วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม 2551
วงโฮม ...อีกหนึ่งสายธาร ตำนาน เพลงป่า
Posted by
YPD
,
ผู้อ่าน : 104
, 20:41:39 น.
พิมพ์หน้านี้
|
'วงโฮม' ...อีกหนึ่งสายธาร ตำนาน เพลงป่า เรียบเรียงโดย : กลุ่มรองเท้าแตะ
หากใครคอยติดตามงานเคลื่อนไหวภาคประชาชนในวาระต่างๆ อยู่สม่ำเสมอ ก็คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากับศิลปินกลุ่มหนึ่งภายใต้ชื่อ "วงโฮม "
หากมองจากรูปลักษณ์ภายนอก และฝีไม้ลายมือการเล่นแล้ว พวกเขาก็ดูคล้ายๆ กับวงดนตรีไอ้หนุ่มผมยาวที่มีให้เห็นตามร้านเหล้าทั่วๆไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้วงโฮมดูแตกต่างจากศิลปินกลุ่มอื่นๆ นั่นก็คือ "แนวเพลง" ที่พวกเขานำมาเล่นส่วนใหญ่จะหาฟังได้ยากเต็มที อย่าง "เพลงป่า" หรือ "เพลงปฎิวัติ" อาจเรียกได้ว่านี่คือ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของวงโฮม
กว่าจะมาเป็น... "วงโฮม"
วงโฮมก่อตัวขึ้นในช่วงปี 2545 ซึ่งเป็น ในยุคที่กระแสของเด็กกิจกรรมของมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ละชมรมนิยมมีวงดนตรีเป็นของตนเอง เช่น "วงน้ำครำ" จากนักศึกษาชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม, "วงรากหญ้า" จากชมรมรามฯ - อีสาน การรวมตัวกันเล่นดนตรีในวาระต่างๆ จึงเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ในนาม "หน่วยศิลปวัฒนธรรมของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)"
จากกลุ่มนักศึกษาที่ตระเวนเล่นดนตรี ตามงานกิจกรรมนักศึกษา หรือวงเสวนาเล็กๆ ก็ต่อยอดมาเป็น "วงโฮม" ในยุคปัจุบัน ซึ่งยังคงเป็นส่วนหนึ่งในงานเคลื่อนไหวภาคประชาชน ยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องผู้ทุกข์ยากตลอดมาโดยมีเสียงเพลงประหนึ่งอาวุธในการต่อสู้
สมาชิกวงแต่ละคนจึงมีรากฐานมาจากการเป็นอดีตนักกิจกรรมแทบทั้งสิ้น ทีมงานไทยเอ็นจีโอ จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้นำเสนอเรื่องราวของพวกเขาในแง่มุมต่างๆ ผ่านการพูดคุยกับตัวแทนสมาชิกของวง คือ พิศาล บุพศิริ หรือ "เบียร์" ตำแหน่งมือกีต้าร์โซโล่ และร้องนำ กนธิชา หมื่นบุญมี หรือ "วี" ตำแหน่งร้องนำ และ ชิราวุธ คงทอง หรือ "ตุ้ม" ตำแหน่งกีต้าร์รึทึ่ม เพื่อให้ทราบถึงที่มาที่ไป และแนวคิดการทำงานในวาระเพื่อประชาชน
ทำไมต้องชื่อโฮมค่ะ?
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : แต่ก่อนเรามีชื่อวงว่า "พันลำ" ค่ะ คือ มันมีเสียงสะท้อนเยอะมาก เพราะมันอาจคิดได้สองแง่มั้งคะ แต่เราไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ (หัวเราะ) เราหมายความถึงไม้ไผ่เป็นพันๆ ลำ คือการที่เรามารวมตัวกันเยอะๆ ไม้ไผ่เป็นพันๆ ลำ ก็ไม่มีใครมาหักมาโค่นได้ ... เลยสรุปได้ออกมาเป็นโฮม (ภาษาถิ่นอีสาน) ซึ่งมีความหมายว่า การรวมตัวกันจากคนที่หลากหลาย เหมือนกัน
พอเปิดตัวว่าเป็นโฮมแล้ว ก็ได้รับชื่อเสียงให้ไปเล่นตามงานต่างๆ เลยหรือคะ เล่นที่ไหนบ้าง?
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : โห... ไม่ได้รับชื่อเสียงขนาดนั้นหรอกคะ (หัวเราะ) จะมีพี่ที่เป็นสหายเก่า (คุณพิชิต บูรพาพล) ที่คอยติดต่อกับสหายคนอื่นๆ อยู่ สมมติมีงานรำลึกที่ไหนเขาก็ให้วงโฮมไปเล่นที่นั่น ถือได้ว่าเป็นคนที่หาพื้นที่ให้วงโฮมมาโดยตลอดค่ะ
ชิราวุธ คงทอง (ตุ้ม) : ส่วนใหญ่เล่นตามงานทั่วๆ ไปครับ รับใช้ขบวนการนักศึกษา หรือขบวนการภาคประชาชนเป็นหลัก หลังๆ ก็มีงานแต่ง งานอะไรบ้าง ก็แล้วแต่งานน่ะ ถ้างานไหนสีไม่แดงมากก็เล่นเพลงอื่นๆ บ้าง แตเรา่ก็คุยกันมาตลอดนะว่าเราเป็นวงที่ต่อสู้โดยใช้วัฒนธรรม เชิดชูการต่อสู้ของขบวนใหญ่กับสายที่ต่อสู้เคลื่อนไหว กับเอ็นจีโอบ้าง แต่เราใช้ดนตรีในการต่อสู้เรียกร้อง
แนวคิดแบบโฮมๆ
อยากให้เล่าถึงความพิเศษของวงโฮมที่ต่างจากวงอื่นๆ ได้ไหมคะ?
พิศาล บุพศิริ (เบียร์) : ไม่พิเศษอะไรหรอกครับ (หัวเราะ) เพียงแต่มันมีความแตกต่างจากวงเด็กรุ่นใหม่ๆ บ้าง ก็ตรงที่ พวกเขาอาจเล่นดนตรีเพียงอย่างเดียว แต่เรามีวัฒนธรรม ในการดำรงชีวิตด้วย อย่างของพวกผมก็จะมี "กินง่ายอยู่ง่าย ใช้ชีวิตรวมหมู่ ฟังเพลงค่าย แสวงหา และวิพากษ์วิจารณ์" มันคล้ายๆ กับคนยุคสมัยก่อนที่ต่อสู้ทางด้านการเมือง เราก็ยอมรับน่ะว่ามันดูย้อนยุค สรุปคือ... เราไม่ได้เกิดขึ้นมาเพราะอยากทำงานศิลปะอย่างเดียวเกิดขึ้นมาเพราะมีอุดมคติบางอย่างให้เราดำรงอยู่ครับ
หายากนะที่เล่นดนตรีเก่งๆ และก็ต้องมีแนวคิดทางการเมืองด้วย
พิศาล บุพศิริ (เบียร์) : (หัวเราะ) ไม่เก่งหรอกครับ เราทำงานด้านสังคม พูดง่ายๆ ว่า เด็กในรามฯ เราจะรู้กันว่ามีชมรมไหนที่ทำงานด้านสังคมบ้าง ซึ่งมันก็มีอยู่เยอะ คือมันเหมือนมีเบ้าหลอมของมันที่ทำให้มีแนวคิดจะทำเพื่อคนอื่น ซึ่งเบ้าหลอมตรงนั้นต่างหากเป็นตัวคัดกรองผู้คนให้เข้ามาสู่พื้นที่ตรงนี้
แล้วอย่างนี้.. การเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่นเป็นแบบไหนคะ? สมมติว่าวันหนึ่ง มีเหตุให้สมาชิกวงต้องออกไปด้วยเหตุผลบางประการ วิธีการหาคนมาแทนเป็นอย่างไร?
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : คือสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาเราจะมีกลุ่มเพื่อนที่เล่นวงดนตรีของชมรมต่างๆ อยู่แล้ว ทีนี้พอสมาชิกวงต่างคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง ก็จะมีน้องๆ กลุ่มใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น "วงดินเลน" ของชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรมเป็นรุ่นรอยต่อถัดจาก "วงน้ำครำ" ที่ต่างแยกย้ายกันไปตามภาระหน้าที่ของตน ง่ายๆ คือแต่ละชมรมจะมีฝ่ายวัฒนธรรม และผลิตงานวัฒนธรรมออกมาอยู่แล้ว เหมือนกับมีนักกิจกรรมรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
กับแนวเพลงแบบโฮมๆ
ทำไมวงโฮมถึงเล่นแต่เพลงป่าคะ?
ชิราวุธ คงทอง (ตุ้ม) : เมื่อก่อนผมก็ไม่เคยเล่นหรอกครับ แต่พอมาเล่นแล้วมันก็อิน เล่นเอง...ร้องเองยังขนลุกเลย คือ มันมีอะไรในเนื้อหาเพลงเหล่านี้สูงมาก มันเหมือน "สหายนักปฏิวัติ เราไม่เคยกลัวตาย" ทุกวันนี้เราเล่นก็ยังขนลุกอยู่เลย รู้สึกว่ามันมีพลังจริงๆ และด้านหนึ่งเพลงพวกนี้ไม่มีใครเล่นนิ่ เดี๋ยวนี้มันมีแต่เพลงกระแส ฉันรักเธอ... เธอรักฉัน ไม่มีการพูดถึงคนทุกข์คนยาก หรือคนส่วนใหญ่ เราเลยคิดว่านี่คือเพลงของคนส่วนใหญ่ และเราเป็นคนร้องเพลงเพื่อคนส่วนใหญ่ พอมาร้องเพลงรักๆ ใคร่ๆ แล้วก็รู้สึกกระดากปากนะ (หัวเราะ)
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มเป้าหมายของโฮมจะอยู่ตามฐานที่มั่นต่างๆ คือ เราเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ยังเดินย้อนรอย เราไปให้กำลังใจคนเฒ่าคนแก่ เล่นเพลงที่เขาคุ้นชินเมื่อครั้งยังต่อสู้สมัยหนุ่มสาว แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ขึ้นมาด้วยนะ อย่างเวลาเล่นดนตรีเสร็จก็ไม่หนีไปไหน ศิลปินบางคน เล่นเสร็จเดินลงเวทีหนี แต่วงโฮมไม่ เราจะอยู่พูดคุย แลกเปลี่ยนกับน้องๆ เป้าหมายมันมีสองส่วน ทั้งเด็กกิจกรรมรุ่นใหม่ และนักต่อสู้รุ่นเก่า ส่วนหนึ่งยอมรับว่า เราอินกับประวัติศาสตร์ด้วย แต่เราก็ไม่ได้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมนะ เพราะวัฒนธรรมก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง อยู่แล้ว แต่จริงๆ เรากำลังทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้วยซ้ำ (การเปลี่ยนแปลงแนวคิดเด็กรุ่นใหม่) พิศาล บุพศิริ (เบียร์) : คือผมมองว่า ถ้าเราไม่ต่อสู้วันหนึ่งก็จะลบเลือนไป ศิลปะมันเป็นการต่อสู้ในเรื่องของชนชั้นนะ คือชนชั้นใครชนชั้นมันโดยใช้ศิลปะเป็นตัวยึดกลุ่มในชนชั้นตนเองเพื่อต่อสู้กับชนชั้นอื่น ชนชั้นผู้กดขี่ก็มีเพลงที่รับใช้เขา แต่เพลงของชนชั้นต่ำ หรือชนชั้นที่มีพลังต่ำสุดในสังคมเนี่ย ถ้าเราไม่สืบสานต่อไป แล้วมันจะเป็นอย่างไร ถ้าอย่างนั้นเราก็ผลิตเพลงออกมาป้อนตลาดอย่างเดียวก็ได้แต่ถามว่า แล้วเราทำงานศิลปะเพื่อรับใช้อะไร?
ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงของศิลปะก็เป็นไปเรื่อยๆ แล้วเพลงเหล่านี้มันจะล้าสมัย หรือตายจากไปรึเปล่า?
ชิราวุธ คงทอง (ตุ้ม) : ถ้ายังมีขบวนการต่อสู้อยู่มันก็ไม่มีวันตายหรอก แต่ถ้าวันไหนขบวนการต่อสู้สิ้นสุดลงมันก็ตายวันนั้นล่ะครับ เพราะมันอยู่ได้ด้วยคน ด้วยการต่อสู้ ถ้าวันไหนขบวนการต่อสู้มันจบมันก็จบไปทั้งหมด เพราะมันเป็นภาพรวมการต่อสู้เดียวกัน วัฒนธรรมการต่อสู้ต่างๆ ถ้าภาพใหญ่มันล้มมันก็หมดไป ต้องดูขบวน - อย่างถามว่า ขบวนนักศึกษาจะตายไหม ผมว่าไม่ตายหรอก ยังมีอยู่นะ มันเป็นเงื่อนไขของแต่ละยุคที่แตกต่างกัน ขบวนการที่มาทำลายนักศึกษาก็แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ แต่นักศึกษาตัวดื้อๆ ก็ยังมีอยู่ ในการสร้างขบวนต่อ มันยังเหลือ ยังแพร่พันธุ์ได้ ยิ่งพวกเรารู้จักกันด้วยเป็นเครือข่ายกัน ไม่ตายง่ายๆ หรอก มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
วงโฮมกับโลกของความความเป็นจริง
มักจะได้ยินบ่อยๆ ว่าวงโฮม ติดดิน งานจะเล็ก หรือใหญ่แค่ไหน ไม่เคยเกี่ยงเรื่องค่าตอบแทน แต่ค่าใช้จ่ายก็ต้องมี ตรงนี้มีแนวคิดยังไง?
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : คือ มันเป็นงานเพื่อสังคม แน่นอนรายได้ย่อมเพื่อสังคมด้วย แต่อย่างที่บอก มันเกิดมาจากฐานคิดคนเคยทำกิจกรรมอยู่แล้วมันก็มองอะไรเป็นภาพเดียวกันว่า "มันเป็นศิลปะที่รับใช้ชนชั้นล่าง แล้วชนชั้นล่างจะมีทุนรอนมาจากไหน" แต่ส่วนหนึ่งมันก็มีเพื่อนๆ เราที่ต้องกินต้องใช้ไม่มีรายได้ประจำอะไร อย่างแรกได้งบมาก็ตัดค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นของแต่ละคน ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงไหนได้ ก็ต้องตัด ที่เหลือค่อยเฉลี่ยกัน
 พิศาล บุพศิริ - เบียร์
 กนธิชา หมื่นบุญมี - วี
ชิราวุธ คงทอง - ตุ้ม |
พิศาล บุพศิริ (เบียร์) : เราอยู่แบบพี่น้องครับ มีอะไรก็ช่วยเหลือกันไป หยิบยืมเงินกัน ไม่มีเงินนะ อย่างงานรำลึก 7 สิงหาที่ผ่านมา คนที่มีอุดมคติทางด้านการเมืองมาช่วยเหลือกันด้วย
ไม่มีปัญหาเหรอพี่ อย่างถ้ามีบางคนที่เข้ามาใหม่ๆ ล่ะยังไง?
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : เราต้องยกระดับทางความคิดของพรรคพวกที่เข้ามาแล้วไม่ใช่สายนักกิจกรรม คือเป็นนักเทคนิค ซึ่งนักเทคนิค กับเป็นศิลปิน มันต่างกัน ศิลปินคือ ทำศิลปะเพื่อการรับใช้ คนทุกข์คนยากมีความคิดทางการเมือง นักเทคนิคคือต้องการเล่นดนตรี เท่านั้น ศิลปะรับใช้ตัวกู คนที่เข้ามาวงโฮมแล้วคิดว่าจะโด่งดัง หรือ ออกไปหลายรายแล้ว คือมันทำไม่ได้
งานการกุศลมันมีหลากหลายงาน เชื่อว่าคงเล่นไม่ได้ทุกงานหรอก แล้วเลือกรับงานแบบไหน?
พิศาล บุพศิริ (เบียร์) : วงโฮมไม่เคยปฏิเสธงานใครครับ แล้วแต่ใครเขาอยากให้ไป ก็ไป
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : นอกจากว่าเราไม่ว่างจริงๆ นะ คือติดงานกัน อย่างเพื่อนๆ บางส่วนก็เริ่มทำงานประจำกันแล้ว
พิศาล บุพศิริ (เบียร์) : แต่ก็มีบางงานเช่น งานไล่ทักษิณ หรืองานที่ต้องเลือกข้าง คือเราเข้าใจกันนะ มันมีเส้นบางๆ กั้น ไม่มีใครผิดใครถูกครับ แต่วงโฮม เคยถูกไล่ลงจากเวทีงานหนึ่ง เราอยากไป เราหาเงิน เหมารถกันไปเอง ไม่มีใครมีเงินเลย แล้วก็มีศิลปินใหญ่ไล่ลงว่าเราอยู่ข้างทักษิณ...
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : จริงๆ แล้วเราก็ได้เล่นนะ แต่เขามาปิดเครื่องเสียงเราซะก่อน (หัวเราะ) แต่อดีว่ามีเพื่อนๆ กับรุ่นพี่ที่เคยทำกิจกรรมนักศึกษาด้วยกันมาทำงานอยู่ตรงนั้นก็เยอะ ก็มีคนมาช่วยเคลียร์ให้ ว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองเลยงานนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคนทำงานเพื่อสังคมมากกว่า
ทางบ้านล่ะพี่ ครอบครัว คนรัก?
กนธิชา หมื่นบุญมี (วี) : ไม่มีค่ะ.... มีแต่แฟนเพลง (หัวเราะ) จริงๆ ก็ว่าน่ะ แต่ไม่สร้างผลสะเทือนอะไรสักเท่าไร่ ส่วนหนึ่งก็คงจะชินแล้วเพราะเราเองสมัยเป็นนักศึกษาก็ดื้ออยู่เหมือนกัน จริงๆ ทางครอบครัวก็อาจพูดได้ไม่เต็มปากนักเพราะช่วงที่เรียนเขาไม่ได้ส่งเสียค่าใช้จ่ายให้เรา แต่คงจะเป็นห่วงว่า อายุมากแล้วทำไมไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง
พิศาล บุพศิริ (เบียร์) : ทางบ้านเหรอ? จริงๆ แม่ก็ว่านะ แม่ชอบพูดว่า "ถ้าทำอะไรสักอย่างก็ให้มันดี" เพราะผมจัดตั้งแนวคิดแม่ที่บ้านด้วย แต่โชคดีที่แม่เป็นข้าราชการที่หัวสมัยใหม่ค่อนข้างรับฟังเหตุผลของทุกคน ก็พยายามอธิบายให้ท่านเข้าใจ แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แต่ก็มีแอบถามบ้างว่า มีเงินให้แม่บ้างรึเปล่า?
แล้วจะเล่นดนตรีแบบนี้อีกนานแค่ไหน?
ชิราวุธ คงทอง (ตุ้ม) : มันก็ไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละครับ ไปเคลื่อนไหว อะไรต่างๆ แตกแขนงกันไปเรื่อยๆ แต่อยู่ในสายนี้ เพราะว่าต้องเรียกร้องเรื่อยๆ ตามเนื้อหาเพลง ต่อสู้ไปเรื่อยๆ จะไม่ห่างมวลชน ไปไหนไม่ต้องเล่นตัว เราไม่ใช่ศิลปินใหญ่ (หัวเราะ)
คงคลายความสงสัยของใครหลายคนไปได้บ้างว่า "ทำไมวงโฮม ยังคงยืนหยัดที่จะร้องเพลงแนวนี้ และเล่นในงาน แบบนี้" เพราะมันจำกัดกลุ่มผู้ฟังให้อยู่ในวงแคบๆ เพียงเท่านั้น แต่คำตอบที่ได้รับคำตอบจากวงโฮมคงพอทำให้ นักเคลื่อนไหวหลายๆ คน ขบวนการภาคประชาชนหลายๆ ท่าน รวมไปถึงบรรดาสหายเก่าๆ ให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป เพราะพวกเขาตอบเอาไว้อย่างน่าชื่นใจว่า "ไม่ได้มุ่งหวังจะศิลปินโด่งดังอะไร หากบทเพลงนั้นๆ มันได้รับใช้ผู้ทุกข์ยากก็เพียงพอแล้ว ต่อให้ไม่มีใครฟังเลยก็จะเล่นต่อไป"
รายชื่อสมาชิกวงโฮมในปัจจุบัน
- ชิราวุธ คงทอง อายุ 26 ปี จ.สงขลา จากวงน้ำครำ - ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม ม.รามคำแหง (กีต้าร์รึทึ่ม) - พิศาล บุพศิริ อายุ 31 ปี จ.นครพนม จากวงรากหญ้า - ชมรมรามฯ อีสาน (กีต้าร์โซโล่) - กนธิชา หมื่นบุญมี อายุ 29 ปี จ.แพร่ - สมาชิกวงโฮมยุคก่อตั้ง (ร้องนำ) - ชัยวัฒน์ ชั้นกลาง อายุ 27 ปี จ.นครราชสีมา นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (เบส) - จตุพล ภักดีวิเศษ อายุ 29 ปี จ.มหาสารคาม(เพอกัสชั่น) - สิทธิศักดิ์ โสรัมย์ อายุ 29 ปี จ.บุรีรัมย์ จากวงรากหญ้า - ชมรมรามฯ อีสาน (ไวโอลิน) - อุเทน ใจเปรียว อายุ 24 ปี จ.ขอนแก่น จากกลุ่มเยาวชนลุ่มน้ำพอง (กลองชุด) - วุฒิ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 24 ปี จ.ขอนแก่น จากกลุ่มเยาวชนน้ำพอง (แซคโซโฟน) - ตุ่ย(ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 26 ปี จ.ร้อยเอ็ด จากศูนย์ประสานงานนักศึกษาภาคอีสาน(กลองชุด)
 กลุ่มรองเท้าแตะ (www.9dern.com)
|