• YPD
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ypdthai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 22415
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย Young People for Democracy Movement, Thailand (YPD.)
We are a Democratic Socialism
Permalink : http://www.oknation.net/blog/YPD
วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน 2550
ค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าหอ กับ‘มอ’นอกระบบ
Posted by YPD , ผู้อ่าน : 206 , 14:23:21 น.  
พิมพ์หน้านี้


กิตติพันธ์ กันจินะ



เธอ....

เป็นยังไงบ้าง เธอทำอะไรกันอยู่ เมื่อวานก่อนเธอเห็นข่าวที่พวกนักศึกษาชุมนุมหน้ารัฐสภาไหม ฉันดูแล้วบอกได้เลยว่า ตำรวจรังแกนักศึกษา ข่าวรายการโทรทัศน์บอกว่านักศึกษาปิดถนนในชั่วโมงคับขัน ทำให้การจราจรไม่สะดวกต่างๆ มากมาย

เธอคิดดูเถิด แค่รถติดไม่กี่นาที กับสิ่งที่ลูกหลานของพวกเขาทั้งหลายจะต้องเสียไปกับการที่รัฐกำลังจะทำให้สถาบันอุดมศึกษาหลายๆ แห่งไปเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบหรืออยู่แค่ในกำกับของรัฐเท่านั้น แล้วจะต้องเสียเงินมากมายไม่รู้เท่าไหร่ ...เขาไม่คิดกันเลยหรือว่านักศึกษาที่มาหน้ารัฐสภาทำเพื่อลูกหลานของเขาและคนรุ่นหลังทุกๆ คน

แต่ว่าไปแล้ว เธอ...คงไม่ได้ติดตามเข้าหรอก ฉันรู้เพราะเธอคงจะตื่นสาย ก็เพราะไปเที่ยวมาไงละ ว่าไปแล้วเรื่องเที่ยวก็น่าคิด คืนก่อนไปเที่ยวไหนมาล่ะ, ยิ่งเรียนก็ยิ่งเครียด งานที่ต้องเอามาทำก็เยอะแยะ ไหนจะรายงานวิชานู้น วิชานี้ ไหนจะต้องไปเข้าชมรมเชียร์ ชมรมนู้น ชมรมนี้ ไหนจะมีกิจกรรมของคณะอีก กิจกรรมของเมเจอร์อีก ถ้าจะนับแล้วยังมีอีกเพียบ แต่เอาเป็นว่า เย็นนี้รีบๆ จัดการงานอื่นๆ ให้เสร็จแล้วไปเที่ยวกันต่อดีกว่า

            เอ จะไปร้านไหนนะเหรอ อันนี้ต้องแล้วแต่เธอแล้วหละ เพราะฉันไม่มีค่อยได้ไปเที่ยวเท่าไหร่ วันๆ ได้แต่หนังหน้าคอมพิวเตอร์เล่นแชทไปมา อ่านข่าวนู้นนี้ ตามประสาไซเบอร์แมน  

แต่...จะว่าไปที่ไหนก็ต้องจ่ายตังค์ ต้องเสียเงินทุกที่แหละ ไม่ใช่แค่เที่ยว แต่การกินซื้อที่อาจจะเดินหลังซื้อนู้นี้จะเดินห้างสรรพสินค้า หรือตลาดเปิดท้ายขายของ ไปที่ไหนๆ ต่างต้องซื้อต้องจ่าย

            วันไหนเสร็จจากการร่ำเรียน ตอนเย็นไปกินข้าว ซื้อของก็ต้องจ่ายเงิน หากไปเที่ยวก็ต้องจ่าย ค่าเหล้า ค่าเบียร์ บางที่มิกเซอร์ถูกแพง ต่างกัน ก็ต้องจ่าย แต่ที่เอาเงินมาจ่ายนะ เราจะเอาเงินทองที่ไหนมาจ่ายล่ะ

 อืม....ช่องทางที่จะได้เงินมาก็มีมากมาย เธอจำได้ไหมล่ะ เมื่อก่อนเราก็หาของมาขายแถวตลาดนัดเล็กๆ แล้วก็กู้เงินเรียนไปด้วยไง ปีหนึ่ง เทอมแรกก็ไม่มากแต่พอจ่ายค่าหนังสือได้ บางครั้งก็รับจ้างจ๊อบต่างๆ อีกเยอะๆ เพื่อเอามาใช้จ่ายค่าเที่ยว ค่าห้อง ค่าหอ ค่าเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ โทรศัพท์ และอื่นๆ อีกมาก

            กว่าจะเรียนจบก็หมดไปหลายแสน...ลองบวกกันดูดีๆ สิ

            ส่วนเงินกู้ ก็ดูเหมือนเป็นช่องทางที่ใกล้ตัวและเอื้อต่อการใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของเราได้มาก ใช่ไหมละ

            แต่ก็อย่างว่า กว่าที่จะได้เงินก็ต้องเดินเรื่องเอกสารต่างๆ มากมาย ขนาดเพื่อนบางคนมีเงินมากก็ยังต้องหามาเพิ่มอีกมาก แล้วจะนับประสาอะไรกับคนที่ไม่ค่อยมีเงิน ที่ต้องดิ้นรนหางาน หาเงิน มาเพิ่มรายรับให้กับตนล่ะ

            การไม่มีเงินเรียน ดูเป็นเงื่อนไขที่สำคัญในการเข้าถึงการศึกษาของเราหลายๆ คน ทว่าในระบบการศึกษานั้นรัฐธรรมนูญปี 2540 (ที่คมช.ฉีกไป) ได้กำหนดว่า ต้องจัดให้มีการเรียนฟรี 12 ปี เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมและสอดคล้องสำหรับลูกหลานของชาวไร่ ชาวนา ที่ไม่มีเงินในการส่งเสียลูกเรียน แต่สำหรับบางคนอาจสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มาเพื่อใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียน

            ที่ผ่านมามีข่าวกลาย ๆ ว่า ขณะนี้มีการยกเลิกระบบกองทุนกู้ยืมเป็นอย่างอื่น หากเป็นเช่นนี้คนที่ไม่มีเงินเรียนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึงหรือเปล่า? และระบบใหม่ที่จะมารองรับการเข้าถึงการศึกษาของเยาวชนจะเป็นอย่างไร?

            คิดๆ ดู จะว่าไปแล้วระบบการศึกษาของบ้านเราก็เป็นเหมือนสถาบันที่ผลิตคน ผลิตแรงงานออกไปสู่ระบบตลาด เข้าไปแข่งขันกัน เป็นการเรียนที่ไม่ได้มุ่งเน้นให้คนได้พึ่งพาตัวเอง สุดท้ายคนก็อยากเป็นคนมีเงิน เพียงเพราะว่าจะทำให้มีกำลังซื้อ เครื่องอุปโภค บริโภคในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งที่เราทุกคนอยู่ได้หากเป็นคนไม่มีเงินที่รู้จักพอเพียง แต่ระบบการศึกษากลับทำให้เกิดการสร้างความนิยมในเงินทอง ทรัพย์สมบัติ

            หากจะเอ่ยถึง เงินทุนจาก ‘กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา’ ที่ได้มีการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งถือเป็นกองทุนเพื่อรองรับการเข้าถึงการศึกษาของเราหลายคน ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่ปี พ..2538 มีผู้กู้ไปสองแสนกว่าล้านบาท และมีจำนวนกว่าสองล้านสองแสนคน ในจำนวนนี้มีเกือบเจ็ดแสนคนที่อยู่ในระยะเวลาเริ่มชำระหนี้ โดยส่วนใหญ่อยู่ระหว่างผ่อนผันเพราะยังหางานทำไม่ได้ ( บางคนไม่เงินใช้ซึ่งโดนทางรัฐตามฟ้องร้องให้คืนเงินโดยเร็วเพราะรุ่นน้องไม่มีเงินให้กู้) หรือบางคนมีงานทำแต่เงินเดือนต่ำจนไม่อาจใช้หนี้ได้ และหลายคนเบี้ยวหนี้ทั้งโดยการหนีและปฏิเสธจะใช้คืน

            เฮ้อ..พูดเรื่องกู้แล้วเครียดจัง

            นี้ขนาดกู้เงินเรียน ทำงานแล้ว หรือบางคนไม่กินไม่เที่ยว ยังจะหาเงินมาจ่ายค่าเทอมไม่ได้เลย ขนาดมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐนะเนี๊ย แล้วหากมหาวิทยาลัยแปรรูปไปสู่การกำกับของรัฐ หรือที่เขาเรียกกันว่า ‘มหาวิทยาลัยนอกระบบ’ แล้วจะเป็นอย่างไรหล่ะ เราจะเรียน จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากน้อยเพียงใดหนอ

            ว่าสำหรับเรื่องดังกล่าว ส่วนของมหาวิทยาลัยที่กำลังจะเดินหน้าแปรรูปจากมหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบหรืออยู่ในกำกับการดูแลของรัฐ ซึ่งเป็นผลให้ต่อไปในภายหน้า รัฐอาจลดการอุดหนุนสถาบันนั้น ๆ ทำให้สถาบันการศึกษานั้นมีค่าใช้จ่ายสูงและอาจยกเลิกระบบเพดานการศึกษา แต่สถาบันก็จะสนใจเรื่องของการคุ้มทุนหรือขาดทุน และอาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น

ในส่วนนี้ ถามว่ารัฐบาลและสถาบันการศึกษาได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับนักศึกษาหรือไม่ และได้ให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินและกำหนดทิศทางการจัดการศึกษาของสถาบันนั้น ๆ หรือเปล่า เพื่อให้สถาบันเป็นที่ที่ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน และสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน.....ฉันไม่ค่อยรู้ เพราะฉันไม่ได้ติดตามข่าวเท่าไหร่ ถ้าเธออยากรู้เธอต้องถามผู้ใหญ่ในมหาวิทยาลัยของเธอดูแล้วล่ะ

            มีเพื่อนๆ หลายคนเขามีคำถามที่ถามกันในหมู่นักศึกษาว่า “มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แล้วการศึกษาไทยได้อะไร” แต่ฉันว่า เธอเองก็คงจะมีคำถามว่า “แล้วตัวฉันจะได้อะไร”

            คำถามเหล่านี้ อาจมาจากผลกระทบโดยตรงที่เธอหลายๆ คนจะได้รับ

            คิดดูสิอีกหน่อย ค่าเรียนสูง ค่าเทอมแพง เรียนหนัก แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเที่ยว ไปซื้อ ไปจ่าย อีกหลายอย่างสารพัดเกินกว่าจะพรรณนาได้

            หากเราจ่ายมาก เงินก็ไม่พอ เราก็ไม่มีเก็บออม

            หากเราลดรายจ่าย แล้วเพิ่มรายรับ  

            คือ ลดจากการกิน การเที่ยว การใช้จ่ายที่เกินจำเป็น แล้วเพิ่มรายรับเก็บตุนไว้ ใช้ในภายหน้าก็น่าจะดี

            แต่ถึงยังไงก็อาจเจอกับดัก อีกล็อกหนึ่งที่ว่า เราลดค่าใช้จ่ายในชีวิต แต่การศึกษาไม่ลดค่าใช้จ่ายให้เรา แถมยังจะมีแนวโน้มจะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ

            แล้วเราจะทำยังไงกันดีละ

            สำหรับเธอ, จะเลือกนั่งกินๆ นอนๆ เรียนจบๆ ไม่ต้องสนใจสังคม รัฐจะสนใจไม่สนใจปากท้อง ขูดรีด ประชาชน ละเมิดสิทธิชาวบ้านก็ช่าง เรื่องของเค้า ไม่ใช่เรื่องของเรา ใครจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับมหาวิทยาลัยไหนก็เรื่องของเขา เพื่อนๆ จะชุมนุมยังไงก็เรื่องของมัน แดดร้อนมายืนตากแดด ตากฝน ทนอยู่ทำไม ...แล้วเธอก็รอดูผลที่เกิดขึ้นแบบเสียใจทีหลัง

            หรือเลือกที่จะต่อสู้ กับเพื่อนๆ อีกหลายหมื่นคนที่ไม่เอามอ’นอกระบบ มาเป็นกำลังสำคัญร่วมกัน พลิกหน้าผู้ใหญ่ใจดำ ร่วมกำหนดชะตากรรมของการศึกษา เพื่อคนรุ่นหลัง เพื่อลูกหลานพี่น้องของเรา ทุกคน....

            มีเวลาพักผ่อนจะกิน ดื่ม เที่ยว แล้วคิดถึงเรื่องสังคมบ้างนะจ๊ะ

           

หมายเหตุ:ตามติดมอนอกระบบ? www.thaieduwatch.com

 

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Internacional

all

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



ท่านไม่พอใจใครมากที่สุด จากการทำรัฐประหาร
สนธิ บุญรัตกลิน
10 คน
สุรยุทธุ์ จุลานนท์
1 คน
ทักษิณ ชินวัตร
43 คน
เปรม ติณสูลานนท์
5 คน
สนธิ ลิ้มทองกุล
9 คน
สพรั่ง กัลยาณมิตร
1 คน
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
0 คน
มีชัย ฤชพันธุ์
1 คน
ประสงค์ สุ่นสิริ
2 คน

  โหวต 72 คน