจใน “อัตตลักษณ์” ของตัวเอง




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน