พิมพ์หน้านี้
|
พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งจริงในวันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2489 โดยการประชุมรวมตัวกันของนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่บริษัทของนายควง อภัยวงศ์ ที่ย่าน เยาวราช แต่ปัจจุบันทางพรรคถือเอาวันที่ 6 เมษายน เป็นวันก่อตั้งพรรค เพื่อให้ตรงกับวันจักรี อันเป็นวันมงคลของชาติไทย จุดประสงค์ของการก่อตั้งพรรค คือ การเป็นฝ่ายค้านคานอำนาจของนายปรีดี พนมยงค์ ที่หลายฝ่ายในขณะนั้นมองว่าจะส่อเค้าเป็นเผด็จการ คำว่า "ประชาธิปัตย์" ผู้บัญญัติชื่อนี้คือ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคคนที่สอง โดยมีความหมายว่า "ผู้บำเพ็ญประชาธิปไตย" และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Democrat Party โดยหมายจะให้เป็นพรรคของคนจน เช่นเดียวกับพรรคเดโมแครตของสหรัฐอเมริกา หัวหน้าพรรคคนแรกคือ นายควง อภัยวงศ์ รองหัวหน้าพรรคคนแรกคือ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เลขาธิการพรรคคนแรกคือ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้วถึงปัจจุบัน 7 คน คือ นายควง อภัยวงศ์ (พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2511) (นายก ฯ 4 สมัย) หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช (พ.ศ. 2511 - พ.ศ. 2522) (นายก ฯ 4 สมัย) พ.อ. (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (พ.ศ. 2522 - พ.ศ. 2525) นายพิชัย รัตตกุล (พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2534) นายชวน หลีกภัย (พ.ศ. 2534 - พ.ศ. 2546) (นายก ฯ 2 สมัย) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน (พ.ศ. 2546 - พ.ศ. 2548) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน) สัญลักษณ์ของพรรคเป็นรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม มีฟ่อนข้าวประดับอยู่เป็นขอบ โดยมีความหมายว่า พระแม่ธรณีบีบมวยผม หมายถึง การเอาชนะมารหรือความชั่วร้ายต่าง ๆ ฟ่อนข้าว หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ สัญลักษณ์แม่พระธรณีบีบมวยผม มีที่มาจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดปราศรัยที่สนามหลวงแล้วฝนเกิดตกลงมา แต่ผู้ที่มาฟังไม่มีใครวิ่งหลบเลย ยังคงนั่งฟังกันต่อ จึงมีผู้ปรารภขึ้นมาว่า น่าจะใช้สัญลักษณ์เกี่ยวกับน้ำ คำขวัญของพรรคคือ สจฺจํเว อมตา วาจา เป็นพุทธภาษิต แปลว่า "คำสัตย์แลเป็นวาจาไม่ตาย" พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองจดทะเบียนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยที่ยังดำเนินการอยู่ ส่วนพรรคการเมืองพรรคแรกในประเทศไทยคือ พรรคก้าวหน้า ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2488ก่อนหน้าพรรคประชาธิปัตย์แค่ปีเดียว และหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได้ยุบพรรคก้าวหน้าเข้ารวมกับพรรคประชาธิปัตย์ในปีถัดมา หลังจากการก่อตั้งพรรคแล้ว ประชาธิปัตย์ก็ลงเข้าสู่สนามเลือกตั้ง และได้รับเสียงข้างมากทันที ทั้งนี้ ประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคแรกที่หาเสียงด้วยวิธีการปราศรัยด้วย ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แรก ๆ ยังไม่มีหลักแหล่งแน่นอน ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบันที่ถนนเศรษฐศิริ เขตพญาไท เป็นที่ดินของนายเล็ก นานา เลขาธิการพรรคในยุคนั้น ได้อุทิศให้ในสมัยนายพิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรคคนที่ 4 ในปี พ.ศ. 2518 ได้มีสมาชิกพรรคกลุ่มหนึ่ง พยายามชิงจดทะเบียนชื่อพรรคประชาธิปัตย์ตัดหน้ากลุ่มของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช แต่รวบรวมเสียงได้น้อยกว่า จึงทำการไม่สำเร็จเนื่องจากในปีนั้น เพิ่งมีกฎหมายจดทะเบียนพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการออกมาเป็นครั้งแรก โดยที่ก่อนหน้านั้น สถานภาพพรรคการเมืองในประเทศไทยยังไม่มีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เพียงแต่กฎหมายให้การรับรองไว้เท่านั้น ในปี พ.ศ. 2533 พรรคประชาธิปัตย์ได้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลมาแล้ว โดยมีเหตุผลว่า ไม่ต้องการให้เกิดสภาพเผด็จการรัฐสภา อันเนื่องจากเสียงของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีอยู่เป็นจำนวนมากกว่าฝ่ายค้านหลายเท่า พรรคประชาธิปัตย์ทำการคว่ำบาตรการเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ในปี พ.ศ. 2495 สมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม และในปี พ.ศ. 2549 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เป็นที่รับรู้กันว่าฐานเสียงที่เข้มแข็งที่สุดอยู่ที่ภาคใต้ แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 พรรคประชาธิปัตย์ได้สูญเสียที่นั่งหลายพื้นที่ในภาคใต้ให้แก่พรรคกิจสังคมมาแล้ว สถิติ ส.ส. สูงสุดที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มากที่สุดคือ 123 คน จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 และน้อยที่สุดคือ 5 คน จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 พรรคประชาธิปัตย์ได้สร้างประวัติศาสตร์ โดยสามารถกวาดที่นั่งในพื้นที่ภาคใต้มาเกือบทั้งหมด โดยได้ถึง 52 ที่นั่ง จาก 54 ที่ ในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2549 ที่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 ทางพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 2 พรรค คือ พรรคชาติไทย, พรรคมหาชน ได้คว่ำบาตรการเลือกตั้งด้วยการไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ทางพรรคได้ทำการฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในขณะนั้น ว่า พรรคไทยรักไทยกระทำการผิดกฎหมายเลือกตั้ง ว่า พรรคไทยรักไทยได้จ้างพรรคการเมืองขนาดเล็กลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อหนีเกณฑ์ 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังได้ปลอมแปลงเอกสารฐานข้อมูลสมาชิกพรรค พรรคไทยรักไทย แต่ถูกทางพรรคไทยรักไทยฟ้องกลับว่าถูกพรรคประชาธิปัตย์จ้างพรรคเล็กใส่ร้ายตน จึงนำคดีขึ้นสู่การตัดสินของศาล หลังการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549แล้ว ตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ได้มีประกาศยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ และแต่งตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นต้น พิจารณาคดีขึ้นมาใหม่ จนในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 คณะตุลาการ ฯ มีคำสั่งยกร้องคำฟ้องของพรรคประชาธิปัตย์ และมีมติยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้งหมด 5 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมือง.... |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||