• ครูทิพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-08
  • จำนวนเรื่อง : 573
  • จำนวนผู้ชม : 166137
  • จำนวนผู้โหวต : 1574
  • ส่ง msg :
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551
พระราชวังพญาไท
Posted by ครูทิพย์ , ผู้อ่าน : 453 , 16:51:11 น.  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ ครูมีโอกาสเดินดุ่มๆ เข้าไปคนเดียว ไปเที่ยวชมภายในพระราชวังพญาไท ไม่ทราบเพราะอะไร แต่ครูเป็นคนชอบสถานที่เก่าๆ โบราณๆ...แอบท่อมๆ ขึ้นไปคนเดียว...เชื่อไหม...ครูเข้าไปในห้องทรงพระอักษร ห้องสรงส่วนพระองค์ในล้นเกล้าฯรัชกาลที่หก ไปดูอ่างหินอ่อนที่ลงสรงส่วนพระองค์...เปิดประตูเข้าห้องโน้นออกห้องนี้อยู่คนเดียว...บางห้องก็มีบรรยากาศเย็นๆ..วังเวง..ชวนวูบวาบอยู่เหมือนกันนะ

ครูเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะเคยเข้าไปเที่ยวชมภายในพระราชวังพญาไท เผลอๆ อาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำไป แต่หากบอกว่าโรงพยาบาลพระมงกุฎ บอกชื่อนี้คนรู้จักแยะเชียว

พระราชวังพญาไท เมื่อได้ให้ทหารเข้ามาใช้พื้นที่แล้ว ก็เป็นหน่วยกรมแพทย์ทหารบกซึ่งอยู่ติดกับโรงพยาบาลพระมงกุฎ ตราบจนกระทั่งกรมแพทย์ทหารบกได้ย้ายออกไปอยู่ ณ สถานที่ตั้งในปัจจุบัน ทางกองทัพบกจึงได้ขออนุมัติจากกรมศิลปากร (เพราะประกาศเป็นโบราณสถานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๒) เพื่อบูรณะให้คงสภาพเดิมให้มากที่สุด บัดนี้การปรับปรุงบูรณะต่าง ๆ เรียกได้ว่าเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว และคงความเป็นพระราชวังไว้ มิได้นำมาเป็นสถานที่ราชการเช่นแต่ก่อนอีก และได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ฟรี ทุกวันเสาร์มี 2 รอบ ตามเวลาดังนี้ 09.30 น. และ 13.30 (มีวิทยากรนำชม)

           ความเป็นมาของพระราชวังพญาไท ซึ่งมักจะเข้าใจกันว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้น ความจริงแล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๒ หลังการก่อสร้างเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ได้มีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลคฤหมงคล (ขึ้นบ้านใหม่) ในวันที่ ๑๔ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๕๓ และหลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จมาประทับที่พระราชวังพญาไท หรือนามพระราชทานว่า "พระตำหนักพญาไทย" บ่อยครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เสด็จประพาสตรงกับวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๔๕๓ ก่อนเสด็จสวรรคตเพียง ๑ สัปดาห์เท่านั้น
            วังพญาไท ตั้งอยู่ริมคลองสามเสน ต่อกับทุ่งพญาไทเมื่อแรกสร้างวังนี้ที่ดินบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้งหมด รวมทั้งส่วนที่เป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎ มหาวิทยาลัยแพทย์ทหาร ฯ "เป็นท้องทุ่ง" และสวนมีคลองสามเสนไหลผ่าน ที่ว่างบริเวณนี้มีอาณาเขตติดต่อกับทุ่งพญาไท ในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีการสร้างพระราชวังดุสิตและจัดถนนเพิ่มอีกหลายสาย สายหนึ่งที่ตัดเข้ามายังบริเวณสวนนี้คือถนน ซังฮี้ หรือถนนราชวิถี ("ซังฮี" เป็นคำมงคลของจีน มีความหมายว่า "ยินดีอย่างยิ่ง") รัชกาลที่ ๕  จึงโปรดให้ซื้อที่ดินที่เป็นสวนผักตอนหนึ่ง ที่เป็นทุ่งนาอีกตอนหนึ่งเป็นพื้นที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่เศษ แล้วโปรดให้สร้างพระตำหนักเพื่อเสด็จประพาส ทรงพระราชทานนามว่า "พระตำหนักพญาไท" แต่ชาวบ้านเรียกขานกันต่อมาว่า "วังพญาไท"
            ที่ตำหนักพญาไท รัชกาลที่ ๕ โปรดใช้เป็นที่ทดลองปลูกธัญพืชต่าง ๆ มีการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นที่วังนี้ เมื่อถึงฤดูทำนา สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงนำเจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จลงดำนาด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นการประเดิมชัยในการเกษตรกรรมของประเทศในแต่ละปี ล้อมรอบพระราชวังคือทุ่งนา หากยืนที่พระที่นั่งพิมานจักรีมองออกไปทางด้านนาจะเห็นภาพงามตามธรรมชาติคือทุ่งนา ผมเกิดไม่ทันเห็นภาพนี้ทั้งหมดแต่ยังทันเห็นในวัยเด็ก ว่าแถวทางด้านตะวันออกของสถานีรถไฟสามเสนยังเป็นสวนฝรั่งอยู่
            โรงเรือนหลังแรกที่รัชกาลที่ ๕  โปรดให้สร้างขึ้นคือ "โรงนา" และพระราชทานนามว่า "โรงนาหลวงคลองพญาไท"
            เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตแล้วเป็นผลให้สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีทรงพระประชวร พระอนามัยทรุดโทรมลง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กราบบังคมทูลให้แปรพระราชฐาน จากในพระบรมมหาราชวังมาประทับที่วังพญาไทเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมให้ทรงสำราญและเพื่อความสะดวกของแพทย์ ที่จะถวายการรักษาตลอดจนพระประยูรญาติจะได้เข้าเยี่ยมได้โดยง่าย
            เมื่อเสด็จมาประทับนั้นปรากฎว่ามีผู้ติดตามมาอยู่ในพระราชสำนักของสมเด็จพระพันปีหลวงวังพญาไท เป็นจำนวนร่วม ๕๐๐ คน มีทั้งพระประยูรญาติที่ใกล้ชิด ข้าหลวง โขลน จ่า ข้าราชบริพารน้อยใหญ่ ซึ่งทุกคนจะได้รับเบี้ยหวัดเงินเดือน เงินปี ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน ตลอดจนเครื่องนุ่งห่มอย่างอุดมสมบูรณ์ ตามสมควรแก่ฐานะโดยทั่วถึง
            พ.ศ.๒๔๖๒ หลังจากที่สมเด็จ ฯ ประทับอยู่เป็นเวลาร่วม ๑๐ ปี ก็สวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระราชดำริที่จะสร้างพระราชมณเฑียรสถานขึ้นใหม่ เพื่อเป็นที่ประทับในวังพญาไท และได้โปรดเกล้าให้ยกวังพญาไทเป็นพระราชวังพญาไทเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบรมชนกนาถ และพระบรมราชชนนี
            เมื่อทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระราชมณเฑียรสถานขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่ประทับ จึงโปรดให้รื้อย้ายพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ไปปลูกสร้างเป็นหอเรียนวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง หรือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน คงเหลือแต่เพียงท้องพระโรงหน้า ซึ่งโปรดให้สร้างถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีในตอนต้นรัชกาลเพียงองค์เดียว และระหว่างที่กำลังก่อสร้างพระราชมณเฑียรสถานอยู่นั้น ได้สร้างพระตำหนักอุดมวนาภรณ์ หรือที่ได้พระราชทานนามใหม่ในภายหลังว่า พระตำหนักเมขลารูจี เป็นที่ประทับ ซึ่งต่อมาเมื่อพระตำหนักต่าง ๆ สมบูรณ์แล้ว ตำหนักน้อยเมขลารูจีที่อยู่ริมคลองสามเสนนี้ก็เป็นที่ทรงเครื่องใหญ่ (ตัดผม)
            การก่อสร้างพระราชมณเฑียรสถานขึ้นแทนที่พระตำหนักเดิมนั้น ได้สร้างเป็นหมู่พระที่นั่ง ๓ องค์ พระที่นั่งเดิมคงเหลือ พระที่นั่งประธานองค์เดียว คือ พิมานจักรี บริเวณหลังพระที่นั่ง ๓ องค์ คือ พระราชอุทยานซึ่งจัดเป็นสวนรูปแบบเรขาคณิต ตามแบบสถาปัตยกรรมอิตาเลียน สมัย "เรอเนสซองค์" แต่เรียกกันว่า "สวนโรมัน"
            โปรดให้ย้าย "ดุสิตธานี" เมืองจำลอง ที่ทรงมีเจตนาสร้างขึ้นเพื่อฝึกหัดสั่งสอนวิธีการปกครองท้องถิ่นในระดับเทศบาล ตามรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ณ พระราชวังดุสิตมายังพระราชวังพญาไท เป็นการถาวร
            บทพระราชนิพนธ์ทางวรรณคดีอันทรงคุณค่า ทั้งเนื้อหาและวรรณศิลปหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่อง "มัทนะพาธา" ตำนานแห่งดอกกุหลาบก็ได้นิมิตขึ้นมาจากพระราชวังแห่งนี้
            พ.ศ.๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สนองพระราชดำริของรัชกาลที่ ๖ ซึ่งได้เคยมีพระราชปรารภเป็นการส่วนพระองค์กับพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ว่าพระราชวังพญาไทเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่โต มีบริเวณกว้างขวาง สิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการบำรุงรักษา หากปรับปรุงให้เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งซึ่งเมืองไทยยังไม่มีเลย ก็จะอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างประเทศที่เข้ามาเยี่ยมเยียน และติดต่อธุรกิจในประเทศสยาม และยังนำค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารวมไว้ในงบของโรงแรมได้ด้วย แต่ไม่ทันดำเนินการตามพระราชดำริก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน เมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๘  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติสืบสนองจากองค์สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชแล้ว จึงโปรดเกล้าให้กรมรถไฟหลวงปรับปรุงพระราชวังพญาไท เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งชื่อ "PHYA THAI PALACE HOTEL" และได้เสด็จมาเปิด "โฮเต็ลพญาไท" เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๘
            โฮเต็ลพญาไทจัดว่าเป็นโรงแรมที่หรูหรา และได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดในภาคตะวันออกไกล มีวงดนตรีสากลชนิดออเคสตร้า มีนักดนตรีประมาณ ๒๐ คน คัดมาจากวงดนตรีของกองดุริยางค์ทหารบก และดนตรีวงนี้จะบรรเลงให้ลีลาศกันในวันสุดสัปดาห์ สลับกับการแสดงโชว์กับคณะนักร้องจากยุโรป และเมื่อหลวงสุขุมนับประดิษฐ์ จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกาก็ได้นำวงดนตรีแจ๊ส เข้ามาบรรเลงที่โฮเต็ลแห่งนี้
            โฮเต็ลพญาไทได้รับเกียรติเป็นสถานที่จัดประชุมก่อตั้งสโมสรโรตารี่กรุงเทพ ฯ ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๔๗๓ และในปีเดียวกันนั้นเอง พระเจ้าพี่ยาเธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ได้ทรงเปิดการส่งวิทยุกระจายเสียงจาก "สถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพ ฯ ที่พญาไท" ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่พระที่นั่งไวกูณฑเทพยสถาน ในบริเวณโฮเต็ลพญาไท โดยได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสตอบ เนื่องในการพระราชพิธีฉัตรมงคลของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยถ่ายทอดจากท้องพระโรงพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย มาตามสายแล้วเข้าเครื่องส่งกระจายเสียงสู่ประชาชนเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๓ นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุในประเทศไทย
            พ.ศ.๒๔๗๕ มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน โฮเต็ลพญาไทในเวลานั้นขาดทุนอย่างมาก กระทรวงกลาโหมต้องการใช้สถานที่เป็น "กองเสนารักษ์" คณะกรรมการราษฎรหรือคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นจึงได้มีมติให้เลิกกิจการ โฮเต็ลพญาไท พร้อมกับให้ย้ายสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพ ฯ ไปตั้งรวมกับสถานีเครื่องส่งโทรเลขที่ศาลาแดง
            ตุลาคม ๒๔๗๕ กองเสนารักษ์ จังหวัดทหารบกกรุงเทพ ฯ ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่พระราชวังพญาไท จนกระทั่งถึง พ.ศ.๒๔๘๓ กองทัพบกได้พัฒนากองเสนารักษ์ มณฑลทหารบกที่ ๑ เป็นโรงพยาบาลทหารบก ใช้พื้นที่ภายในเขตพระราชฐานทั้งหมด
            เนื่องจากพระราชวังพญาไท เคยเป็นพระราชฐานที่ประทับในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเวลานาน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ท่าน กองทัพบกจึงขอพระราชทานนามโรงพยาบาลทหารบกเป็น "โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า" ซึ่งได้ประกอบพิธีเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคต (เสด็จสวรรคต กลางคืนวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๘๖ เวลา ๐๑.๔๕ ซึ่งความจริงนับเป็นวันที่ ๒๖ แล้ว และ พ.ศ. ก็เช่นกันต้องทราบว่าเวลานั้นถือวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่)
            ต่อมาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้สร้างอาคารใหม่และย้ายไปอยู่อาคารใหม่ ส่วนกรมแพทย์ทหารบกยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ของพระราชวังจนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๓๒
จึงย้ายไปอยู่ที่บริเวณถนนพญาไท เขตราชเทวี และปรับปรุงพระราชวังพญาไทจนงดงามเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับให้ประชาชนเข้าชม

 

ภาพทั้งหมดด้านบนนี้ถ่ายจากแผ่นภาพที่ทางพระราชวังพญาไทจัดตั้งไว้ให้ประชาชนได้ชมค่ะ

ตอนนี้ครูเริ่มซุกซนแล้วค่ะ...ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่มาก...แอบจรดปลายเท้าย่องขึ้นบันไดมาเงียบๆ...

ห้องแรกที่พบเป็นห้องของชมรมดนตรีไทย..เขาปิดล็อกห้องไว้เลยอดดู

เดินย่องต่อมา...ห้องนี้เปิดอยู่...เลยเข้ามากราบถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ของทุกพระองค์...ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

ความงดงามของศิลปะบนฝ้าเพดานและช่องลมเหนือบานประตู

ความงดงามภายใน "ห้องทรงพระอักษร" ค่ะ

บานประตูไม้แกะสลักลายงดงามยิ่ง..เป็นบานประตูของ "ห้องพระสมุด"

เข้ามาภายในห้อง...วังเวงมากค่ะ..รู้สึกแปลกๆ...ดูได้ไม่นานต้องรีบออกมา...

แหงนดูความงดงามของศิลปะบนฝ้าเพดานค่ะ

เดินเรื่อยๆ มาอีกห้องนึง...เห็นประตูเปิดแง้มไว้..ลองเปิดเข้าไปดู...รู้สึกได้ถึงความเย็นวูบเลยล่ะค่ะ...เป็นห้องสรงน้ำส่วนพระองค์...สุขภัณฑ์เป็นหินอ่อนนะคะ

อ่างที่พระองค์เสด็จลงสรงน้ำค่ะ...มีขั้นบันไดลงไปสองหรือสามขั้นนี่แหละค่ะ...รีบดูรีบออกมาค่ะ...เย็นยะเยือก..แปลกๆ เลยอ่ะ

เดินอ้อมมาอีกด้าน...พบประตูบานนี้...ลวดลายเพ้นท์กระจกสวยงามมากๆ...ไม่ทราบว่าลายกุหลาบนี้จะเกี่ยวข้องกับพระราชนิพนธ์เรื่อง "มัทนะพาธา" อย่างไรหรือไม่

ตอนหนึ่งในละครพูดเรื่อง "มัทนะพาธา" พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่หก

อีกมุมที่จัดไว้ให้ประชาชนได้กราบถวายสักการะพระองค์ท่านค่ะ

หันมาจากมุมนั้นก็จะพบตู้เซฟใบนี้...ดูใกล้ๆ เห็นที่ป้ายมีคำว่า LONDON นะคะ

ภาพสุดท้ายก่อนกลับบ้านค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 00.48 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

เป็นสถานที่ที่สวยงามน่าประทับใจมากครับ

ผมเองก็ชอบสถานที่เก่า แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปชมในกรุงเทพเท่าใดนัก โดนสิ่งอื่นล่อใจไปหมดครับ
ความคิดเห็นที่ 32
Kibangkok วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 00.48 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

แวะมาราตรีสวัสดิ์ เหนื่อยจากสระแก้วจนนอนไม่หลับครับคุณครู
ความคิดเห็นที่ 31
Kibangkok วันที่ : 24/02/2008 เวลา : 00.48 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

แวะมาราตรีสวัสดิ์ เหนื่อยจากสระแก้วจนนอนไม่หลับครับคุณครู
ความคิดเห็นที่ 30
คนเหนือดวง วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 17.06 น.
http://www.oknation.net/blog/imagine-indie
เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง

ได้ความรู้ดีจังครับ ครูทิพย์ :A17
ความคิดเห็นที่ 29
เคิร์ก วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 14.30 น.
http://www.oknation.net/blog/kherk


ได้เที่ยววังกับครูทิพย์ ได้ความรู้เยอะเลย

จากคนอ่อนไหว
ความคิดเห็นที่ 28
ย่าดา วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 05.14 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ครูทิพย์ขาย่าเอาบทความกล้วยของครูทิพย์ ที่ไปแปะให้ย่าในบล๊อกไปแปะไว้ที่บล๊อกแกงค์ด้วยแล้วนะคะ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dada&month=02-2008&group=13&date=21&gblog=25
เม้นท์ที่ 12 คะ ตามไปดูได้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 27
มาลีรัตน์ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

โหวตให้หนึ่งโหวตค่ะครู บล็กหวานน่าอยู่ค่ะ เสียดายที่ทำไม่เป็น ไม่งั้นจะแข่งเสียนี่ (ล้อเล่นนะคะ)
ความคิดเห็นที่ 26
ไตรชัยศิลป์ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/loveyou21006nat

สวัสดีตครับครู
ครูเที่ยวละเอียดจังครับ
แบบนี้ น่าไปเที่ยวกับครูครับ

ยังไง วันนี้ ขอให้นอนหลับฝันดีนะครับ
ราตรีสวัส ครับ
ความคิดเห็นที่ 25
ธมลวรรณ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

ครูทิพย์คะ อ๊อดยังไม่เคยไปเลยค่ะ น่าประทับใจค่ะ
ภาพที่ครูนำมาให้ชมงามและเก่าแก่หาชมยาก
ขอบคุณครูทิพย์มากนะคะ
นึกว่าลืมครูอ๊อดแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
ครูป๊อด วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 16.49 น.
http://www.oknation.net/blog/krupoat

คุณครูทิพย์...เก็บรายละเอียดได้หมดเลย บรรยายเสียจนเกิดอารมณ์คล้อยตามโดยเฉพาะ (อ่างที่พระองค์เสด็จลงสรงน้ำค่ะ...มีขั้นบันไดลงไปสองหรือสามขั้นนี่แหละค่ะ...รีบดูรีบออกมาค่ะ...เย็นยะเยือก..แปลกๆ เลยอ่ะ) ตอนนี้อ่านไปหนาวเลยครับ...ยิ่งตอนนี้ทาง เชียงรายอากาศผีเข้าผีออก...
ความคิดเห็นที่ 23
ไตรชัยศิลป์ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 13.05 น.
http://www.oknation.net/blog/loveyou21006nat

สวัสกดีครับ
เดี๋ยวเย็นๆเข้ามาอ่านรายละเอียดอีกรอบนะครับ
ความคิดเห็นที่ 22
Kibangkok วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 11.34 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


เป็นวังที่สวยมากๆๆๆครับ
แต่ผมยังไม่เคยเข้าไปเลยครับ สักวันต้องหาโอกาสให้ได้ครับ

***************
แวะเอาการ์ดขอบพระคุณมาฝากครับ
ที่เจอกันที่สระแก้วนะครับ
http://www.oknation.net/blog/thaithai/2008/02/19/entry-1
ความคิดเห็นที่ 21
veerin วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 10.36 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

พระราชวังพญาไท งดงามจริงๆค่ะ..

ครูทิพย์นำเที่ยวได้ครบถ้วนสมบูรณ์ อิ่มเอมในความรู้สึกจริงๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
รัฐศิริ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 08.00 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

ขอบคุณครับครูทิพย์ได้ทั้งความรู้ ความสวยงาม ผมไม่เคยไปเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 19
ทิพย์ธัญญา วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/jonat
พ.ศ.2555 ครบรอบ 750 ปี เจียงฮายบ้านเฮา

ขอบคุณที่นำความรู้ และภาพสวยงามมาบอกเล่าครับ
ความคิดเห็นที่ 18
ทิวสน วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 23.14 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

น่าไปเยี่ยมชมครับ ขอบคุณมากครับครู ที่นำเรื่องและภาพมาฝาก
ความคิดเห็นที่ 17
น้ำทะเล วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 22.22 น.
http://www.oknation.net/blog/soda


แน่นนนนนนนนนนนนนนนนนน
ไปด้วยสาระ มากกกกก เลย คับครู
ขอบคุณมากคับ
คนชนบทต่างจังหวัดแบบน้ำทะเล
ได้มีความรู้กับเขาแย้ววววววว... ไชโย
ความคิดเห็นที่ 16
จงเจริญ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 22.10 น.
http://www.oknation.net/blog/50000up


สาธุ สาธุ ครับ ขอน้อมรับบุญที่นำมาฝากด้วยความยินดี

สุขี สุขี โชคดีมีชัย ตลอดไปนะครับ
ความคิดเห็นที่ 15
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 21.52 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
สังฆะไทเซน มหาสารคาม

...หลายสิบปีที่แล้ว เคยไปเยี่ยมเพื่อนทหาร ที่ร.พ.มงกุฏ
เห็นแต่รูปทรง ที่สวยสะดุดตา ของพระราชวังพญาไท แต่ไม่เคยเข้าไปดูข้างในสักที ขอบคุณครูที่ไปเจาะวัง มาแจกจ่ายแบ่งปันกัน มีโอกาสเข้าก.ท. จะถือโอกาสแวะไปเยี่ยมชม
ความคิดเห็นที่ 14
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ต้องหาโอกาสไปสักวันแล้วครับ
ขอบคุณมากครับครู ที่นำเรื่องดีๆมาบอกกล่าวกัน
ความคิดเห็นที่ 13
คนช่างเล่า วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.54 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ครับคุณครูผมมาช่วยเสริม คืออ่านและจะเขียนเล่านะครับ

ที่นี้ จาดคำสั่งที่ 23/2469 ลงวัที่ 24 พฤษภาคม พระพุทธศักราช 2469 นายพลโท พระยาเทพหัสดิน อธิบดี กรมไปรษณีย์โทรเลข ลงนามคำสั่งเปิดที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขที 11

ความว่าเนื่องจากกรมรถไฟหลวงแห่งกรุงสยามเปิดโฮเต็ลขึ้นทีพระราชวัง พญาไท
และที่นีก้เป็นแห่งแรกที่เปิดสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือเคยเป็นที่ตั้งสถานีวิทยุ ขอค้นดูอีกครั้งครับ
ความคิดเห็นที่ 12
ญาใจ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.32 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

สวัสดีค่ะ คุณครูทิพย์
หนูเข้ามาสองรอบแล้ว แต่หนูยังอ่านไม่หมดเลยค่ะ
เลยมิกล้าคอมเมน์
เดียวโดนคุณครูตี
ความคิดเห็นที่ 11
SOMBOONTIEW วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.17 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

ภาพโดนตาเนื้อหาโดนใจอีกแล้วครับครู

ชื่นชมจากใจจริง
ความคิดเห็นที่ 10
Supawan วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.12 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ตามมาเที่ยววังด้วยคนค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 9
จอมโจรเทวะ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 19.19 น.
http://www.oknation.net/blog/kpkk

แอบตามหลังครูทิพย์มาเที่ยววังโบราณ...

สวยจริง ๆ นะคะ...

ความคิดเห็นที่ 8
แม่หมี วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 18.33 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

สวยงดงามน่าไปเดินมากค่ะ แต่คงไม่กล้าเดินคนเดียวแน่ๆ
ความคิดเห็นที่ 7
อะหนึ่ง วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 17.56 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand