• YPD
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ypdthai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 89
  • จำนวนผู้ชม : 19403
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
more
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย Young People for Democracy Movement, Thailand (YPD.)
We are a Democratic Socialism
Permalink : http://www.oknation.net/blog/YPD
วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน 2550
ดูพม่า…แล้วย้อนมาดูประเทศไทย
Posted by YPD , ผู้อ่าน : 292 , 23:18:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


ดูพม่า…แล้วย้อนมาดูประเทศไทย
โดย : วรภัทร วีรพัฒนคุปต์

จากการที่ผมได้มีโอกาสเข้ามาทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยและสันติภาพในพม่า โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมได้เป็นตัวแทน ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD.) ร่วมชุมนุมครบรอบ 11 ปีการกักบริเวณ นางอองซาน ซูจี และครบรอบ 4 ปีเหตุการณ์ที่ Depayin มันทำให้ผมได้เห็นมุมมองอะไรหลายอย่างๆ ผมจึงคิดว่าเราน่าดูพม่าเป็นตัวอย่างของการที่คนในประเทศนั้นมีความคิดด้านประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า แม้ประเทศจะยากจนกว่าเรา ผู้คนได้รับการศึกษาน้อยกว่าประเทศเรามากทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ แต่ประชาชนประเทศนี้ กลับตระหนักและหวงแหนในสิทธิเสรีภาพของตนมากกว่าคนไทยเสียอีกโดยไม่ต้องรอให้สถาบันการศึกษามาสอนแบบสั่วๆ (ใครที่ชอบอ้างเรื่องชนชั้นรากหญ้าการศึกษาน้อย ถูกชักจูงง่าย โปรดมาอ่านด้วย)

พม่ากับการต่อสู้ที่ยังไม่เห็นชัยชนะ

ประเทศพม่าที่เรามักเห็นเป็นอริราชศัตรูจากการปลูกฝังในตำราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ กับในภาพยนตร์ที่อลังงานการสร้างร้อยล้าน ทำให้เราหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว พม่าก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากนครรัฐอื่นๆ รวมถึงกรุงศรีอยุธยา (ก่อนที่จะมาเป็นรัฐสยามประเทศ) ที่มีการศึกสงคราม มีการค้าขายเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับต่างแดน ไม่ได้บ้าเลือดหิวกระหายสงครามอย่างที่หนังหลายๆ เรื่องพยายามนำเสนอ แม้แต่กับกรุงศรีอยุธยาเอง ก็ยังเคยมีความสัมพันธ์ในเชิงการค้ากับพม่าเหมือนกัน เมื่อขัดแย้งก็ทำสงครามกัน แค่นั้นเอง และแม้แต่กรุงศรีอยุธยาเอง ก็ยังทำสงครามตีลาว ตีเขมรอยู่ประจำในยุคนั้น แม้แต่ในตำราเรียนประวัติศาสตร์ชั้นประถมยังต้องเขียนไว้เลย เพียงแต่เราไม่รู้สึกอะไรเพราะภาพของประเทศเราถูกทำให้ดูดีมาตลอด (และถ้าเอาจริงๆแล้ว ตอนนั้นเราต้องถือว่าเรายังไม่มีประเทศไทยด้วย เพราะเราเริ่มเป็นรัฐชาติในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)

แล้วใครจะนึกบ้างว่า ความเป็นมาของพม่าก็มีประวัติศาสตร์ชอกช้ำไม่แพ้กัน จากระบบนครรัฐที่ปกครองแบบเจ้าขุนมูลนายกับไพร่ทาส ชีวิตของไพร่ทาสเป็นของเจ้าแผ่นดิน ท่านสั่งให้ไปตาย ไพร่ทาสชาวแปรชาวหงสาวดีอะไรทั้งหลายแหล่ก็ต้องไป สงครามมาจากความกระหายอำนาจของเจ้าผู้ครองนคร แต่ก็นำความทุกข์ยากมาแก่บรรดาไพร่ที่ต้องไปเป็น "ทหารเลว" อยู่ทัพหน้า(ตายก่อนทหารหลวง)

แล้วสุดท้าย พม่าก็มาถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไม่ได้ทำสงครามกับใครไปอีกนาน เมื่ออังกฤษเข้ายึดพม่าเป็นเมืองขึ้น (ตรงกับช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์) พม่าจึงตกที่นั่งลำบากมานานหลายสิบปี จนการต่อสู้เรียกร้องอิสรภาพประสบความสำเร็จ ได้ประกาศตัวเป็นเอกราชในนาม "สหภาพพม่า" เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2491 โดยมี อูนุ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

แม้ประเทศจะเป็นเอกราช แต่ประชาชนกลับไม่ได้เป็นเอกราชเมื่อในปี2502 นายพลเนวินนำคณะทหารทำการปฏิวัติยึดอำนาจจากอูนุ ภายใต้นามพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า (BSPP) หรือที่เรียกว่า "ระบอบเนวิน" (อันนี้เป็นระบอบได้จริงๆ ไม่เหมือนกับระบอบทักษิณที่พวกเราคิดไปเองว่ามันมีจริง) ในยุคนี้พม่าตกต่ำอย่างที่สุดทั้งทางเศรษฐกิจสังคม ในขณะที่ตัวของนายพลเนวินได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งของโลก ด้วยทรัพย์สินที่ถ่ายเทมาจากประเทศพม่าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศร่ำรวยที่สุดในเอเชียอาคเนย์

การบริหารประเทศแบบเผด็จการ ที่สูบเลือดสูบเนื้อประชาชน ไม่นำพาต่อปัญหาปากท้องของประชาชน นำไปสู่การลุกฮือขึ้นต่อต้านอย่างต่อเนื่อง มีการปราบปรามอย่างรุนแรง มีประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากมาโดยตลอด แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้การต่อสู้ของประชาชนอ่อนพลังลง แต่กลับยิ่งเพิ่มความโกรธแค้นมากขึ้น ขบวนการนักศึกษา ขบวนการแรงงาน ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ ล้วนแต่มีบทบาทในการต่อสู้เผด็จการเนวินทั้งสิ้น จนเนวินต้องประกาศลาออกในเดือนกรกฎาคมปี 2531 แต่การลาออกครั้งนี้กลับนำประเทศพม่าไปสู่ประวัติศาสตร์ที่ปวดร้าวยิ่งกว่า

การขึ้นมาเป็นประธานพรรคโครงการสังคมนิยมแห่งพม่าของ เส่ง ลวิน ได้นำประเทศไปสู่ความโหดร้ายหนักกว่าเดิม เพราะ เส่ง ลวิน เป็นคนที่ประชาชนไม่ยอมรับเนื่องจากเป็นผู้ออกคำสั่งยิงนักศึกษาในปี 2505 สั่งยิงอาคารสหภาพนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยร่างกุ้ง อันเป็นสถานที่สำคัญของขบวนการกู้ชาติพม่า เรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ และเส่ง ลวิน ยังใจคออำมหิตขนาดที่สั่งบุกมหาวิทยาลัยร่างกุ้งในปี 2517 ระหว่างที่มีการเตรียมการจัดงานศพของ อูถั่น (อดีตเลขาธิการสหประชาชาติคนแรกที่เป็นชาวอเชีย)

และความโหดเหี้ยมของเส่ง ลวิน ก็ได้ทำให้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวันที่ 8 สิงหาคม 2531 หรือที่เรียกว่า เหตุการณ์ 8888 (วันที่8 เดือน8 คศ.1988) ที่มีการสังหารโหดอย่างต่อเนื่องถึง 4 วัน มีคนตายร่วมหมื่นคน

หลังจากนั้นพม่าได้มีผู้นำอย่าง หม่อง หม่อง ที่มีท่าทีประนีประนอมขึ้น พร้อมกับการเดินทางกลับมาของนางอองซาน ซูจี บุตรสาวของอูนุที่ประชาชนพม่าให้ความเคารพรักในฐานะผู้นำในการกู้ชาติพม่า แต่เมื่อ พลเอกซอว์ หม่อง เข้ายึดอำนาจอีกครั้ง การละเมิดวิถีทางประชาธิปไตยอันเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าก็ได้เกิดขึ้นอีกเมื่อ มิงโกนาย ผู้นำนักศึกษาคนสำคัญถูกจับ พร้อมกับการกัดบริเวณนางอองซาน ซูจี ที่อยู่ในฐานะ เลขาธิการพรรคแนวร่วมแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) จนเมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรคเอ็นแอลดี เป็นฝ่ายชนะ แต่รัฐบาลทหารก็ยังไม่ยอมคืนอำนาจให้ผู้ชนะ

จนถึงยุคของ นายพลตาน ฉ่วย มีการเปลี่ยนชื่อประเทศพม่าเป็นเมียนมาร์ มีความพยายามผลักดันนโยบายเปิดประเทศ พยายามเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมอาเซียน รวมถึงการอนุญาตให้ผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดสากลและ องค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าพม่า แต่ปัญหาความรุนแรงกับชนกลุ่มน้อยที่มีมาช้านาน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่รัฐบาลทหารพม่าทุกยุคระแวงว่าจะเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย การปราบปรามด้วยความรุนแรงจึงยังเกิดขึ้นไม่รู้จบด้วยยุทธวิธีตัด 4 คือ 1. อาหาร 2. ทุน 3. การข่าว 4. กำลังพล และยังมีการเข่นฆ่าอย่างเหี้ยมโหด การข่มขืนเพื่อข่มขู่ ปราบปราม ทำลายล้างกลุ่มชาติพันธุ์อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (ชาวพม่าที่หนีมาเป็นแรงงานเถื่อนในไทย จึงไม่ใช่แค่การหนีเพื่อหวังหาชีวิตที่ดีกว่า แต่มันคือการหนีเพื่อเอาชีวิตปัจจุบันของตนให้พ้นจากเงื้อมมือปีศาจด้วย)

ต่อมาในสมัยของพลเอกขิ่น ยุ่นต์ ดูจะเป็นยุคที่พม่าเริ่มมองเห็นหนทางประชาธิปไตยได้มากที่สุด (เท่าที่จะมากได้แล้ว) ด้วยการเปิดการเจรจาแบบ face 'to 'face กับอองซาน ซูจี เป็นครั้งแรก (แม้ยังไม่นำไปสู่อะไรก็ตาม) และยังมีการฟื้นฟูการร่างรัฐธรรมนูญ การจัดทำแผน 7 ขั้นตอนเพื่อประชาธิปไตยและการปรองดองแห่งชาติ (Road Map to Democracy and National Reconciliation) ที่ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยได้มีส่วนร่วมด้วย แต่สุดท้ายขิ่น ยุ่นต์ ก็ต้องถูกยึดอำนาจในข้อหาคอรัปชั่น

และในขณะที่อองซาน ซูจี ถูกกักบริเวณมาถึง 11 ปีในปีนี้แล้ว ทางนายพลโส วิน นายกรัฐมนตรีพม่าคนปัจจุบันยังประกาศว่าจะกักตัวอองซาน ซูจี ต่อไปอีก 1 ปี

ที่เล่ามายืดยาวจะเห็นได้ว่าประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของพม่าเป็นอะไรที่ขมขื่นมาก ประชาชนพม่าแทบไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสรสชาติความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเลย ในขณะที่คนไทยยังเคยมีโอกาสมาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา แต่เราก็ไม่ช่วยกันดูแลรักษาให้ดี

ด้วยเหตุนี้การต่อสู้ของพม่าจึงยังไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าป่าซ่องสุมกองกำลังติดอาวุธตามแนวชายแดน รวมถึงการมาต่อสู้เคลื่อนไหวในประเทศไทยของกลุ่มขบวนการนักศึกษาพม่าร่วมกับกลุ่มนักกิจกรรม และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆในประเทศไทย

คงเพราะความขมขื่นนี้แหละมั้ง ที่ทำให้คนพม่ารักและกระหายที่จะได้อำนาจอธิปไตยอย่างมาก คนพม่าคิดว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือปากท้อง คือสิทธิเสรีภาพ คือชีวิตที่ดีกว่าของพวกเขาที่แม้ยากลำบากแค่ไหน ก็ต้องอดทนต่อสู้เพื่อให้ได้มันมา

ขณะที่คนไทยเป็นชนชาติที่พอเพียง พอใจกับการเป็นเบี้ยล่างนักการเมืองและชนชั้นผู้มีบารมีทั้งหลาย...

***ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ "ไทยรักพม่า" ของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า
ที่ช่วยให้ผู้เขียนอ้างอิงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ได้ชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอนขึ้นมาก


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
เด็กโดมใจดี วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/Dekdomejaidee
วรภัทร(ต้อง) วีรพัฒนคุปต์

แก้ไขข้อมูลนะครับ *อองซาน ซูจี เป็นบุตรสาวของนายพลอองซาน


ขออภัยที่เขียนผิดครับ
ความคิดเห็นที่ 6
รักน้องพิณ วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 08.33 น.
http://www.oknation.net/blog/gio

ความคิดเห็นที่ 4
อารายหว่า ไม่ได้โพสทำไมมันดันขึ้นมา
ความคิดเห็นที่ 5
เมธา วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 00.56 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

เหนด้วยครับ ทั้งเจ้าของบทความและความคิดเห็นด้านล่าง
ความคิดเห็นที่ 4
รักน้องพิณ วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 00.45 น.
http://www.oknation.net/blog/gio

คนส่วนไทยใหญ่ยังคิดว่าประชาธิปไตยคือกา
ความคิดเห็นที่ 3
รักน้องพิณ วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 00.05 น.
http://www.oknation.net/blog/gio

คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย แต่คนจำนวนนั้นจะมีจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ที่ต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ต่อสู้เรียกร้องแค่ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งเป็นแค่ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยแค่นั้นเอง
ความคิดเห็นที่ 2
รักน้องพิณ วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 23.51 น.
http://www.oknation.net/blog/gio

คนส่วนไทยใหญ่ยังคิดว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ทั้งที่จริงแล้วมันใช่เช่นนั้นหรือเปล่า เหมือนที่ทักษิณชอบบอกว่าเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสิน ทั้งที่จริงคนที่ต่อต้านเค้าไม่ได้ติดใจเรื่องการเลือกตั้ง(เลือกตั้งจะบริสุทธิ์ ยุติธรรม ซื้อเสียงหรือเปล่ามันอีกเรื่องหนึ่ง) แต่เค้าติดใจเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การบริหารงานที่น่าสงสัยว่าเอื้อผลประโยชน์ให้ครอบครัวและพวกพ้อง ต่อให้คนทั้งประเทศเลือกมา สิ่งเคลือบแคลงใจเหล่านี้ก็ยังไม่ได้ลบล้างไป และนี่ก็คือสิ่งที่ประชาธิปไตยของไทยยังขาดไปนั่นก็คือจริยธรรมของนักการเมืองและการตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็นที่ 1
AnnieLove วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 23.31 น.
http://www.oknation.net/blog/Annielove

คนไทยเป็นคนรักสงบด้วยต่างหาก ไม่อยากขึ้นชื่อว่าทะเลาะกันเอง ไม่อยากเห็นใครต้องแย่จนถึงที่สุด ไม่งั้นคงไม่มีสุภาษิต แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร ถามดูสิคะมีคนจำนวนมากสงสาร และเห็นใจพรรคไทยรักไทย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Internacional

all

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



ท่านไม่พอใจใครมากที่สุด จากการทำรัฐประหาร
สนธิ บุญรัตกลิน
9 คน
สุรยุทธุ์ จุลานนท์
1 คน
ทักษิณ ชินวัตร
40 คน
เปรม ติณสูลานนท์
5 คน
สนธิ ลิ้มทองกุล
8 คน
สพรั่ง กัลยาณมิตร
1 คน
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
0 คน
มีชัย ฤชพันธุ์
1 คน
ประสงค์ สุ่นสิริ
2 คน

  โหวต 67 คน