พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากโรงเรียนเลิกแชยองก็เดินไปส่งยูจินที่บ้านเมื่อยูจินเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแชยองก็เดินออกมาเพื่อที่จะขึ้นรถกลับบ้านแต่เธอรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามเธอเมื่อเธอหันไปมองก็ไม่เห็นใครเดินตามมาสักคนแชยองเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อเธอเดินเลี้ยวมาได้ก็รีบหลบมุมทำให้พวกที่เดินตามเธอมาพยายามมองหาเธอ นักเรียนชายโรงเรียนโฮปนี่นาทำไมคนพวกนี้ถึงได้สะกดรอยตามฉันล่ะ แล้วแชยองก็ได้ยินนักเรียนชายพวกนั้นพูดกันถึงเธอ หายไปไหนแล้วเมื่อกี้ยังเห็นเดินอยู่ข้างหน้าเลยนี่นาทำไมจู่ ๆ ถึงได้หายตัวไปเร็วนัก แชยองเดินออกมาจากที่ซ่อนตัวและเดินมาอยู่ด้านหลังพวกมัน พวกนายสะกดรอยตามฉันทำไม เฮ้ย!! มันไปหลบอยู่นี่เองพวกเราถึงมองไม่เห็น เด็กนักเรียนชายกลุ่มนั้นซึ่งมาด้วนกันสี่คนเดินเข้ามายืนประจันหน้ากับเธอแชยองเผชิญหน้าพวกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว พวกนายตามฉันมามีปัญหาอะไร พูดตรงดีเราจะไม่อ้อมค้อมเมื่อวานเธอกับเพื่อนของเธอไปทำความผิดอะไรเอาไว้ ทำความผิดงั้นเหรอ?...ไม่มีนี่ แชยองตอบกลับไปด้วยท่าทีกวนประสาทพวกมันเช่นกัน ใครบอกว่าไม่มีก็เมื่อวานเย็นเธอกับเพื่อนของเธอยกพวกไปรังแกนักเรียนโรงเรียนจิยองจำไม่ได้เหรอไง พวกนายพูดบ้าอะไรใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายรังแก...ถ้าจะพูดให้ถูกฉันกับเพื่อนต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกนักเรียนโรงเรียนจิยองรังแกแต่ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของโรงเรียนจิยองกับโรงเรียนยองซอนพวกนายมาเกี่ยวอะไรด้วยห๊า แชยองพูดโต้กลับไปอย่างไม่ลดละหรือเกรงกลัวถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ชายและคนเยอะกว่าก็เถอะ จะไม่ให้เรายุ่งเกี่ยวได้ยังไงก็ในเมื่อฉันเป็นพี่ชายของจินอา จินอาคนที่เป็นหัวโจกของกลุ่มน่ะเหรอ ใช่ผู้หญิงบอบบางคนนั้นที่เธอกับพวกของเธอตะรุมบอลซะจนบาดเจ็บ ห๊า!! นายเรียกยัยจินอาว่าอะไรนะผู้หญิงบอบบางงั้นเหรอไม่ใช่ล่ะมั้งที่ถูกน่าจะเรียกหญิงถึกสุดโหดน่าจะเหมาะสมกว่านะ นังนี่ปากดีนักอยากเจ็บตัวมากใช่ไหม...รู้เอาไว้ซะด้วยว่าเป็นเพราะพวกเธอถึงทำให้จินอาบาดเจ็บจนถึงขนาดต้องเข้าไปนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ขนาดนั้นเลย...แล้วที่พวกนายยกพวกมาวันนี้ก็เพื่อจะมาแก้แค้นแทนน้องสาวของนายว่างั้นเถอะ ใช่ใครที่รังแกจินอาจะต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม พวกนายเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าคิดจะรุมผู้หญิงก็ได้ด้วยฉันว่าพวกนายไปถอดกางเกงแล้วเปลี่ยนมาใส่กระโปรงจะเหมาะกว่านะ อย่ามัวแต่ไปฟังมันพูดเลยลูกพี่ลุยเลยดีกว่าปากดีแบบนี้จะต้องสั่งสอนให้เข็ด และแล้วการตะรุมบอลกันก็เริ่มต้นขึ้นแชยองไม่มีความกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกนักเรียนชายโรงเรียนโฮปเลยถึงแม้เธอจะรู้ดีว่าเธอจะ ต้องตกเป็นฝ่ายรองแต่เธอก็หากลัวไม่ในขณะที่กำลังตะรุมบอลกันอยู่นั้นพวกนักเรียนชายเข้ามาจับตัวของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ดิ้นก่อนที่อีกคนจะต่อยไปที่ท้องของเธออย่างแรงจนเธอแทบทรุดลงกับพื้นแต่ดีที่พวกมันสองคนช่วยกันพยุงแขนของเธอไว้ทั้งสองข้างสติของเธอเลือนรางเต็มทีเรื่องราวกำลังจะแย่ถ้าไม่มีเสียงขัดขึ้นมาซะก่อน พวกนายทำอะไรกันน่าไม่อายจริง ๆ รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เสียงของผู้มาใหม่ทำให้กลุ่มนักเรียนโรงเรียนโฮปหันไปดูแล้วพวกมันก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีผิวขาวสะอาดริมฝีปากหยักได้รูปจมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้าเรียวคิ้วเข้มกับดวงตาคมคู่นั้นทำให้ใบหน้านั้นดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรทรงผมพลิ้วยาวระต้นคอด้านหน้ามีผมปรกตกลงมาปิดบังหน้าผากกว้างจนใบหน้านั้นดูคล้ายกับพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นที่มักจะไว้ผมทรงแบบนี้ยืนจังก้าอยู่ ใช่ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็รีบไสหัวไปซะ แต่หนุ่มคนนั้นหาได้ขยับตัวไปไหนเขากลับสั่งไอ้พวกนักเรียนนักเลงอันธพาลพวกนั้นด้วยน้ำเสียงดุดัน ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ถ้าพวกนายอยากที่จะชกต่อยนักล่ะก็มาสู้กับฉันดีกว่าไปรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้แบบนั้นมันจะสนุกอะไรต้องชกต่อยกับผู้ชายด้วยกันสิถึงจะสนุก ได้ถ้านายอยากลองดีกับพวกเราแล้วนายจะรู้ว่าตัวเองคิดผิดที่เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะพี่เอาไงดี ปล่อยมันกองเอาไว้ตรงนั้นล่ะ ลูกน้องทั้งสองคนปล่อยตัวแชยองเธอทรุดลงไปกองกับพื้นแชยองไม่มีแรงแม้แต่จะพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วผู้ชายคนนั้นคนที่เข้ามาช่วยเธอก็เดินเข้ามาพยุงตัวเธอให้ลุกขึ้นยืนเขาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ลุกขึ้นไหวไหม เธอพยักหน้าให้เขาแล้วก็ต้องรีบร้องบอกให้เขาระวังเพราะพวกนักเรียนโรงเรียนโฮปกำลังจะเล่นงานเขาตอนที่เขาเผลอ ระวังค่ะ เขาเบี่ยงตัวหลบจากนั้นการชกต่อยของลูกผู้ชายก็เริ่มต้นขึ้นแชยองเดินเลี่ยงไปยืนห่างออกมานิดหน่อยเพื่อสังเกตการณ์ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันทำไมถึงมาช่วยเหลือเธอทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่เขาชกต่อยเก่งจริง ๆ เมื่อเธอเห็นว่าเขากำลังจะเพลี่ยงพล้ำเธอก็มองหาอาวุธเหมาะมือโชคดีที่แถวนั้นมีท่อนไม้วางระเกะระกะอยู่เธอไปหยิบขึ้นมาอันหนึ่งเลือกเอาอันที่ขนาดเหมาะมือจากนั้นเธอก็ตะโกนบอกให้ชายคนที่มาช่วยเธอให้หลบไป หลบไปค่ะฉันจัดการเอง แล้วเธอก็ใช้ไม้ฟาดลงไปโดยใช้แรงทั้งหมดที่มีแต่ว่าเธอกะพลาดคนที่รับไม้หน้าสามอันนั้นของเธอกลับกลายเป็นเขาหาใช่คนที่เธอเล็งเอาไว้ โอ๊ย เธอได้ยินเสียงเขาร้องออกมา ตายแล้วฉันขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจจะตีคุณ แล้วเธอก็ต้องตกใจเพราะว่าที่ใบหน้าของเขามีเลือดไหลจากปลายคิ้วและไหลเป็นทางยาวลงมาตามใบหน้า อย่ายุ่งหลบไปเร็วเข้าเดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอกเรื่องแค่นี้ผมจัดการได้ไม่ต้องเป็นห่วง เธอรีบไปยืนหลบพร้อมกับเอาใจช่วยเขาอยู่ห่าง ๆ เขาเก่งจริง ๆ ด้วยเพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็สามารถจัดการกับพวกนัก เรียนโรงเรียนโฮปซะจนไอ้พวกนั้นสะบักสะบอมวิ่งแตกกระเจิงหนีกันไปคนละทิศคนละทางแชยองรีบทิ้งไม้หน้าสามแล้วเข้าไปประคองเขาเอาไว้เมื่อเห็นว่าเขาทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น คุณเป็นยังไงบ้าง ผมไม่เป็นไร คุณลุกไหวไหมฉันจะช่วยพยุงคุณเองเกาะบ่าของฉันไว้นะ เธอช่วยประคองเขาให้ลุกขึ้นพอเธอเห็นเขาสามารถพยุงตัวได้แล้วเธอก็เดินไปเก็บกระเป๋าและหนังสือเรียนของตัวเองจากนั้นก็มาพยุงตัวเขาอีกแรงแต่เขาปฏิเสธ คุณไม่ต้องช่วยพยุงผมหรอกผมเดินเองได้ แผลที่คิ้วของคุณเป็นยังไงบ้างฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาล ไปโรงพยาบาลทำไมกันแผลเพียงแค่นี้ไกลหัวใจนักทำอะไรผมไม่ได้หรอก คุณแน่ใจนะว่าไม่ต้องให้ฉันพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล แน่ใจสิครับ แต่ว่าเลือดคุณออกเยอะมากจนน่ากลัว แล้วเธอก็เปิดกระเป๋าเพื่อหาผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีขาวยื่นส่งให้เขาเพื่อที่จะได้ใช้ซับเลือดที่ใบหน้าของเขา ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ฉันรับรองเรื่องความสะอาดฉันยังไม่ได้ใช้เลยคุณเอาไปเช็ดเลือดที่.... แชยองชี้ไปที่หัวคิ้วของตัวเองเพื่อบอกเขาเป็นนัย ๆ ว่าให้เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าของเธอเช็ดเลือดที่ใบ หน้าของตัวเองแต่เมื่อเขายังไม่ยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้าที่เธอยื่นให้เธอก็เลยจับมือของเขาแบออกแล้ววางผ้าเช็ดหน้าของตัวเองลงไป ไม่ต้องหรอกครับ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก แต่เมื่อเห็นเขายังเฉยเธอก็เลยเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นกลับมาเช็ดเลือดบนใบหน้าของเขาด้วยตัวเองแต่ในขณะที่เธอจะทิ้งผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเขากลับขอเป็นคนเก็บไว้ซะเอง จะเก็บไว้ทำไมเปื้อนเลือดเยอะขนาดนี้ซักออกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าคุณไม่เอาผมจะขอเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไว้เอง แชยองยักไหล่ก่อนที่จะตอบ ก็ได้ตามใจคุณ...แต่ฉันไม่เข้าใจคุณจะเก็บไว้ทำไม เขาไม่ตอบเธอเพียงแต่ยิ้มมุมปากให้เธอสายตาของเขายามมองมาที่เธอดูอบอุ่น ถ้าคุณไม่ยอมให้ฉันพาคุณไปโรงพยาบาลก็ให้ฉันเป็นคนทำแผลให้คุณนะ ผมไม่เป็นไรจริง ๆ คุณไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ได้หรอกที่คุณเจ็บตัวแบบนี้ก็เพราะช่วยฉัน...เพราะฉะนั้นฉันจะทำแผลให้คุณเอง เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่น ดื้อซะด้วย เขาพูดแต่ยังไม่หยุดยิ้มตายิ่งแพรวพราวกว่าเดิม ตกลงคุณยอมให้ฉันทำแผลให้คุณแล้วใช่ไหมถ้างั้นเดี๋ยวเราแวะร้านมินิมาร์ทข้างหน้านี้ก่อนฉันจะเข้าไปซื้ออุปกรณ์การทำแผลมาทำแผลให้คุณ จากนั้นเธอก็วิ่งนำเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ต้อง การและไม่ลืมที่จะซื้อน้ำดื่มสำหรับตัวเองและซื้อเผื่อแผ่ไปถึงเขาด้วยหลังจากจ่ายเงินเสร็จเธอก็พาเขามาหาที่นั่งทำแผลซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากแถวนั้นมากนักเธอฉุดให้เขานั่งลงใกล้ ๆ เธอจากนั้นเธอก็เริ่มลงมือล้างแผลให้เขาเธอทำหน้าราวกับว่าเธอเจ็บซะเองบาง ครั้งยังส่งเสียงร้องเบา ๆ ออกมาอีกด้วยเธอชวนเขาคุยในขณะที่กำลังทำแผลให้เขา คุณไม่เจ็บบ้างหรือไง เรื่องเล็กน้อย นั่นสินะฉันไม่ได้ยินเสียงคุณร้องสักแอะ ก็คุณร้องแทนผมไปแล้วนี่ เธอหัวเราะแก้เก้อก่อนที่จะชวนคุยต่อ ปกติคุณชอบหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้เสมอเหรอ อะไรนะ ฉันถามคุณจริง ๆ เถอะคุณมาช่วยฉันไว้ทำไม คุณนี่เป็นผู้หญิงที่แปลกดีพูดกับคนที่มาช่วยคุณเอาไว้จากพวกอันธพาลพวกนั้นแบบนี้เหรอ ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณมาช่วยฉันซะหน่อย นี่คุณกำลังจะบอกว่าผมหาเรื่องใส่ตัวเองใช่ไหมเนี่ย เธอทำหน้ายียวนใส่เขา ก็มันจริงไหมล่ะ...ที่คุณมาช่วยฉันอย่าคิดนะว่าฉันจะซาบซึ้ง ผมก็ไม่คิดว่าคุณจะซาบซึ้งกับสิ่งที่ผมทำจนถึงกับน้ำตาซึมหรอก เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เขาพูดเธอก็เลยแกล้งกดไปที่แผลของเขาอย่างแรงเป็นการสั่งสอนที่เขากล้าปากดีกับเธอ โอ๊ย!! นี่คุณทำแผลให้ผมหรือจะฆ่าผมกันแน่ ไหนคุณบอกว่าแผลแค่นี้ไกลหัวใจของคุณยังไงล่ะ...ฉันเผลอทำแรงไปหน่อยทำเป็นสำ ออยร้องเสียงดังซะจนสามบ้านแปดบ้านได้ยินกันทั่วทีตอนที่คุณมีเรื่องชกต่อยกับอันธพาลพวกนั้นฉันไม่เห็นคุณร้องสักแอะและคุณอย่าหวังนะว่าฉันจะพูดขอบคุณเพราะฉันไม่ได้บอกหรือขอร้องให้คุณมาช่วยฉันสักหน่อย ว่าแต่คุณไปมีเรื่องอะไรกับพวกนั้นเขาถึงได้ยกพวกมาชำระแค้นกับคุณแบบนี้ นั่นแน่...คุณกำลังอยากรู้เรื่องของคนอื่นอีกแล้วนะแต่เอาเถอะเห็นแก่ที่คุณมาช่วยฉันเอาไว้ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ขอร้องคุณเลยสักนิดเดียวฉันจะเล่าให้คุณฟัง เขาก้มหัวลงให้เธอเป็นการล้อเลียน ขอบคุณมากครับที่คุณกรุณาเล่าทุกอย่างให้ผมฟัง ที่จริงแล้วผู้ชายตัวโต ๆ คนที่คุณเห็นเป็นลูกพี่นั่นน่ะมันเป็นพี่ชายของจินอา แล้วจินอาเป็นใคร คุณจะฟังที่ฉันเล่าไหมหรือถ้าจะขัดจังหวะกันแบบนี้อีกล่ะก็ฉันจะได้ไม่เล่าให้คุณฟัง เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นการยอมแพ้ โอเค ๆ ผมขอโทษที่ขัดจังหวะคุณถ้างั้นคุณเล่าต่อก็ละกันผมกำลังฟังเพลินเลย จินอาเป็นหัวโจกของนักเรียนโรงเรียนจิยองซึ่งเป็นคู่ปรับกับโรงเรียนของฉันเมื่อวานนี้ฉันกับเพื่อนโดดเรียนเอ๊ยไม่ใช่เราชวนกันไปร้องคาราโอเกะหลังจากโรงเรียนเลิกแต่ยังไม่ทันจะถึงร้านคาราโอเกะเราก็เจอจินอากับพวกซะก่อนทีนี้คุณรู้ใช่ไหมคือเราออกกำลังกายกันนิดหน่อยแล้วฝ่ายนั้นก็... เขารีบพูดขัดขึ้นมาก่อนที่เธอจะเล่าจบ ชนะพวกคุณ เธอหันไปมองหน้าเขาที่พูดจาดูถูกเธอและเพื่อนของเธอแบบนี้ เชอะ!! ดูถูกกันเกินไปหน่อยไหม สวย แสบ ซ่าส์ คู่ขามาเฟียอย่างพวกฉันเนี่ยนะจะแพ้พวกนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเราสองคนชกพวกนั้นลงไปนอนล้มกลิ้งอยู่กับพื้นร้องโอดโอยขอความปรานีจากพวกเราน่ะสิไม่ว่า (เล่าโอเว่อร์ไปนิดเขาก็คงจะไม่รู้หรอกน่าว่าที่จริงแล้วพวกเธอจัดการให้พวกนั้นเพลี่ยงพล้ำจากนั้นเธอสองคนก็ใส่หลวงพ่อโกยวิ่งหนีเผ่นแนบแทบไม่ทัน) เขาหัวเราะแชยองรีบโวยวาย คุณหัวเราะอะไรฉันไม่ได้โม้นะ ผมก็ไม่ได้ว่าคุณโม้แต่คุณเล่าซะเหมือนกับว่าคุณกับเพื่อนของคุณเป็นซุปเปอร์เกริลอย่างงั้นล่ะ จะฟังต่อไหม ฟัง ๆ คุณเล่าต่อสิ เธอค้อนให้เขาหนึ่งทีก่อนที่จะเล่าต่ออย่างออกรสชาด ทีนี้ฉันกับเพื่อนของฉันเป็นคนดียังไงล่ะเมื่อพวกนั้นร้องขอความปรานีคนดีอย่างพวกฉันก็เลยปล่อยไปถือซะว่าปล่อยลูกนกลูกกา อืมมคนดีผมนึกว่าพวกคุณเป็นนางฟ้าซะอีก แชยองรีบรับสมอ้างทันที ก็ทำนองนั้นล่ะ...เรามีเรื่องชกต่อยกันเมื่อวานวันนี้พี่ชายของจินอาก็เลยยกพวกมาแก้แค้นแทนน้องสาวของตัวเอง...เชอะน่าขำพวกมันบอกว่าฉันทำให้น้องสาวผู้บอบบางของมันต้องบาดเจ็บจนถึงกับต้องไปนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล...กล้าพูดมาก ๆ นะที่ว่าน้องสาวผู้บอบบางที่จริงต้องบอกว่าจินอาหญิงถึกสุดโหดจะเหมาะกว่า เธอติดพลาสเตอร์ให้ที่ปลายคิ้วของเขา เสร็จซะทีคุณจะไม่ขอบคุณฉันหน่อยเหรอ ห๊า...เอ่อขอบคุณ ไม่เป็นไรเรื่องเล็กน้อยแต่คุณรู้อะไรไหมฉันไม่เคยทำแผลให้ใครมาก่อนเลยนะทำให้คุณเป็นคนแรก เขาอ้าปากหวอ นี่คุณเห็นผมเป็นหนูทดลองของคุณงั้นเหรอ คุณก็พูดเกินไปไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแต่ฝีมือการทำแผลของฉันก็ใช้ได้นะหวังว่าคงไม่ทิ้งร่องรอยบนใบหน้าของคุณให้เสียโฉมหรอกไม่ต้องกลัว เธอดูนาฬิกาที่ข้อมือก่อนที่จะอุทานออกมาว่า ตายแล้วเกือบหนึ่งทุ่มแล้วเหรอเนี่ยคุณนายคิมเอาฉันตายแน่เลยที่ป่านนี้ฉันยังไม่ถึงบ้านอีกฉันไปก่อนนะรถของฉันมาพอดี เธอบอกเขาจากนั้นก็รีบวิ่งไปขึ้นรถแต่เขาเรียกเธอไว้ก่อน เดี๋ยวก่อนสิผมยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย เรียกฉันว่าแชยองก็ได้ไปก่อนนะ จากนั้นเธอก็ก้าวขึ้นรถโดยสารคันนั้นไปอย่างรวดเร็วเขารู้สึกถูกชะตากับเธอเขาเองก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นใบหน้าอ่อนใสผิวขาวอมชมพูของเธอที่ดูแล้วตัดกันดีกับผมยาวดำขลับมองดูแล้วนุ่มน่าสัมผัสและเรียวปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั่นที่ช่างจำนรรจารวมไปถึงดวงตากลมโตของเธอที่มักจะบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้เป็นอย่างดีเขารู้สึกราวกับว่าเขาเคยเห็นและคุ้นเคยกับดวงตาแบบนี้มาก่อนแต่มันจะเป็น ไปได้อย่างไรก็ในเมื่อเขาเพิ่งจะเจอกับเธอครั้งนี้เป็นครั้งแรกนี่นาหรือเขาจะหลงเสน่ห์ดวงตาคู่นี้ซะแล้วจีเฮคิดในใจพร้อมกับเผลอยิ้มออกมาก่อนที่จะเรียกรถแท็กซี่ให้ขับไปส่งเขาที่บ้านของพี่ชาย |
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||