วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2550
การตาย และความลับ ของคู่กันในสังคมไทย
Posted by
YPD
,
ผู้อ่าน : 275
, 15:14:01 น.
พิมพ์หน้านี้
|
การตาย และความลับ ของคู่กันในสังคมไทย โดย : วฤทธรัชต์ ถวัลย์วิวัฒนกุล 
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา สาวน้อยคนหนึ่งเพิ่งอายุครบ 21 ปีเต็ม และแน่นอน เธอได้รับของขวัญเยอะแยะ แต่ที่ดูจะถูกใจที่สุดเห็นจะเป็นสองอย่างคือ ชุดผ้าปูที่นอนและปลอกผ้าห่ม ของ Fly Now จาก พี่อ๊อบ (คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ^__^ ) และ DVD เรื่องโปรด "V for Vendetta" ที่ชอบมากๆ ก็เพราะทุกคนที่เคยดูบอกว่า หนังเรื่องนี้น่าเบื่อและเครียด
อาปรัชญา (ปิ่นแก้ว) บอก "อาไม่ยักกะรู้ว่าเราเป็นคนชอบดูหนังเอาจริงเอาจังขนาดนี้ เพื่อนอาบอกว่าดูแล้วระวังหลับ" ศร อมยิ้ม และคิดในใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างและรับผิดชอบสังคมอย่างยิ่งยวด เพราะอะไรนั่นหรือ...ก็เพราะ เขากล้าที่จะสะท้อนด้านมืดที่ใครๆ พยายามหลีกเลี่ยง เขาเล่นกับความจริงที่น่าสะเทือนใจที่โลกนี้ไม่ได้ต้องการเพียงตึกระฟ้า แต่เราทุกคนต้องการความหวังต่างหาก ความหวังที่วันหนึ่งประชาชนจะเป็นใหญ่ (จริง) ในแผ่นดิน ความหวังที่เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูดในสิ่งที่เราคิด คัดค้านในสิ่งที่เราค้านและสร้างสิ่งสรรค์ที่เราต้องการ
ในภาพยนตร์....มีอยู่ฉากหนึ่งซึ่งสร้างความตกตะลึงและสะกิดความรู้สึกศรอย่างมาก คือบทพูดของ V (ตัวเอกของเรื่อง) ที่บอกว่า "ภายใต้เลือดและเนื้อ มีความคิด และความคิดกันกระสุน" เพียงประโยคเพ้อเจ้อของภาพยนตร์เกรด B หนึ่งเรื่อง ทำให้ศรแตกฉานกับความรู้สึกที่ว่า ทำไม จิตร ภูมิศักดิ์ ถึงไม่มีวันตาย ทำไม John Lennon ถึงยังอยู่ในใจของทุกคน แล้วทำไม เจริญ วัดอักษร ถึงเป็นนักสู้ที่ผู้มีอำนาจมืดเกรง... เสียจนต้องใช้อาวุธปืนฆ่า
แต่ว่าก็ว่ากันไป เสียดายผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม แต่เราจะมัวนึกกลับไปทำไม ในเมื่อภายใต้เลือดเนื้อของผู้วายชน มีความคิดที่สร้างโลก มีความหวังอันยิ่งใหญ่มีความศรัทธาอันทรนง และสิ่งที่อยู่ภายใต้ผิวหนัง มันกันกระสุน อาวุธฆ่าได้เพียงแต่ร่างกาย แต่อาวุธฆ่าศรัทธาและความคิดไม่ได้หรอก จะกลัวทำไมที่จะพูดว่า เรารู้สึกอย่างไรกับสังคมเน่าๆ อันนี้ จะกลัวที่พูดว่าเรา "กลัว" ทำไม... หากเลือกที่จะตาย ขอตายอย่างอาจหาญเช่นสามนักสู้ดีกว่า อยู่สุขสบายจนลมหายใจสุดท้าย แต่หาความภาคภูมิใจไม่ เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกตายได้ ไม่ได้หมายถึง เลือกฆ่าตัวตายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่หมายถึงเราเลือกจะจากไปอย่างสิ้นชื่อหรือเลือกจะจากไปอย่างเพียงสิ้นชีพ   
ความดีของคนวัดกันตรงไหน ความต่างของคนมิใช่หรือที่สร้างสรรค์สังคมให้งดงาม ศาสนา ชาติพันธุ์ สีผิว ภาษา ความคิด และศรัทธามิใช่หรือ ที่สร้าง และทำลายทุกอย่าง เพราะคนบางคนเชื่อในความต่างไม่ใช่หรือ จึงก่อเกิดสันติสุข และเพราะความเชื่อในสิ่งๆ เดียวไม่ใช่หรือที่สร้างหายนะ อันบ่อนทำลายรากเง่าของมนุษย์ พูดไปแล้วก็พูดไปอีก
.......รอเพียงเวลาสุกงอมของคนหนุ่มสาว รอวันที่คนเพ้อเจ้อจะไม่โดดเดี่ยว รอวันที่นักกิจกรรมจะไม่เดียวดาย รอวันที่คนตายจะกลับฟื้น รอวันเอาคืนพวกฆาตกร รอวันชำระความเป็นคน รอวันบอกบ่มความคิด รอวันเราชี้ถูกและชี้ผิด รอวันที่ชีวิตพบอิสรา.......
ที่มา : www.thaingo.org
|