| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
เดินตามกันมาเรื่อยๆค่ะ เรากำลังเดินมุ่งหน้าไปชม พระราชวังดอจ์ด พบอะไรสวยๆงามๆน่าสนใจครูจะนำเสนอให้ชมกันนะคะ The palace of Doge หรือ พระราชวังดอจ์ด เป็นพระราชวังเก่าแก่ของเวนิส นับเป็นผลงานชิ้นเอก ดูความโอ่อ่าอลังการของสถาปัตยกรรมแบบVenetian- Gothic ซึ่งมีอายุหลายร้อยปีที่ผ่านมาสิคะ
นี่คือระเบียงหน้าต่างที่เจ้าผู้ครองนคร ใช้ออกมาพบปะประชาชนเพื่อรับรู้ทุกข์สุขและเป็นมิ่งขวัญของประชาชน จากนั้นไกด์ก็นำคณะของเราเข้าชมภายในพระราชวัง มีห้องต่างๆ ที่สวยงามมากมาย อาทิเช่น ห้องรอเข้าเฝ้า ห้องเข้าเฝ้า ห้องศาลใหญ่ ห้องศาลเล็ก และคุกที่มีการแบ่งแยกที่คุมขังนักโทษชายและหญิงอย่างเป็นสัดส่วน เสียดายว่าภายในพระราชวังห้ามถ่ายรูปห้องต่างๆ จะให้ถ่ายได้เฉพาะด้านนอก เริ่มจากคุกเป็นต้นมาค่ะ
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต มีสิ่งหนึ่งที่ครูไปเห็นมาในพระราชวังค่ะ มันคือ "เข็มขัดกันชู้" ภาพนี้ไม่ใช่ของจริงที่เห็นในวังนะคะ ของจริงสวยกว่านี้มากค่ะ แต่เขาห้ามถ่ายภาพ ครูก็เลยลอง search หารูปในเน็ตเอามาฝากกัน
ประดิษฐกรรมอย่าง 'เข็มขัดกันชู้' เกิดขึ้นมา เพื่อป้องกันและควบคุมผู้หญิงไม่ให้มีเพศสัมพันธ์กับใครอื่นในยามที่สามีไปทำการศึกสงคราม อย่างที่ทราบกันดีว่า การศึกสงครามในยุคโบราณมักจะกินเวลานานมาก บางครั้งรบกันเป็นแรมปี ด้วยความกังวลว่าภรรยาจะลักลอบมีชู้ ขุนศึกสมัยโรมันจึงได้ทำเข็มขัดนิรภัยชนิดหนึ่งขึ้นมาและเรียกมันว่า เข็มขัดกันชู้ ซึ่งทำจากเหล็ก สำหรับให้ภริยาของตนเองได้สวมใส่ปิดบังอวัยวะเพศเอาไว้ ก่อนที่ตนเองจะไปออกศึก โดยขุนศึกที่เป็นสามีจะนำเอาลูกกุญแจติดตัวไปด้วย (ลองนึกดูสิคะ ถ้าสามีไปตายในสงคราม ไม่มีโอกาสกลับมา แล้วภริยาจะทำอย่างไร น่าคิดนะ) ภาพของ 'เข็มขัดกันชู้' สำหรับผู้ชายก็มีนะคะ แต่ครูไม่ได้นำมาลง ถ้าอยากดู บอกนะคะ เดี๋ยวนำมาลงให้ค่ะ
ตรงนี้เขาอนุญาตให้ถ่ายภาพได้แล้วค่ะ ที่เห็นในภาพ คนพวกนี้เพิ่งออกมาจาก(การเข้าชม)คุก
รูปนี้ไกด์ชี้ให้ดูเพดานห้องขังที่มีลายเซ็นต์ชื่อของนักโทษที่เคยต้องขังอยู่ในห้องนี้ค่ะ คงจะลงชื่อไว้เป็นอนุสรณ์ก่อนตาย
สังเกตดีๆจะเห็นช่องหน้าต่างเล็กๆให้นักโทษมองออกมาข้างนอกเป็นครั้งสุดท้าย
จากนั้นไกด์ก็พาไปชมเข้าชมการสาธิตการเป่าแก้วมูราโน่ที่มีชื่อเสียง
เริ่มสาธิตขั้นตอนที่ 1 ค่ะ
กำลังจัดรูปทรงของแจกันค่ะ ต้องอาศัยความชำนาญมากๆ เพราะต้องทำอย่างรวดเร็วขณะที่มันยังร้อนอยู่ค่ะ
ตอนนี้เขาเริ่มดึงให้มันยืดยาวออกตามรูปทรงที่ต้องการ...กำลังร้อนมากๆ เชียวค่ะ
เราจะเริ่มเห็นรูปทรงของแจกันที่สวยงามแล้วนะคะ
แล้วเขาก็พาคณะเรามานั่งฟังบรรยายความเป็นมา ของการเป่าแก้วที่มีชื่อเสียงมานมนาน พร้อมทั้งนำเสนอสินค้าตัวไฮไลต์ค่ะ
ชุดนี้เขาก็เสนอราคาขายอยู่ที่ 1500 ยูโรเท่านั้นเอง (คูณ 49 ออกมาเป็นเงินไทยค่ะ)
เซ็ทนี้สนนราคาอยู่ที่ 350 ยูโร
ในตู้นี้สวยงามมากๆ ค่ะ
ตรงนี้รูปทรงเก๋ไก๋มากๆ อยากได้ติดมือกลับมาสักชิ้น แต่เกรงว่าจะต้องทานผักบุ้งลวกจิ้มน้ำพริกไปอีกเป็นปี(กระเป๋าฉีก)
งานชิ้นนี้ก็น่าสนใจมากค่ะ มีใครอยากอุ้มเอากลับมาเมืองไทย มาตั้งดูที่บ้านบ้างไหมคะ ******************* ตอนหน้าจะพาเที่ยวหอเอน Pisa นะคะ..โปรดติดตามค่ะ
|