• Thaihippy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oldthaihippy@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-09
  • จำนวนเรื่อง : 292
  • จำนวนผู้ชม : 58564
  • จำนวนผู้โหวต : 188
  • ส่ง msg :
Thaihippy
Thaihippy is a former student activist and occasional columnist & cartoonist for the The Matichon.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Thaihippy
วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม 2550
ตำนาน ต้มยำกุ้ง..10 ปี ที่ยังอร่อย ?? (..เม็ดฝุ่น # 6 )
Posted by Thaihippy , ผู้อ่าน : 632 , 16:15:16 น.   | หมวดหมู่ : การเดินทางของ"เม็ดฝุ่น"  
พิมพ์หน้านี้


(การเดินทางของ เม็ดฝุ่น # 6)

                                          ..เรียนรู้ ทศวรรษประเทศไทย

ลายวันผ่านไป ชีวิตในทำเนียบที่เปี่ยมอิสรภาพ ทำให้ผมมีความสุขตามอัตภาพ สังคมชาวฝุ่นที่นี่ มีความอารีอารอบ และที่สำคัญ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกๆเช้าถ้าอยากฟังเรื่องราวดีๆที่เป็นประโยชน์ ก็เพียงไปที่ร้านกาแฟ ตรงมุมสวน เขาเรียกกันว่า “สภากาแฟ ชาวฝุ่น” ที่นั่น มีผู้อาวุโสชาวฝุ่น ที่พูดคุยกันอย่างออกรส บางทีก็มีการ ถกแถลง ถกเถียงกัน หน้าดำหน้าแดง แต่ก็ไม่เคยเห็นมีการลงไม้ลงมืออะไรกัน เฒ่าฝุ่น โปรเฟสเซ่อร์ บอกผมว่า กว่าที่มันจะพัฒนามาเป็น Learning Base Dusty Forum .อย่างที่เห็นนี่ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ทีเดียว

“ ไอ้ Lerning Base Dusty Forum ที่ลุงพูดน่ะ แปลว่าอะไร?” ผมถาม เฒ่าฝุ่น ด้วยความสงสัย

“..อ่อ..มันก็คือ กลุ่มชาวฝุ่นที่มารวมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ่ายเทความรู้ เรื่องต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะเรื่องราวทางสังคมเนี่ยะ บางทีมัน ซับซ้อน คิดเองคนเดียว อาจวิเคราะห์ไม่ออก..ยิ่งไอ้ที่เกี่ยวกับสังคมมนุษย์ ยิ่งเข้าใจยากเข้าไปใหญ่..” เฒ่าฝุ่นตอบเนิบๆ

“ เด็กๆอย่างผมไปได้มั้ย..? “ แกยิ้มอย่างอารมณ์ดี พลางพยักหน้า “ ได้สิ ! อยากไปก็ตามมา ข้ากำลังจะไปอยู่พอดี”

เมื่อไปถึงที่นั่น จึงได้รู้ว่า ผมเป็นเม็ดฝุ่นที่มีอายุน้อยที่สุด นอกนั้นล้วนแตเป็นผู้อาวุโสทั้งสิ้น บางเม็ดก็เป็นพวกเกษียณอายุแล้ว นั่งกันอยู่เกือบ สิบเม็ด และถ้าเดาไม่ผิด เฒ่าฝุ่น โปรเฟสเซ่อร์ คงจะอาวุโสกว่าทุกเม็ด เพราะพวกที่นั่งอยู่ก่อน ต่างหันมาคารวะแกอย่างนอบน้อม แล้วแกจึงแนะนำให้ทุกเม็ดรู้ว่า “ไอ้เม็ดฝุ่นน้อย” ที่แกพามาด้วย มันพเนจรมาอย่างไร? ทุกเม็ดยิ้มน้อยๆเมื่อได้ฟังเรื่องราวนั้น  ผมรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

          “..เออ ! วันนี้อยู่กันพร้อมหน้าเลย..” เฒ่าฝุ่นทักทายพร้อมทรุดตัวลงนั่ง แล้วเอ่ยต่อ..”วันนี้วันที่เท่าไรหว่า?”

                “วันที 2 กรกฎาคม ไงลุง” ฝุ่นสูงวัย สรวมแว่นสายตาสั้นหนาเตอะตอบทันควัน และยิ้มยั่ว “ลุงชักจะหลงๆแล้วมั้ง พักนี้ “ จบคำยั่ว ทั้งวงหัวเราะเบาๆกันทั่วหน้า

            “ เออ ! พวกเอ็งไม่แก่บ้างก็แล้วไป “ แกตอบอารมณืดี ขณะที่ ฝุ่นเจ้าของร้านยกกาแฟและโอวัลตินมาให้ที่โต้ะ 

                “ สองกรกฎาคม..” แกทวนคำเบาๆ ก่อนจะตบเข่าผาง “ เฮ้ย ! นี่มัน ครบรอบ สิบปีต้มยำกุ้ง นี่หว่า ..ใช่มั้ย?..เผลอแผล็บเดียว สิบปีแล้วเรอะเนี่ยะ ไม่น่าเชื่อ..?”

                “ต้มยำกุ้ง ?!? อะไรน่ะ ลุง..” ผมงงเป็นไก่ตาแตก ก็แค่ชื่ออาหารไทย ที่ฝรั่งชอบกิน ทำไมต้องตบเข่าผางด้วย

            “..เอ้อ !! มันเป็นเหตุการณ์ ฟองสบู่เศรษฐกิจแตก เขาเรียก กันว่า โรคต้มยำกุ้ง เพราะมันเริ่มที่เมืองไทย” ลุงฝุ่นคนที่ไว้หนวดแบบฮิตเลอ่ร์ ตอบเรียบๆ  กระนั้นผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี หน้าตาผมคงเหรอหราพิลึก ทุกคนมองมาที่ผม เป็นตาเดียว

    “เอางี้..” เฒ่าฝุ่นเปรย “ ปีนี้เอ็งอายุ 18 ใช่มั้ย? ตอนนั้นเอ็งเพิ่ง แปดขวบเอง จะไปรู้อะไรวะ !!”

                “เมื่อปี 2540 วันเดียวกันนี่แหละ รัฐบาลไทยสมัย บิก้จิ๋ว ประกาศค่าเงินบาทลอยตัว เพราะสู้ค่าเงินบาทกับพวกเฮดจ์ ฟัน ไม่ไหว ” เฒ่าฝุ่นกระแอมนิดหนึ่ง ก่อนจะสาธยายต่อ

                “พอเป็นอย่างนั้น ค่าแลกเปลี่ยนเงินตราก็ผันผวน เต็มที่ เอ็งคิดดู ค่าเงินบาท ก่อนประกาศน่ะ ใช ยีบห้าบาท แลกได้ หนึ่งดอลล่าร์ สหรัฐ พอประกาศเปรี้ยงเดียว หนึ่งเหรียญสหรัฐต้องใช้เงินบาทไปแลกสูงขึ้นไปถึงเกือบ ห้าสิบบาท หรือ ห้าสิบบาทกว่าๆนี่หละ..เท่าตัวเลย..” กล่าวจบแกมองหน้าผม คงเห็นแววตาสงสัยอยู่ดี

                “ที่เรียกว่าเป็นวิกฤติเศรษฐกิจน่ะ เพราะก่อนหน้านี้ หลายปี เขามีการปริวรรตเงินตรา คือ การอนุญาตให้สถาบันการเงิน พ่อค้า วานิช กู้เงินต่างประเทศได้ไม่อั้น เท่าไรเท่ากัน สนุกสิทีนี้ พวกกู้กันเป็นว่าเล่น ลงทุนกันแบบไม่บันยะบันยัง ที่ทางก็ถูกปั่นราคาแพงเอา แพงเอา ชาวไร่ ชาวสวนเห็นได้ราคา ก็ขายกันเรียบ ช่วงก่อน สี่ศูนย์น่ะพวกนักลงทุน ก็กู้แบ้งค์ แบงค์ก็ให้กู้ง่ายๆ เพราะได้ส่วนต่างที่อัตราดอกเบี้ยที่กู้เมืองนอกมา นักลงทุนซื้อที่ดินอย่างกับซื้อปลาย่างในตลาด หมู่บ้านจัดสรร เกิดอย่างกะดอกเห็ด ใครๆก็ลงทุน อู้ฟู่เลยตอนนั้นน่ะ.. มันหาเงินได้ง่ายๆ เศรษฐกิจโตแบบฟองสบู่ มันไม่ใช่ของแท้ พอมันพองมากๆเข้าก็ระเบิดตูมเลย,,”

                แกหยุดจิบกาแฟนิดหนึ่ง แล้วพยักพะเยิดให้ลุงฝุ่นไว้หนวดฮิตเล่อร์ เหมือนว่าให้ช่วยเล่าต่อที..

                “ก็แบบที่ลุงพูดนั่นแหละ..” ฝุ่นฮิตเล่อร์เล่าต่อ “ เงินที่กู้จากเมืองนอกมาช่วงนั้นรวมๆกัน เป็นหมื่น เป็นแสนล้าน พอค่าแลกเปลี่ยน มันสูงไปเท่าตัว ก็ซวยสิทีนี้ เพราะตอนใช้หนี้กลับน่ะ มูลหนี้ก็เพิ่มไปเท่าตัว ตอนเอามาเหรียญละ ยี่สิบห้า ตอนส่งคืนเจ้าหนี้..แม่ง!! เหรียญหนึ่งปาเข้าไป ห้าสิบบาท บานตะไทย..พระเจ้าจอร์จ ยอดไปเลย.." เว้นระยะกระแอมนิดหนึ่ง

                ลุงฝุ่นแว่นหนากล่าวต่อ “นั่นหละ คราวนี้ก็ป่วนทั้งประเทศเลย สถาบันการเงิน 56 หรือ 57 แห่ง เจ๊งทันที ปิดกิจการ โรงงานอุตสาหกรรม เลิกจ้างคนงาน มีคนตกงานราว ล้านเจ็ดแสนคน ธุรกิจใหญ่น้อยล้มกันระเนระนาด หมู่บ้านจัดสรรโครงการเดินต่อไม่ได้ เป็นเสาโด่เด่เพียบไปหมด พ่อค้าหลายคนฆ่าตัวตายหนีหนี้  หมดเนื้อหมดตัวแบบไม่ต้องอายกันเลย บางธุรกิจดำเนินมาตั้งกะรุ่นก๋ง มาเจ๊งเอารุ่นหลาน มีการตั้งชมรมลูกหนี้ มีคาถาสู้หนี้ว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่ใช้ มีขบวนการ เปิดท้ายขายของ คนที่มีรถยนต์มารวมตัวกันจอดเป็นกลุ่มๆ เอาของใช้แล้วที่มีอยู่มาเป็นสินค้าราคาถูก ตระเวนขายกันไปทุกหนแห่ง..ธุรกิจเป็นหมื่นๆติด NPL ..หมายความว่า เป็นพวกหนี้ที่ไม่ก่อรายได้..เข้าบัญชีดำ แบงค์ก็ไม่ปล่อยเงินให้ ไอ้ที่กำลังดำเนินการ ก็ติดแหง็ก ยังกะปลาขาดน้ำ รอวันตายอย่างเดียว..”

                “..ทีนี้ มันไม่ใช่ แค่ประเทศไทย ” เฒ่าฝุ่นกล่าวต่อ “มันลามยังกะไฟลามทุ่ง ไปทั้งทวีปเอเชียเลย เขาก็เลยเรียกมันเหมือนเป็นโรคระบาดว่า โรคต้มยำกุ้ง..นี่ที่มาของความหมายเป็นอย่างนี้..เข้าใจยัง ?” แกหันมาถามผม

                ผมพยักหน้าตอบรับ ในสมองเริ่มต่อจิ้กซอเรื่องราวได้บ้าง แต่ก็ยังไม่วายสงสัย “ แล้วไงต่อล่ะ ลุง”

                “จะยังไง? ก็บอกแล้วไง มันปั่นป่วนกันไปหมด นึกเอาล่ะกัน หมอประเวศ แกบอกว่าสังคมตอนนั้นน่ะ พวกนักลงทุน วุ่นวาย อย่างกะ หมาหลงบนทางด่วน คิดเอาละกัน หมาบนทางด่วน..มันจะไปไหนรอด..ไม่รู้ที่ขึ้น ที่ลง วิ่งไปมา ถูกรถทับตายห่า..ตอนนั้นประเทศมีหนี้สาธารณะราวๆ 3.3 ล้านล้าน บาท ละมั้ง หมายความว่าเป็นหนีร่วมกันทั้งประเทศ ไม่มีทางเลือกต้องเข้าโครงการของ IMF..ใช้หนี้อยู่หลายปี...ถึงตอนนี้ก็เถอะพวกที่ติด NPL ยังดิ้นกันหร็อกแหล็ก ถูกฟ้องร้อง ยึดทรัพย์สิน เป็นร้อย เป็นพันคดี..”

                               “แล้วชาวไร่ ชาวนาล่ะ..” ผมถามต่อ

  “..พวกนั้นน่ะ ตอนแรกๆยังไม่รู้อะไรหรอก มันยังไม่ลงไปกระทบจังๆ รัฐบาล ก็เร่ง อัดฉีดเงินลงไป หวังให้เศรษฐกิจมันเคลื่อน อัดเงิน มิยาซาว่า เงินที่กู้มาน่ะ..หลายพันล้าน เอ็งเอ้ย ! ยังกับราดน้ำลงบนกองทรายเลย วาบเดียวหายวั้บ..แย่งกันใช้ ไม่รู้คุณค่า ไม่มีวินัย ทุกคนบอก เงินหลวงใช้ฟรี ไอ้ทางรัฐบาลหวังให้ไปสร้างงาน ส่วนท้องถิ่น ก็อยากรับเหมาเอาประโยชน์ ล่อกันมั่วไปหมด..” แกหยุดนิดหนึ่ง

                “มีอยู่ อบต.หนึ่ง พยายามสร้างงาน ให้ชาวบ้าน ช่วยกันลอกผักตบชวา ขึ้นจากคลอง ค่าแรงวันละ 150 บาท กลางวัน ก็ เอาขึ้นริมตลิ่ง...  พอตกกลางคืน..”

                แกหยุดเล่าซะดื้อๆ จนลุงฝุ่นฮิตเล่อร์ ต้องถาม แกจึงเล่าต่อเนิบๆว่า

                “..กลางคืน ชาวบ้านแอบมาช่วยกัน เขี่ยลงน้ำอีก พรุ่งนี้จะได้ เก็บใหม่ เอาค่าแรงอีกวัน..ดูซิ..ทำกันขนาดนี้. นิสัยคนไทย!!.......ยัง..ยังมีเรื่องกองทุนหมู่บ้านที่คุณทักษิณ อัดลงไปอีก 70,000 ล้าน แผนกระตุ้นเศรษฐกิจระดับตำบลอีก 5-6 พันล้าน เงิน SML อีกบานเลย ไปสร้างเด้นท์ประจำหมู่บ้านกันเพียบ..นี่ก็เรื่องยาวเหมือนกัน..ไว้จะเล่าให้ฟัง วันหลัง..”

              ทั้งกลุ่มนั่งกันเงียบ ขณะที่สายลมแรงกระพือเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ฟ้าแลบแปลบปลาบ เมฆครึ้มตั้งเค้า เฒ่าฝุ่น แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะกล่าวว่า

                “วันนี้เอาแค่นี้ก่อนเถอะวะ..พรุ่งนี้ค่อยเล่าต่อดีกว่า..ฝนท่าจะตกฉลอง 10 ปี ต้มยำกุ้ง ใครช้าไม่รีบกลับ มึงไหลลงคลองแน่..ไปโว้ย !! ...กูล่ะขำ ไอ้พวก นปก. แถวสนามหลวงเปียกกันมะร็อกมะแร็ก..ได้ตังค์ไม่พอค่ายา...” 

 

จบคำฝุ่นทุกเม็ดกุลีกุจอ เผ่นจาก”สภากาแฟชาวฝุ่น” กลับที่พัก สำหรับชาวฝุ่นน่ะ “ลม” กับ”ฝน” คือภัยพิบัติร้ายแรง มันร้ายยิ่งกว่า “โรคต้มยำกุ้ง” ของมนุษย์ซะด้วยซ้ำไป !!

..................................................................................................................

               

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22
ภาษาหลากสี วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 23.37 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

มาเยี่ยมอ่าน ช้าไปมากๆ ค่ะ แต่ยินดีด้วยค่ะ ที่ได้รับรางวัล เรื่องเยี่ยมจริงๆค่ะ เห็นที่ไปที่มาของต้มยำชามนี้
ความคิดเห็นที่ 21
Hudjung วันที่ : 26/08/2007 เวลา : 07.05 น.
http://www.oknation.net/blog/Hudjung

เยี่ยมมาก
ความคิดเห็นที่ 20
Dekthep วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 15.55 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

ยินดีด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 19
อะหนึ่ง วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 23.36 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

แวะมาอ่านอีกรอบ
งานเขียนชิ้นนี้ ผมชอบครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 18
อะหนึ่ง วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 02.59 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

เยี่ยมครับ ไม่ยาวแต่เข้าใจทั้งระบบ
ของวิกฤติเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง ได้
ความคิดเห็นที่ 17
Thaihippy วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.46 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..peanut ใช่ครับ..หนทางยังอีกยาวไกล..โปรดติดตามไปเรื่อยๆ..
ความคิดเห็นที่ 16
peanut วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 09.33 น.
http://www.oknation.net/blog/peanut
ธรรมาภิบาลคืองานของเรา

ก็เดินทางกันต่อไป เรื่องราวยังอีกมาก ใช่ไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 15
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 12.46 น.
http://www.oknation.net/blog/threenation

อยากให้ต้มยำกุ้งเป็นเพียงอะไรที่น่าสนใจ
ไม่ใช่บทเรียนที่ข่มขืน
ยอมรับ จะตายแล้ว มันยิ่งกว่าต้มยำกุ้งอีกตอนนี้
คือรัฐไม่ส่งเสริมการบริโภคด้วยการ
บริหารการบริโภคตามรายได้ที่ควรเป็น
แล้วก็ทำให้คนไทยขยันโกงเพื่อออมไว้กินตอนต้มโคร้งมาแทนนั้นเอง
ความคิดเห็นที่ 14
หาดใหญ่2521 วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 08.10 น.
http://www.oknation.net/blog/wanderer

มิยาซาว่า 555555
ตำบลหนึ่งแถวสระบุรีพวกเอาไปออกโตโยต้าไทเกอร์ซะเฉยๆงั้น
ทุกวันนี้แปลงร่างไปยังแล้วก็ไม่รู้
ความคิดเห็นที่ 13
มะอึก วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 07.27 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ล่อซะยาวเชียวท่านเม็ดฝุ่น...
ความคิดเห็นที่ 12
pook วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 04.28 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

เปิดท้ายขายของ ฮิตยาวมาถึงปัจจุบันเลย
ความคิดเห็นที่ 11
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 22.44 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะมาเยี่ยมเยีน และทักทายก่อนไปนอนค่ะ


ความคิดเห็นที่ 10
เศษฝง วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 21.46 น.


เข้ามาอ่านตามคำเล่าลือ เพื่อนฝากฝังมา ลุงแกเขียนได้น่าอ่านดีไม่ตกยุค
สำนวนคลายนักเขียนเลย อนาคตใกลแน่ฟังธง เขียนๆๆไปเรื่อยๆจะเข้ามาบ่อยๆๆล๊ะกันเป็นกำลังใจให้ทุกเรื่อง รักษาสุขภาพด้วยนะ
ความคิดเห็นที่ 9
Thaihippy วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 18.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม "เม็ดฝุ่น " การเดินทางของเม็ดฝุ่น # 6 ค่อนข้างจะยาว สักนิดหนึ่ง ทั้งๆที่พยายามจะเขียนให้มันสั้นๆ แต่ เรื่องราว 10 ปี ประเทศไทย..มันมีเรื่องราวเยอะมาก..จะค่อยๆย่อยออกมา..ถ้า"มีเวลา" และถ้า"ทำได้"

ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางนี้ โปรดอย่ารั้งรอที่จะให้คำแนะนำ ยินดีน้อมรับฟัง

ท่านที่เข้ามาอ่านครั้งแรก เพื่อไม่สับสน โปรดไปคลิกที่ หมวดหมู่ "การเดินทางของเม็ดฝุ่น" ..นะครับ

นายเม็ดฝุ่น เองครับ
ความคิดเห็นที่ 8
ปลิวลม วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 18.17 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom


มาอ่านยาวดีนะฝุ่นตลบเชียว เลยเอาตอผัดกุ้งมาฝาก
http://www.oknation.net/blog/pliewlom/2007/07/04/entry-4
ความคิดเห็นที่ 7
สอนสุพรรณ วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 18.06 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

มาฟังสภากาแฟเม็ดฝุ่นคุยกันแล้ว... ก็มาตามงานด้วยคร๊าบบบบ.....
http://www.oknation.net/blog/phaen/2007/06/28/entry-1
ความคิดเห็นที่ 6
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 18.04 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

สวัสดีค่ะ คุณไทยฮิปปี้ ...

ยาวววว ขอใช้เวลาอ่านหน่อยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 5
Dogstar วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 17.32 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

ยังจําได้ดี
ความคิดเห็นที่ 4
feng_shui วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 17.06 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

มิยาซาว่าน่ะ ล้มเหลว เพราะ อัดฉีดไม่ถูกที่ค่ะท่าน
ขอเม้นท์แค่นี้ก่อน กลับบ้านจะมาแวะใหม่
ฝากรักประทับไว้ก่อนค่ะ
แวะไปเยี่ยมข้าน้อยบ้างเด้อ....ท่าน
ความคิดเห็นที่ 3
นิธิวติฯ วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 16.42 น.
http://www.oknation.net/blog/nitivati

มาอ่านและเยี่ยมเยือนครับ

"เศรษฐกิจพอเพียง" ทำกันได้ทุกคน ทุกฐานะ ทุกอาชีพ ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร

หลักง่ายๆ แค่สามอย่าง หนึ่งรู้จักประมาณตน สองคิดบนเหตุบนผล สามมีภูมิคุ้มกัน (พร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน)

เพิ่งไปนั่งฟัง ดร.สุเมธ บรรยายมาเมื่อเช้านี้เอง

วันสองวันนี้ จะรีบหาเวลาว่าง นั่งสรุปใจความสำคัญจากที่ไปฟังมา นำมาให้อ่านกันแบบเต็มๆ กว่านี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2
nona วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/pook

มาดู สภากาแฟฝุ่นเค้าคุยอะไรกัน น่าสนใจ 10 ปีแล้วซินะที่ทำให้คนตกงาน..บริษัทที่เราทำอยู่ก็เจ็ง..ต้องไปเปิดท้ายขายของยังจำได้ดี..รัฐบาลบิ๊กจิ๊วทำแสบมาก
ความคิดเห็นที่ 1
ใบฝิ่น วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 16.30 น.
http://www.oknation.net/blog/nana-takumi

หวัดดีค่ะ..เข้ามาทักทาย ยังอ่านไม่จบเลย เดี๋ยวมาอ่านอีกรอบนะค่ะ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31