• YPD
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ypdthai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 79
  • จำนวนผู้ชม : 14031
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
more
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย Young People for Democracy Movement, Thailand (YPD.)
We are a Democratic Socialism
Permalink : http://www.oknation.net/blog/YPD
วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม 2551
ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ VS ระบอบสาธารณรัฐ
Posted by YPD , ผู้อ่าน : 69 , 13:13:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


ไชยันต์ ไชยพร  คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
          จากทัศนวิจารณ์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

หากพระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงเป็นประมุขของรัฐอีกต่อไปในประเทศที่เคยมี ก็หมายความว่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองครั้งใหญ่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยการปฏิรูปหรือปฏิวัติรัฐประหาร

ในโลกปัจจุบัน ระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมีสองรูปแบบ นั่นคือ หนึ่ง ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (ABSOLUTE MONARCHY) โดยพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชสิทธิและพระราชอำนาจในการเมืองการปกครองโดยสมบูรณ์ ทรงรวมศูนย์อำนาจบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการไว้ที่พระองค์ นั่นหมายความว่า พระองค์เป็นทั้งประมุขของรัฐและเป็นประมุขของรัฐบาลด้วย

สอง ระบอบพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ (CONSTITUTIONAL MONARCHY) เป็นระบอบที่พระราชสิทธิและพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ถูกกำหนดขอบเขตไว้โดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ ก็มาจากการร่างของประชาชนผ่านตัวแทนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาและสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรัฐบาลก็มาจากบุคคลที่ผ่านการเลือกตั้งเช่นกัน โดยนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นประมุขของรัฐบาล ส่วนตุลาการนั้น ตามหลักการแล้ว มีทั้งสองแบบคือ แบบที่เป็นข้าราชการประจำและแบบที่ผ่านการคัดสรรโดยกลุ่มบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปัจจุบันเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ได้แก่ บรูไน โอมาน ซาอุดีอาระเบีย และนครวาติกัน ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นต่างก็พากันเคลื่อนตัวไปสู่ระบอบพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เช่น มอร็อกโก ภูฏาน ส่วนเนปาล อย่างที่ทราบตามข่าวว่า เปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบสาธารณรัฐเลย ในขณะที่ประเทศลิกเตนสไตน์ หลังการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับมีการให้เพิ่มพระราชอำนาจกษัตริย์ของเขาให้มากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

หากพระมหากษัตริย์ไม่ได้เป็นประมุขของรัฐอีกต่อไปในสังคมการเมืองไทย ก็หมายความว่า เราได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ แล้วระบอบสาธารณรัฐที่ว่านี้มันเป็นอย่างไร

อธิบายอย่างง่ายๆ สาธารณรัฐในความเข้าใจปัจจุบัน คือ รัฐหรือประเทศที่ประมุขของรัฐไม่ใช่กษัตริย์ ที่สืบทอดการเป็นประมุขของรัฐทางสายโลหิต สาธารณรัฐ คือ รัฐที่ปวงชนล้วนๆ หรืออย่างน้อยส่วนหนึ่งของปวงชนล้วนๆ มีอิทธิพลต่อการเมืองการปกครอง เมื่อประมุขของรัฐไม่ได้มาจากกษัตริย์ ประมุขของรัฐที่เป็นสาธารณรัฐจึงมาจากคนธรรมดา ได้มาจากการคัดสรรผ่านการเลือกตั้ง การเลือกตั้งอาจเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม เช่น สภาหรือคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทำหน้าที่เลือกประมุขของรัฐ

ในระบอบสาธารณรัฐ เรียกผู้ดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐว่า ประธานาธิบดี ประเทศต่างๆ ที่เป็นสาธารณรัฐได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี ที่ทำหน้าที่ประมุขของรัฐตั้งแต่ 4-6 ปีแล้วแต่ประเทศนั้นๆ บางแห่งกำหนดด้วยว่า จะเป็นได้ไม่เกินกี่สมัย

ความหมายของระบอบสาธารณรัฐ มีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เช่น ตั้งแต่ปี ค.ศ.1649 สาธารณรัฐมักจะถูกเข้าใจว่าหมายถึง รัฐที่ไม่มีกษัตริย์ หรือรัฐที่อำนาจมาจากประชาชน และมีความหมายไปในทำนองเดียวกันกับคำว่า ประชาธิปไตย และตั้งแต่ปี ค.ศ.1787 นัยของคำว่า สาธารณรัฐ คือ รัฐที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน และตัวแทนหรือบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งตรงกันข้ามกับรัฐที่ปกครองโดยกษัตริย์

ตามข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ ระบอบสาธารณรัฐมีความหมายที่แตกต่างไปจากที่ใช้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเจ็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยโรมัน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดระบอบสาธารณรัฐ โดยในสมัยนั้น สาธารณรัฐหมายถึง ระบอบการปกครองที่ผสมผสานเอารูปแบบการปกครองสามรูปแบบเข้าด้วยกัน นั่นคือ ระบอบกษัตริย์ ระบอบอภิชน และระบอบประชาธิปไตย โดยมุ่งให้เกิดการประสานการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างอำนาจของกษัตริย์ ชนชั้นสูงและชนชั้นล่าง

เมื่อย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบสาธารณรัฐของประเทศต่างๆ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราจะพบว่า สาธารณรัฐส่วนใหญ่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลสามประการ ประการแรกสุด คือ กษัตริย์บางพระองค์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ถูกมองว่าเป็นที่น่ารังเกียจ อย่างเช่น ในกรณีของฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ จีน รัสเซีย ออสเตรีย และเยอรมนี ประการที่สอง อดีตอาณานิคมต้องการประมุขของรัฐที่เป็นคนของตนเอง เช่น ในกรณีของสาธารณรัฐในเครือจักรภพ อันได้แก่ ไอร์แลนด์ ปากีสถานและแอฟริกาใต้ ประการที่สาม คือ อาณานิคมต้องการประกาศอิสรภาพจากเมืองแม่ เช่น สหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ อินโดนีเซีย พม่า และซาอีร์ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นคองโก)

ล่าสุด ในบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ได้เกิดวิวาทะเกี่ยวกับประเด็นความต้องการเปลี่ยนแปลงจากระบอบกษัตริย์หรือระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (CONSTITUTIONAL MONARCHY) ไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ โดยเสนอว่า ไม่ต้องการมีกษัตริย์หรือตัวแทนกษัตริย์จากอังกฤษเป็นประมุขของรัฐ ต้องการยกเลิกพระราชอำนาจและการอ้างอิงต่อสถาบันกษัตริย์ในการใช้อำนาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเมืองเป็นของประชาชนชาวออสเตรเลียนโดยสมบูรณ์

ส่วนฝ่ายที่นิยมสถาบันกษัตริย์ในออสเตรเลียมีเหตุผลคัดค้านว่า ระบอบที่เป็นอยู่ของออสเตรเลียมีวิวัฒนาการมานานหลายศตวรรษจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะของการเป็นสาธารณรัฐอยู่แล้ว แต่เป็น “สาธารณรัฐกษัตริย์” (MONARCHIC REPUBLIC) และได้สถาปนากลไก “ตรวจสอบถ่วงดุลต่างๆ” ภายในระบบการเมือง (BUILT-IN CHECKS AND BALANCES) ขึ้นมาแล้ว ซึ่งหากว่าระบบระบอบดังกล่าวยังสามารถทำงานและดำเนินไปได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเปลี่ยนแปลง

สมมติว่า ประเด็นวิกฤติการเมืองไทยอันสืบเนื่องมาจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชนยุติไป แต่ประเด็นที่วิกฤติกว่า คือ ประเด็นที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งผู้เขียนได้กล่าวไว้ในตอนท้ายสุดของบทสัมภาษณ์การวิเคราะห์การเมืองไทย พ.ศ.2551 ที่ลงในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2550 แต่ทางมติชนไม่ได้ลงไว้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเนื้อที่จำกัด หรือด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบได้ !


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
หน่อมหาวงศ์เมืองเทิงณน่าน วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 16.12 น.
http://www.oknation.net/blog/wit123
หนาน เมืองเทิง


ไม่ทราบ ว่าผู้เขียนเจตนาอย่างไรในการเขียน หรือเป็นการบอกกล่าวธรรมดา การเปลี่ยนแปลงของระบบกษัตริย์ของประเทศอื่นไม่ว่าจะสาเหตุมาจาก เรื่องอะไรก็แล้วแต่มันเป็นเรื่องของเขา แต่พระมหากษัตริย์ไทย ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาถ่วงดุลย์กับอะไรก็แล้วแต่ บรรพบุรุษไทย นับตั้งแต่โยนกเชียงแสน ศรีวิชัย สพรรณภูมิจวบจน สุโขทัย อโยธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ฯ สร้างบ้านสร้างเมืองโดยเอาโดยเอาลูกหลานไทยเป็นที่ตั้งเพื่อจะให้มีแผ่นดินเกิด อาศัยและถือเป็นเรือนตาย พระมหากษัตริย์ไทยแต่ละพระองค์ที่ปกครองด้วยความเป็นธรรม มีบุญคุณคุ้มหัวคุ้มเกล้า และพวกเราคนไทย โคตรพ่อโคตรแม่ไทยมาเนิ่นนานการที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ไม่ได้เป็นง่ายมันมีเรื่องราวยาวนาน อย่าริเอาพระมหากษัตริย์ของข้าพพุทธเจ้าไปเปรียบเทียบกับใคร มันเปรียบเทียบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ๊กจีนพลัดบ้านพลัดเมืองมา หรือฝรั่งหัวเลืองหัวดำ ทั้งหลาย ข้าพพุทธเจ้าเผ่าไทยยังมีอยู่เต็มเมือง อย่างอื่นมันยอมได้ อย่าเล่นกับ สิ่งที่เป็นที่เทิดทุนมีบุญคุณกับโคตรพ่อโคตรแม่กู เลือดไทยที่หลั่งลดแผ่นดินนี้ยังไม่แห้งไปไหนมันพรร้อมที่จะสำแดงอีกครั้งและครั้งแล้วครั้งเล่า
ความคิดเห็นที่ 2
ไทยแท้ วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 14.22 น.
http://www.oknation.net/blog/scblock

ไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของผู้เขียนว่าต้องการอะไร แต่หากต้องการแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยเหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเนปาล หรือเกิดขึ้นสำเร็จไปแล้วในประเทศลาว กัมพูชา แสดงว่าผู้เขียนกำลังพิจารณาในเชิงวิชาการเท่านั้น

สำหรับประเทศไทย กษัตริย์ไม่ใช่เป็นเพียงสัญญลักษณ์แต่กลับเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ จนอาจกล่าวได้ว่าไม่สามารถหาสิ่งศ้กดิ์สิทธิ์ใดๆมาทดแทนได้ โดยเฉพาะกษัตริย์องค์ปัจจุบัน พระองค์ท่านทรงได้รับการเคารพเทิดทูนบูชาอย่างจริงใจ จากผู้คนทุกหมู่เหล่า ไม่ใช่เพียงเพราะทรงมีฐานันดรเป็นกษัตริย์ แต่เพราะพระจริยวัตรที่ทรงอุทิศตนเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาราชของพระองค์อย่างมิรู้สึกเหน็ดเหนื่อย และไม่มีประโยชน์ตอบแทนเชิงพาณิชแอบแฝง และไม่ใช่เพิ่งกระทำ แต่ได้ทรงแสดงให้เห็นมาช้านานนับสิบๆปี ตั้งแต่แรกเริ่มครองราชจนถึงปัจจุบัน

มันผู้ใดก็ตามที่มองไม่เห็นถึงคุณค่าที่หาที่เปรียบมิได้ของกษัตริย์ไทย มันผู้นั้นก็หาสมควรที่จะเรียกขานต้วเองว่าเป็นคนไทยอย่างแท้จริงได้ไม่
ความคิดเห็นที่ 1
Reds วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 13.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Redsscouser
@ Keep the Faith @You will never walk alone / www.hongmarnz.com

ใครจะมาเปลี่ยนแปลง ปฏิรูป ระบอบประชาธิปไตยที่มีประมุขของรัฐ เป็นพระมหากษัตริย์ไม่ได้ ..

พระมหากษัตริย์ของไทย .. ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม และไม่เคยก้าวล่วง มาลิดลอนสิทธิเสรีภาพของคนไทย หรือ คนต่างชาติที่เขามาทำกินในประเทศไทย ..

ผิดกับ สามัญชน คนธรรมดา .. เห็นบางคนอยากเปลี่ยนแปลงกันนัก .. ในระบอบการปกครองเนี๊ยะ ...

ไม่รู้ได้ตะหนักกันบ้างหรือยังว่า คนธรรมดา คนหนึ่ง ถ้าได้มาซึ่งอำนาจ ยังล้นพ้น ถ้ามันฉิบหาย ใครหล่ะที่จะคอยถ่วงดุลอำนาจนั้น

ผมไม่ได้หมายความว่า พระมหากษัตริย์ จะเป็นผู้ถ่วงดุลอำนาจ ของฝ่ายบริหารในการปกครองประเทศ แต่อย่างน้อยที่สุด พระมหากษัตริย์ ก็ทรงเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ของปวงชนชาวไทยมากกว่า 99 เปอร์เซนต์ ผมถามว่า คุณพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง ศุนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติทำไม ..
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Internacional

all

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



ท่านไม่พอใจใครมากที่สุด จากการทำรัฐประหาร
สนธิ บุญรัตกลิน
9 คน
สุรยุทธุ์ จุลานนท์
1 คน
ทักษิณ ชินวัตร
34 คน
เปรม ติณสูลานนท์
4 คน
สนธิ ลิ้มทองกุล
7 คน
สพรั่ง กัลยาณมิตร
1 คน
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
0 คน
มีชัย ฤชพันธุ์
1 คน
ประสงค์ สุ่นสิริ
2 คน

  โหวต 59 คน