พิมพ์หน้านี้
|
พรรคประชาธิปัตย์ ทฤษฏีแรงจูงใจ ของพรรคประชาธิปัตย์ ทฤษฏีแรงจูงใจ ทฤษฎีของมาสโลว์ (Maslows Hierachy of Needs) มาสโลว์กล่าวว่า มนุษย์เราทุกคนต่างพยายามดิ้นรนเพื่อต่อสู้สู่จุดมุ่งหมายของตนเอง แต่ เนื่องจากการที่มนุษย์มีความแตกต่างกัน ฉะนั้นการที่จะได้รับการตอบสนองถึงขั้นไหนย่อมขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละบุคคลจากรูปแบบที่แสดงลำดับขั้นความต้องการพื้นฐานของมาสโลว์ สามารถแบ่งได้ดังนี้ ขั้นที่ 1 ความต้องการทางร่างกาย (Physiological Needs) เป็นระดับความต้องการปัจจัย พื้นฐานของมนุษย์ ได้แก่ ปัจจัย 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่มเสื้อผ้า ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย ในด้านความต้องทางร่างกายนั้น การรวมกลุ่มของนักวิชาการ และนักธุรกิจ ความต้องการของคณะผู้บริหารพรรคฯ ตลอดจนถึงสมาชิกพรรคฯ เป็นความต้องการที่จะเข้ามาบริหารผลประโยชน์ ของประเทศ ให้กับประชาชนโดยรวมซึ่งนโยบาย ได้ผ่านความเห็นชอบ จากคณะกรรมการและสมาชิก ตลอดถึงประชาชนส่วนใหญ่ที่ให้ ได้มอบความไว้วางใจให้ (เลือกตั้ง) [b]ขั้นที่ 2 ความต้องการความมั่นคงและความปลอดภัย (Security and Safety Needs[/b]) เช่น ปราศจากการประสบอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การเจ็บป่วย เศรษฐกิจตกต่ำ การถูกข่มขู่จากบุคคลอื่น และการถูกโจรกรรมทรัพย์สิน เป็นต้น เป็นนโยบายสาธารณะที่ได้ประกาศต่อประชาชน เพื่อให้ความหวังต่อประชาชนในฐานผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ ในการบริหารประเทศ และปฏิบัติตามนโยบาย ขั้นที่ 3 ความต้องการทางสังคม (Social Needs) ได้แก่ ความต้องการการยอมรับการเข้าเป็นสมาชิก การให้ความรัก การให้อภัย และความเป็นมิตร เป็นต้น ในด้านความต้องการทางสังคม นั้น พรรคฯต้องการได้รับการยอมรับทางสังคมจากประชาชนทั้งประเทศ โดยผ่านทางนโยบายและ ความน่าเชื่อถือของ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ตลอดจนถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ และต้องการการยอมรับจากพรรคอื่นๆ ในกรณีที่ต้องจัดตั้งรัฐบาลแบบผสม ขั้นที่ 4 ความต้องการการยอมรับนับถือและเห็นว่าตนเองมีคุณค่าต่อสังคม (Esteem or Ego Needs) มาสโลว์ ได้ให้ความหมายไว้ 2 ประการ คือ ประการที่ 1 ความต้องการการยกย่องนับถือ ประการที่ 2 ความต้องการที่เกี่ยวกับการมีชื่อเสียง [color=#444444]ความต้องการในการยอมรับนับถือในสังคม พรรคต้องการได้รับ การยกย่องนับถือจากประชาชนเพื่อเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของพรรคฯ เพื่อที่จะต้องการให้ภาคประชาชนเชื่อมั่นในตัวของพรรคฯและหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคฯและไว้วางใจในการบริหารประเทศตลอดจนถึงการมอบความไว้วางใจให้พรรคฯ(เลือกตั้ง)อีกต่อๆไป[/color]ขั้นที่ 5 ความต้องการความสำเร็จ (Actualization Needs) เป็นความต้องการระดับสูงสุดของมนุษย์ เป็นความพยายามของมนุษย์ที่จะให้บุคคลอื่นยอมรับนับถือตนเองรวมกับความต้องการและความสำเร็จของตนเอง ซึ่งมาสโลว์เรียกว่า ความต้องการความเจริญก้าวหน้า (Growth Needs) ความต้องการความสำเร็จ นั่นคือการที่ได้รับเลือกและได้เป็นคณะผู้บริหารประเทศ และได้ทำตามนโยบายสาธารณะที่ได้ให้ไว้กับประชาชน ทฤษฏีพรรคการเมือง[/color] พรรคการเมือง คือ องค์กรทางการเมือง เป็นกระบวนการและวิธีการ ที่จะได้มาและรักษาการสนับสนุนกิจกรรมที่ทำในนามสาธารณะ หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม แม้คำนี้มักจะถูกใช้กับรัฐบาล รัฐบาล คือองค์การที่มีอำนาจในการออกและบังคับใช้กฎหมาย สำหรับดินแดนหนึ่งๆ นิยามที่ชัดเจนของรัฐบาลนั้นมีอยู่หลายนิยาม ในกรณีทั่วไป รัฐบาล คือผู้ที่มีอำนาจในการปกครอง กล่าวคือมีอำนาจในการบริหารจัดการเหนือพื้นที่ใดๆ หรือเหนือกลุ่มคน แต่กิจกรรมที่มีลักษณะของการเมืองก็เป็นที่สังเกตได้ทั่วไปในทุกกลุ่มคนที่ปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งรวมไปถึงใน บรรษัท, แวดวงวิชาการ และในวงการศาสนา ที่รวมบุคคลที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และมีเป้าหมายเพื่อได้อำนาจทางการเมืองในรัฐบาล นโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมืองส่วนมากจะเป็นผลรวมของความต้องการภายในพรรค ซึ่งเมื่อพิจารณาสมาชิกพรรคแต่ละคนแล้ว อาจจะมีความแตกต่างกันอย่างมากก็ได้ ฮาโรลด์ ลาสเวลล์ นักทฤษฎีการเมืองคนหนึ่ง ทัศนะของลาสเวลล์ (Harold D. Lass well) ที่กล่าวว่า การเมือง เป็นเรื่องของการศึกษาเกี่ยวกับอิทธิพลและผู้มีอิทธิพล และการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับว่า ใคร ทำอะไร เมื่อไร และอย่างไร (Politics is, who gets What, When and How ) [b[color=#444444]]ทฤษฏีพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ [/b] [b[color=blue]]พรรคประชาธิปัตย์ [/b]เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ในการจัดตั้งพรรคนั้นเกิดจากกลุ่มคน(นักวิชาการ) ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่เหมือนกันร่วมจัดตั้งขึ้นโดยเลือกหัวหน้าพรรค และ คณะกรรมการบริหารพรรคฯ พรรคประชาธิปัตย์มีสาขาพรรค อยู่ทั่วประเทศโดยให้ทุกสาขาเลือกประธานสาขา หลังจากนั้นก็ให้ประธานสาขาเลือกกรรมการบริหารพรรคการเมือง อุดมการณ์ของของพรรค พรรคประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคือ พรรคจะดำเนินการเมืองโดยวิถีอันบริสุทธิ์ พรรคจะดำเนินการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชน พรรคจะดำเนินการเมืองโดยอาศัยหลักกฎหมาย และเหตุผลเพื่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งรัฐธรรมนูญ และเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังให้มีความนับถือ และนิยมในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พรรคจะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใดๆ พรรคจะกระจายอำนาจการดำเนินการในท้องถิ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เนื่องจากความใกล้ชิดขององค์กรในท้องถิ่นมีมากกว่าส่วนกลาง พรรคมีจุดประสงค์ที่จะให้คนไทยมีที่ทำกิน-ที่อยู่และอาชีพ และจะเคารพกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล แต่มิได้ละเลยที่จะคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม พรรคเชื่อว่า การแทรกแซงของรัฐเป็นสิ่งที่จำเป็น ในกิจการที่เห็นว่าการแทรกแซงจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น กิจการสาธารณูปโภค พรรคจะส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่ง การศึกษา, ศาสนา, สาธารณสุขและสาธารณูปการ, ศิลปะ,วรรณกรรม, จารีต ประเพณี, ธรรมเนียมอันดีของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน พรรคเชื่อว่า การป้องกันประเทศนั้น ต้องอาศัยการก่อให้เกิดความร่วมมือพร้อมเพรียงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ และจะต้องให้มีการบำรุง กำลังหลักคือกองทัพให้ทันสมัยทั้งคุณภาพและปริมาณเท่าที่จะเหมาะสมแก่แผนการทางยุทธศาสตร์และนโยบายทางการเมือง พรรคจะส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างประเทศ ข้อสังเกต ประการแรกจะเห็นว่าในการจัดตั้งพรรคประชาธิปัตย์เป็นการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีอุดมการณ์เดียวกันอย่างแท้จริงเช่น นักวิชาการ ซึ่งมีข้อแตกต่างจากพรรคอื่นๆที่มีการจักตั้งพรรคขึ้นมาจากการรวมตัวของกลุ่มของนายทุน ที่รวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของตนและพวกฟ้อง ประการที่สอง จะเห็นว่าสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์สามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดยอย่างเสรี สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์มีความเท่าเทียมกันในพรรคอย่างเช่นกรณีของการเลือกหัวหน้าพรรคสมาชิกทุกคนสามารถมีสิทธิขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคโดยมจากการเลือกตั้ง จาก สมาชิกพรรคทั้งหมดทั่วประเทศแต่ในขณะเดียวกันพรรคการเมืองบางพรรคจะเลือกหัวหน้าพรรคจาก ผู้ก่อตั้งหรือผู้ที่ให้การสนับสนุนด้านการเงิน โดยมากจะมาจากนักธุรกิจ[/color] ทฤษฎีกลุ่มผลประโยชน์ ทฤษฎีกลุ่มผลประโยชน์ (Interest Group) คำว่ากลุ่มผลประโยชน์ (Interest Groups) กับคำว่า กลุ่มอิทธิพล (Presure Groups) เป็นคำที่มักจะใช้ปะปนกัน เนื่องจากมีความหมายใกล้เคียงกัน การให้ความหมายที่แตกต่างกันเป็นผลมาจากนักวิชาการแต่ละท่านที่มอง คือตามทัศนะของการมองหรือการศึกษา (Approach) กลุ่มผลประโยชน์นั้นพิจารณาตามหลักของความเป็นจริงจากพฤติกรรมแล้วเป็นการรวมตัวของกลุ่มชนที่มีผลประโยชน์ได้ยึดถือเอาแนวอาชีพเดียวกันเป็นหลัก เมื่อการรวมตัวกันดำเนินไปได้ด้วยดี มีการจัดองค์การที่ดี มีประสิทธิภาพแล้ว ก็จะสามารถสร้างพลังและเปลี่ยนแปลงกลายเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล (Influence) และอำนาจ (Power) เหนือรัฐบาล เหนือผู้บริหารประเทศได้ พลังอำนาจที่ว่านี้รวมไปถึงจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมในกลุ่มด้วยจุดหมายสำคัญของกลุ่มต่างๆ นี้คือ การป้องกันผลประโยชน์ของกลุ่ม ซึ่งแบ่งแยกตามสาขาของสังคมผลประโยชน์นั้นอาจหมายถึง ผลประโยชน์เฉพาะของกลุ่มหรือผลประโยชน์นอกกลุ่ม คือผลประโยชน์ทั่วไปที่เป็นสาธารณะ รวมถึงจุดหมายสุดท้ายคือ การมีอิทธิพลเหนือนโยบายสาธารณะ พรรคประชาธิปัตย์ กับกลุ่มผลประโยชน์ [/b] กลุ่มผลประโยชน์ ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นโดยรวมจะเป็นกลุ่มที่มาจากนักวิชาการเป็นส่วนใหญ่ การเข้ามาบริหารทางด้านการเมืองของพรรคนี้ จึงเป็นพวกนักวิชาการที่ต้องการเข้ามาศึกษาและดูแลผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ แต่ก็มีบ้างที่เป็นนักธุรกิจ ชั้นนำของประเทศที่เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารงานร่วมกับรัฐบาล แต่ก็มีการตรวจสอบและ คัดเลือกมาจากคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ส่วนใหญ่มีความต้องการเข้ามาร่วมกันบริหารประเทศมากกว่าที่จะเข้ามา คอรัปชั่น แต่นัยเดียวกัน นักการเมืองที่มาจากกลุ่มธุรกิจก็เข้ามาเพื่อใช้อำนาจในการปกป้องผลประโยชน์ในธุรกิจของตนด้วย (ในความเห็นของข้าพเจ้า) www.geocities.com/return_social www.pantown.com th.wikipedia.org www.democrat.or.th |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||