• Vannessa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : v_vannessa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 2150
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
more
แวนเนสซ่า...ซ่าส์ป่วนเมือง
ใครสนใจที่จะเข้ามาอ่านนิยายที่นุชแต่งจากจินตนาการก็เชิญได้นะคะยินดีต้อนรับเสมอ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Vannessa
วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม 2550
ชื่อตอน ... เมื่อแรกพบ
Posted by Vannessa , ผู้อ่าน : 184 , 16:21:08 น.   | หมวดหมู่ : Fiction  
พิมพ์หน้านี้


หลังจากโรงเรียนเลิกแชยองก็เดินไปส่งยูจินที่บ้านเมื่อยูจินเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแชยองก็เดินออกมาเพื่อที่จะขึ้นรถกลับบ้านแต่เธอรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามเธอเมื่อเธอหันไปมองก็ไม่เห็นใครเดินตามมาสักคนแชยองเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อเธอเดินเลี้ยวมาได้ก็รีบหลบมุมทำให้พวกที่เดินตามเธอมาพยายามมองหาเธอ

            “นักเรียนชายโรงเรียนโฮปนี่นาทำไมคนพวกนี้ถึงได้สะกดรอยตามฉันล่ะ” แล้วแชยองก็ได้ยินนักเรียนชายพวกนั้นพูดกันถึงเธอ

            “หายไปไหนแล้วเมื่อกี้ยังเห็นเดินอยู่ข้างหน้าเลยนี่นาทำไมจู่ ๆ ถึงได้หายตัวไปเร็วนัก”

แชยองเดินออกมาจากที่ซ่อนตัวและเดินมาอยู่ด้านหลังพวกมัน

            “พวกนายสะกดรอยตามฉันทำไม”

            “เฮ้ย!! มันไปหลบอยู่นี่เองพวกเราถึงมองไม่เห็น” เด็กนักเรียนชายกลุ่มนั้นซึ่งมาด้วนกันสี่คนเดินเข้ามายืนประจันหน้ากับเธอแชยองเผชิญหน้าพวกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว

            “พวกนายตามฉันมามีปัญหาอะไร”

            “พูดตรงดีเราจะไม่อ้อมค้อมเมื่อวานเธอกับเพื่อนของเธอไปทำความผิดอะไรเอาไว้”

            “ทำความผิดงั้นเหรอ?...ไม่มีนี่” แชยองตอบกลับไปด้วยท่าทีกวนประสาทพวกมันเช่นกัน            “ใครบอกว่าไม่มีก็เมื่อวานเย็นเธอกับเพื่อนของเธอยกพวกไปรังแกนักเรียนโรงเรียนจิยองจำไม่ได้เหรอไง”

            “พวกนายพูดบ้าอะไรใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายรังแก...ถ้าจะพูดให้ถูกฉันกับเพื่อนต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกนักเรียนโรงเรียนจิยองรังแกแต่ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของโรงเรียนจิยองกับโรงเรียนยองซอนพวกนายมาเกี่ยวอะไรด้วยห๊า” แชยองพูดโต้กลับไปอย่างไม่ลดละหรือเกรงกลัวถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ชายและคนเยอะกว่าก็เถอะ

            “จะไม่ให้เรายุ่งเกี่ยวได้ยังไงก็ในเมื่อฉันเป็นพี่ชายของจินอา”

            “จินอาคนที่เป็นหัวโจกของกลุ่มน่ะเหรอ”

            “ใช่ผู้หญิงบอบบางคนนั้นที่เธอกับพวกของเธอตะรุมบอลซะจนบาดเจ็บ”

            “ห๊า!! นายเรียกยัยจินอาว่าอะไรนะผู้หญิงบอบบางงั้นเหรอไม่ใช่ล่ะมั้งที่ถูกน่าจะเรียกหญิงถึกสุดโหดน่าจะเหมาะสมกว่านะ”

            “นังนี่ปากดีนักอยากเจ็บตัวมากใช่ไหม...รู้เอาไว้ซะด้วยว่าเป็นเพราะพวกเธอถึงทำให้จินอาบาดเจ็บจนถึงขนาดต้องเข้าไปนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล”

            “ขนาดนั้นเลย...แล้วที่พวกนายยกพวกมาวันนี้ก็เพื่อจะมาแก้แค้นแทนน้องสาวของนายว่างั้นเถอะ”

            “ใช่ใครที่รังแกจินอาจะต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม”

            “พวกนายเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าคิดจะรุมผู้หญิงก็ได้ด้วยฉันว่าพวกนายไปถอดกางเกงแล้วเปลี่ยนมาใส่กระโปรงจะเหมาะกว่านะ”

            “อย่ามัวแต่ไปฟังมันพูดเลยลูกพี่ลุยเลยดีกว่าปากดีแบบนี้จะต้องสั่งสอนให้เข็ด” และแล้วการตะรุมบอลกันก็เริ่มต้นขึ้นแชยองไม่มีความกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกนักเรียนชายโรงเรียนโฮปเลยถึงแม้เธอจะรู้ดีว่าเธอจะ ต้องตกเป็นฝ่ายรองแต่เธอก็หากลัวไม่ในขณะที่กำลังตะรุมบอลกันอยู่นั้นพวกนักเรียนชายเข้ามาจับตัวของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ดิ้นก่อนที่อีกคนจะต่อยไปที่ท้องของเธออย่างแรงจนเธอแทบทรุดลงกับพื้นแต่ดีที่พวกมันสองคนช่วยกันพยุงแขนของเธอไว้ทั้งสองข้างสติของเธอเลือนรางเต็มทีเรื่องราวกำลังจะแย่ถ้าไม่มีเสียงขัดขึ้นมาซะก่อน

            “พวกนายทำอะไรกันน่าไม่อายจริง ๆ รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง” เสียงของผู้มาใหม่ทำให้กลุ่มนักเรียนโรงเรียนโฮปหันไปดูแล้วพวกมันก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีผิวขาวสะอาดริมฝีปากหยักได้รูปจมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้าเรียวคิ้วเข้มกับดวงตาคมคู่นั้นทำให้ใบหน้านั้นดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรทรงผมพลิ้วยาวระต้นคอด้านหน้ามีผมปรกตกลงมาปิดบังหน้าผากกว้างจนใบหน้านั้นดูคล้ายกับพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นที่มักจะไว้ผมทรงแบบนี้ยืนจังก้าอยู่
            “พวกเราจะทำอะไรมันก็เป็นเรื่องของเรามันธุระกงการอะไรของนายถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็รีบไปซะอย่ามาเจ๋อเรื่องของคนอื่น”

            “ใช่ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็รีบไสหัวไปซะ” แต่หนุ่มคนนั้นหาได้ขยับตัวไปไหนเขากลับสั่งไอ้พวกนักเรียนนักเลงอันธพาลพวกนั้นด้วยน้ำเสียงดุดัน

            “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ถ้าพวกนายอยากที่จะชกต่อยนักล่ะก็มาสู้กับฉันดีกว่าไปรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้แบบนั้นมันจะสนุกอะไรต้องชกต่อยกับผู้ชายด้วยกันสิถึงจะสนุก” 

            “ได้ถ้านายอยากลองดีกับพวกเราแล้วนายจะรู้ว่าตัวเองคิดผิดที่เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้”

            “แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะพี่เอาไงดี”

            “ปล่อยมันกองเอาไว้ตรงนั้นล่ะ” ลูกน้องทั้งสองคนปล่อยตัวแชยองเธอทรุดลงไปกองกับพื้นแชยองไม่มีแรงแม้แต่จะพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วผู้ชายคนนั้นคนที่เข้ามาช่วยเธอก็เดินเข้ามาพยุงตัวเธอให้ลุกขึ้นยืนเขาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย 

            “ลุกขึ้นไหวไหม” เธอพยักหน้าให้เขาแล้วก็ต้องรีบร้องบอกให้เขาระวังเพราะพวกนักเรียนโรงเรียนโฮปกำลังจะเล่นงานเขาตอนที่เขาเผลอ

            “ระวังค่ะ” เขาเบี่ยงตัวหลบจากนั้นการชกต่อยของลูกผู้ชายก็เริ่มต้นขึ้นแชยองเดินเลี่ยงไปยืนห่างออกมานิดหน่อยเพื่อสังเกตการณ์ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันทำไมถึงมาช่วยเหลือเธอทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่เขาชกต่อยเก่งจริง ๆ เมื่อเธอเห็นว่าเขากำลังจะเพลี่ยงพล้ำเธอก็มองหาอาวุธเหมาะมือโชคดีที่แถวนั้นมีท่อนไม้วางระเกะระกะอยู่เธอไปหยิบขึ้นมาอันหนึ่งเลือกเอาอันที่ขนาดเหมาะมือจากนั้นเธอก็ตะโกนบอกให้ชายคนที่มาช่วยเธอให้หลบไป

            “หลบไปค่ะฉันจัดการเอง” แล้วเธอก็ใช้ไม้ฟาดลงไปโดยใช้แรงทั้งหมดที่มีแต่ว่าเธอกะพลาดคนที่รับไม้หน้าสามอันนั้นของเธอกลับกลายเป็นเขาหาใช่คนที่เธอเล็งเอาไว้

            “โอ๊ย” เธอได้ยินเสียงเขาร้องออกมา

            “ตายแล้วฉันขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจจะตีคุณ” แล้วเธอก็ต้องตกใจเพราะว่าที่ใบหน้าของเขามีเลือดไหลจากปลายคิ้วและไหลเป็นทางยาวลงมาตามใบหน้า

            “อย่ายุ่งหลบไปเร็วเข้าเดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอกเรื่องแค่นี้ผมจัดการได้ไม่ต้องเป็นห่วง” 

เธอรีบไปยืนหลบพร้อมกับเอาใจช่วยเขาอยู่ห่าง ๆ เขาเก่งจริง ๆ ด้วยเพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็สามารถจัดการกับพวกนัก เรียนโรงเรียนโฮปซะจนไอ้พวกนั้นสะบักสะบอมวิ่งแตกกระเจิงหนีกันไปคนละทิศคนละทางแชยองรีบทิ้งไม้หน้าสามแล้วเข้าไปประคองเขาเอาไว้เมื่อเห็นว่าเขาทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น

            “คุณเป็นยังไงบ้าง”

            “ผมไม่เป็นไร”

            “คุณลุกไหวไหมฉันจะช่วยพยุงคุณเองเกาะบ่าของฉันไว้นะ” เธอช่วยประคองเขาให้ลุกขึ้นพอเธอเห็นเขาสามารถพยุงตัวได้แล้วเธอก็เดินไปเก็บกระเป๋าและหนังสือเรียนของตัวเองจากนั้นก็มาพยุงตัวเขาอีกแรงแต่เขาปฏิเสธ

            “คุณไม่ต้องช่วยพยุงผมหรอกผมเดินเองได้”

            “แผลที่คิ้วของคุณเป็นยังไงบ้างฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาล”

            “ไปโรงพยาบาลทำไมกันแผลเพียงแค่นี้ไกลหัวใจนักทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

            “คุณแน่ใจนะว่าไม่ต้องให้ฉันพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล”

            “แน่ใจสิครับ”

            “แต่ว่าเลือดคุณออกเยอะมากจนน่ากลัว” แล้วเธอก็เปิดกระเป๋าเพื่อหาผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีขาวยื่นส่งให้เขาเพื่อที่จะได้ใช้ซับเลือดที่ใบหน้าของเขา

            “ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ฉันรับรองเรื่องความสะอาดฉันยังไม่ได้ใช้เลยคุณเอาไปเช็ดเลือดที่....” แชยองชี้ไปที่หัวคิ้วของตัวเองเพื่อบอกเขาเป็นนัย ๆ ว่าให้เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าของเธอเช็ดเลือดที่ใบ หน้าของตัวเองแต่เมื่อเขายังไม่ยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้าที่เธอยื่นให้เธอก็เลยจับมือของเขาแบออกแล้ววางผ้าเช็ดหน้าของตัวเองลงไป

            “ไม่ต้องหรอกครับ” 

            “ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก” แต่เมื่อเห็นเขายังเฉยเธอก็เลยเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นกลับมาเช็ดเลือดบนใบหน้าของเขาด้วยตัวเองแต่ในขณะที่เธอจะทิ้งผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเขากลับขอเป็นคนเก็บไว้ซะเอง

            “จะเก็บไว้ทำไมเปื้อนเลือดเยอะขนาดนี้ซักออกหรือเปล่าก็ไม่รู้” 

            “ถ้าคุณไม่เอาผมจะขอเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไว้เอง” แชยองยักไหล่ก่อนที่จะตอบ

            “ก็ได้ตามใจคุณ...แต่ฉันไม่เข้าใจคุณจะเก็บไว้ทำไม” เขาไม่ตอบเธอเพียงแต่ยิ้มมุมปากให้เธอสายตาของเขายามมองมาที่เธอดูอบอุ่น

            “ถ้าคุณไม่ยอมให้ฉันพาคุณไปโรงพยาบาลก็ให้ฉันเป็นคนทำแผลให้คุณนะ”

            “ผมไม่เป็นไรจริง ๆ คุณไม่ต้องเป็นห่วง”

            “ไม่ได้หรอกที่คุณเจ็บตัวแบบนี้ก็เพราะช่วยฉัน...เพราะฉะนั้นฉันจะทำแผลให้คุณเอง” เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่น

            “ดื้อซะด้วย” เขาพูดแต่ยังไม่หยุดยิ้มตายิ่งแพรวพราวกว่าเดิม

            “ตกลงคุณยอมให้ฉันทำแผลให้คุณแล้วใช่ไหมถ้างั้นเดี๋ยวเราแวะร้านมินิมาร์ทข้างหน้านี้ก่อนฉันจะเข้าไปซื้ออุปกรณ์การทำแผลมาทำแผลให้คุณ” จากนั้นเธอก็วิ่งนำเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ต้อง การและไม่ลืมที่จะซื้อน้ำดื่มสำหรับตัวเองและซื้อเผื่อแผ่ไปถึงเขาด้วยหลังจากจ่ายเงินเสร็จเธอก็พาเขามาหาที่นั่งทำแผลซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากแถวนั้นมากนักเธอฉุดให้เขานั่งลงใกล้ ๆ เธอจากนั้นเธอก็เริ่มลงมือล้างแผลให้เขาเธอทำหน้าราวกับว่าเธอเจ็บซะเองบาง ครั้งยังส่งเสียงร้องเบา ๆ ออกมาอีกด้วยเธอชวนเขาคุยในขณะที่กำลังทำแผลให้เขา

            “คุณไม่เจ็บบ้างหรือไง” 

            “เรื่องเล็กน้อย” 

            “นั่นสินะฉันไม่ได้ยินเสียงคุณร้องสักแอะ”

            “ก็คุณร้องแทนผมไปแล้วนี่” เธอหัวเราะแก้เก้อก่อนที่จะชวนคุยต่อ

            “ปกติคุณชอบหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้เสมอเหรอ”

            “อะไรนะ”

            “ฉันถามคุณจริง ๆ เถอะคุณมาช่วยฉันไว้ทำไม”

            “คุณนี่เป็นผู้หญิงที่แปลกดีพูดกับคนที่มาช่วยคุณเอาไว้จากพวกอันธพาลพวกนั้นแบบนี้เหรอ”

            “ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณมาช่วยฉันซะหน่อย”

            “นี่คุณกำลังจะบอกว่าผมหาเรื่องใส่ตัวเองใช่ไหมเนี่ย” เธอทำหน้ายียวนใส่เขา

            “ก็มันจริงไหมล่ะ...ที่คุณมาช่วยฉันอย่าคิดนะว่าฉันจะซาบซึ้ง”

            “ผมก็ไม่คิดว่าคุณจะซาบซึ้งกับสิ่งที่ผมทำจนถึงกับน้ำตาซึมหรอก” เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เขาพูดเธอก็เลยแกล้งกดไปที่แผลของเขาอย่างแรงเป็นการสั่งสอนที่เขากล้าปากดีกับเธอ

            “โอ๊ย!! นี่คุณทำแผลให้ผมหรือจะฆ่าผมกันแน่”

            “ไหนคุณบอกว่าแผลแค่นี้ไกลหัวใจของคุณยังไงล่ะ...ฉันเผลอทำแรงไปหน่อยทำเป็นสำ ออยร้องเสียงดังซะจนสามบ้านแปดบ้านได้ยินกันทั่วทีตอนที่คุณมีเรื่องชกต่อยกับอันธพาลพวกนั้นฉันไม่เห็นคุณร้องสักแอะและคุณอย่าหวังนะว่าฉันจะพูดขอบคุณเพราะฉันไม่ได้บอกหรือขอร้องให้คุณมาช่วยฉันสักหน่อย”

            “ว่าแต่คุณไปมีเรื่องอะไรกับพวกนั้นเขาถึงได้ยกพวกมาชำระแค้นกับคุณแบบนี้”

            “นั่นแน่...คุณกำลังอยากรู้เรื่องของคนอื่นอีกแล้วนะแต่เอาเถอะเห็นแก่ที่คุณมาช่วยฉันเอาไว้ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ขอร้องคุณเลยสักนิดเดียวฉันจะเล่าให้คุณฟัง” เขาก้มหัวลงให้เธอเป็นการล้อเลียน

            “ขอบคุณมากครับที่คุณกรุณาเล่าทุกอย่างให้ผมฟัง” 

            “ที่จริงแล้วผู้ชายตัวโต ๆ คนที่คุณเห็นเป็นลูกพี่นั่นน่ะมันเป็นพี่ชายของจินอา”

            “แล้วจินอาเป็นใคร”

            “คุณจะฟังที่ฉันเล่าไหมหรือถ้าจะขัดจังหวะกันแบบนี้อีกล่ะก็ฉันจะได้ไม่เล่าให้คุณฟัง” เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นการยอมแพ้

            “โอเค ๆ ผมขอโทษที่ขัดจังหวะคุณถ้างั้นคุณเล่าต่อก็ละกันผมกำลังฟังเพลินเลย”

            “จินอาเป็นหัวโจกของนักเรียนโรงเรียนจิยองซึ่งเป็นคู่ปรับกับโรงเรียนของฉันเมื่อวานนี้ฉันกับเพื่อนโดดเรียนเอ๊ยไม่ใช่เราชวนกันไปร้องคาราโอเกะหลังจากโรงเรียนเลิกแต่ยังไม่ทันจะถึงร้านคาราโอเกะเราก็เจอจินอากับพวกซะก่อนทีนี้คุณรู้ใช่ไหมคือเราออกกำลังกายกันนิดหน่อยแล้วฝ่ายนั้นก็...” เขารีบพูดขัดขึ้นมาก่อนที่เธอจะเล่าจบ

            “ชนะพวกคุณ” เธอหันไปมองหน้าเขาที่พูดจาดูถูกเธอและเพื่อนของเธอแบบนี้

            “เชอะ!! ดูถูกกันเกินไปหน่อยไหม สวย แสบ ซ่าส์ คู่ขามาเฟียอย่างพวกฉันเนี่ยนะจะแพ้พวกนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเราสองคนชกพวกนั้นลงไปนอนล้มกลิ้งอยู่กับพื้นร้องโอดโอยขอความปรานีจากพวกเราน่ะสิไม่ว่า (เล่าโอเว่อร์ไปนิดเขาก็คงจะไม่รู้หรอกน่าว่าที่จริงแล้วพวกเธอจัดการให้พวกนั้นเพลี่ยงพล้ำจากนั้นเธอสองคนก็ใส่หลวงพ่อโกยวิ่งหนีเผ่นแนบแทบไม่ทัน) เขาหัวเราะแชยองรีบโวยวาย

            “คุณหัวเราะอะไรฉันไม่ได้โม้นะ” 

            “ผมก็ไม่ได้ว่าคุณโม้แต่คุณเล่าซะเหมือนกับว่าคุณกับเพื่อนของคุณเป็นซุปเปอร์เกริลอย่างงั้นล่ะ” 

            “จะฟังต่อไหม” 

            “ฟัง ๆ คุณเล่าต่อสิ” เธอค้อนให้เขาหนึ่งทีก่อนที่จะเล่าต่ออย่างออกรสชาด

            “ทีนี้ฉันกับเพื่อนของฉันเป็นคนดียังไงล่ะเมื่อพวกนั้นร้องขอความปรานีคนดีอย่างพวกฉันก็เลยปล่อยไปถือซะว่าปล่อยลูกนกลูกกา”      

            “อืมมคนดีผมนึกว่าพวกคุณเป็นนางฟ้าซะอีก” แชยองรีบรับสมอ้างทันที

            “ก็ทำนองนั้นล่ะ...เรามีเรื่องชกต่อยกันเมื่อวานวันนี้พี่ชายของจินอาก็เลยยกพวกมาแก้แค้นแทนน้องสาวของตัวเอง...เชอะน่าขำพวกมันบอกว่าฉันทำให้น้องสาวผู้บอบบางของมันต้องบาดเจ็บจนถึงกับต้องไปนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล...กล้าพูดมาก ๆ นะที่ว่าน้องสาวผู้บอบบางที่จริงต้องบอกว่าจินอาหญิงถึกสุดโหดจะเหมาะกว่า” เธอติดพลาสเตอร์ให้ที่ปลายคิ้วของเขา

            “เสร็จซะทีคุณจะไม่ขอบคุณฉันหน่อยเหรอ”

            “ห๊า...เอ่อขอบคุณ”

            “ไม่เป็นไรเรื่องเล็กน้อยแต่คุณรู้อะไรไหมฉันไม่เคยทำแผลให้ใครมาก่อนเลยนะทำให้คุณเป็นคนแรก” เขาอ้าปากหวอ

            “นี่คุณเห็นผมเป็นหนูทดลองของคุณงั้นเหรอ”

            “คุณก็พูดเกินไปไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแต่ฝีมือการทำแผลของฉันก็ใช้ได้นะหวังว่าคงไม่ทิ้งร่องรอยบนใบหน้าของคุณให้เสียโฉมหรอกไม่ต้องกลัว” เธอดูนาฬิกาที่ข้อมือก่อนที่จะอุทานออกมาว่า

            “ตายแล้วเกือบหนึ่งทุ่มแล้วเหรอเนี่ยคุณนายคิมเอาฉันตายแน่เลยที่ป่านนี้ฉันยังไม่ถึงบ้านอีกฉันไปก่อนนะรถของฉันมาพอดี” เธอบอกเขาจากนั้นก็รีบวิ่งไปขึ้นรถแต่เขาเรียกเธอไว้ก่อน

            “เดี๋ยวก่อนสิผมยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย”

            “เรียกฉันว่าแชยองก็ได้ไปก่อนนะ” จากนั้นเธอก็ก้าวขึ้นรถโดยสารคันนั้นไปอย่างรวดเร็วเขารู้สึกถูกชะตากับเธอเขาเองก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นใบหน้าอ่อนใสผิวขาวอมชมพูของเธอที่ดูแล้วตัดกันดีกับผมยาวดำขลับมองดูแล้วนุ่มน่าสัมผัสและเรียวปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั่นที่ช่างจำนรรจารวมไปถึงดวงตากลมโตของเธอที่มักจะบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้เป็นอย่างดีเขารู้สึกราวกับว่าเขาเคยเห็นและคุ้นเคยกับดวงตาแบบนี้มาก่อนแต่มันจะเป็น ไปได้อย่างไรก็ในเมื่อเขาเพิ่งจะเจอกับเธอครั้งนี้เป็นครั้งแรกนี่นาหรือเขาจะหลงเสน่ห์ดวงตาคู่นี้ซะแล้วจีเฮคิดในใจพร้อมกับเผลอยิ้มออกมาก่อนที่จะเรียกรถแท็กซี่ให้ขับไปส่งเขาที่บ้านของพี่ชาย

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
เจเจค่ะ วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 17.04 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 


เจอคราวแรก ก็ปิ๊งแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.52 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เขียนได้กลิ่นอาย"เกาหลี"มากๆ
ความคิดเห็นที่ 3
Vannessa วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.45 น.
http://www.oknation.net/blog/Vannessa

ขอบคุณ... คุณกรรมกรหุ้น และ คุณ pimthipat นะคะที่เข้ามาอ่านนิยายที่นุชแต่งค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
กรรมกรหุ้น วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.40 น.
http://www.oknation.net/blog/keng13
กรรมกรหุ้น

แต่งได้ดีมากครับ
ความคิดเห็นที่ 1
pimthipat วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 16.38 น.
http://www.oknation.net/blog/pim
L[love]  I {Imagination]   F {Fantasy}  E [End ]

เรื่องจริงหรือนิยายค่ะเนี้ย

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31