• Zento
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-10
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 5908
  • จำนวนผู้โหวต : 18
  • ส่ง msg :
โอเล่
เปล่า..จริงๆ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Zento
วันพุธ ที่ 5 กันยายน 2550
จะเกิดพลเมืองชั่นสองเพราะเทคโนโลยีแน่ๆ
Posted by Zento , ผู้อ่าน : 138 , 21:43:08 น.  
พิมพ์หน้านี้


สื่อใหม่และพลเมืองชั้นสอง

 

กิจกรรมสามอันดับแรกของเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ทำบนอินเทอร์เน็ต คือ ค้นคว้าหาข้อมูล รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และเล่นเกม สำหรับเด็กที่ออนไลน์มากกว่า 20 ชม. ต่อสัปดาห์     กิจกรรมที่ทำบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุดเป็นกิจกรรมที่เน้นไปในทางบันเทิง  อันได้แก่ เล่นเกม สนทนา (chat/ICQ/MSN) แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเด็กและวัยรุ่น ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตไปในกิจกรรมการบันเทิงมากกว่าหาความรู้ ข่าวสารใหม่

นักสังคมวิทยาและนักเทคโนโลยี  ได้ทำนายไว้เมื่อหลายทศวรรษมาแล้วว่า ยุคสมัยที่เรียกว่า "เน็ต เจน" (net generation)  จะถือกำเนิดขึ้นในอนาคต   ยุคสมัยที่ว่านี้จะเต็มไปด้วย "เด็กคอมพิวเตอร์" (computer kids) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล และซึมซับเอามุมมองหรือวิธีการคิดแบบ "ดิจิทัล" ไว้ในตัว เหตุเทคโนโลยีไอทีครองโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์รายหนึ่ง กล่าวว่า ความแตกต่างอีกอย่างคือ  เด็กสมัยใหม่มีความกระตือรือร้นที่จะทดลองใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และยอมรับว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตไปโดยปริยาย หรือพูดได้อีกอย่างว่า วัยรุ่นไม่ค่อยกลัวว่าจะทำคอมพิวเตอร์พัง  และก็ไม่ฉลาดพอที่จะตั้งข้อสงสัย  หรือปฏิเสธโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาไม่ดีนัก  วัยรุ่นเพียงแค่เรียนรู้วิธีใช้งานคอมพิวเตอร์  เหมือนกับที่เรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ  กลยุทธ์เช่นนี้ เมื่อเป็นที่รับรู้ร่วมกันแล้ว ก็จะทำให้การอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีในโลกทุกวันนี้ดำเนินไปได้ง่ายขึ้น   เช่นเดียวกันที่ระบบในปัจจุบัน  ก็จะสอนให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้หลากหลายชนิดได้พร้อมกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สมัยก่อน คนยุคพ่อแม่อาจเรียนรู้ที่จะโทรศัพท์ไปพร้อมกับทำการบ้านเลข แต่วัยรุ่นยุคใหม่จะสามารถท่องอินเทอร์เน็ต ส่งอีเมล เข้าห้องแชทกับคนจำนวนมาก ขณะที่ทำรายงานบนหน้าจอเดสก์ทอปไปด้วย

คนในสมัยยุคดิจิตอลนั้นจะแตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ไปโดยสิ้นเชิง ในแง่ของพัฒนาการทางเทคโนโลยี คนในกลุ่ม “เน็ตเจน” จะพิมพ์ดีดเป็น คุ้นเคยกับอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์  สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว  ว่าเทคโนโลยีทำงานอย่างไร และสามารถปรับตัวเข้ากับการใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว  ความคิดเหล่านี้เลยเถิดไปถึงว่า เด็กๆจะมองเห็นสังคมเป็นเหมือนสิ่งที่สามารถควบคุมได้   ไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ร่วมด้วยได้อย่างกลมกลืน  

 

ขณะเดียวกันความแตกต่างของพลเมืองที่จะสามรถเข้าถึงสื่อใหม่ได้นั้น ความเป็นไปได้น้อย  เพราะฉะนั้นสื่อใหม่จะเป็นเพียงแค่คนบางกลุ่มหรือคนกลุ่มใหม่ๆเท่านั้น   ดังนั้นแนวความคิดที่ว่า เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กำลังจะกลายเป็นวัฒนธรรมประจำยุคสมัย ของเด็กรุ่นใหม่ ( ซึ่งโดยรวมแล้วหมายถึงเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยเริ่มต้นในสมัยนี้ ) คงเป็นได้แค่เพียงนิทานปรัมปราเท่านั้น  เนื่องจากในทางปฏิบัติ ยังมีผู้ใหญ่อีกจำนวนไม่น้อย และเด็กอีกจำนวนมากในวัยที่ควรจะจัดอยู่ในกลุ่ม "คนยุคอินเทอร์เน็ต"  ( Generation N ) แต่ไม่ได้มีระดับความรู้ด้านเทคโนโลยีเท่าที่ควร และกลุ่มคนเหล่านี้เอง กำลังตกอยู่ภายใต้ภาวะเสี่ยงที่จะกลายเป็นพลเมืองชั้นสองของโลกสมัยใหม่  ที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีมากมายในโลกยุคดิจิตอลได้  ซึ่งโลกปัจจุบันที่กำลังวิวัฒนาการไปสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองไปที่เทคโนโลยี บรอดแบนด์ เทคโนโลยีในอนาคต ซึ่งจะทำให้คุณท่องไปให้โลกอินเทอร์เน็ตอย่างไม่มีขีดจำกัด   ประโยชน์อย่างแรกของเทคโนโลยีบรอดแบนด์ก็คือ  ทำให้สามารถการเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  สามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้ดั่งใจใช้เวลาการดาวน์โหลดเว็บเพจต่างๆน้อยลงย่นระยะเวลาลงได้มากขึ้น สำหรับการประยุกต์ใช้งานอื่นๆ เช่น    Multimedia : ฟังเพลง/วิทยุออนไลน์,Karaoke Online,หรือรับชมโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งบางเว็บไซต์สามารถรับชมรายการโทรทัศน์ย้อนหลัง ได้คุณไม่ต้องกลัวที่จะพลาดชมรายการต่างๆที่ชอบเลย ( TV on demand)  ซึ่งหมายถึงรูปแบบ 'ทีวีเจเนอเรชั่นใหม่'  ที่เกิดขึ้นกำลังจะทำให้พฤติกรรมการดูทีวีของผู้ชมค่อยๆ เปลี่ยนไป จากรูปแบบการรับชมรายการทีวีตามปกติ ที่  'ผู้ชม'  จะตกเป็น 'ฝ่ายรับ'  โดยบรรดาสถานีทีวี บริษัทเคเบิลทีวี หรือทีวีผ่านดาวเทียม เป็นผู้กำหนดมาว่าจะแพร่ภาพเรื่องราวใดมาให้ผู้บริโภค  แต่ในอนาคต มีแนวโน้มสูงว่าพฤติกรรมการทำธุรกิจทีวีแบบเก่าๆ จะกลายเป็นเรื่องตกยุคล้าสมัย  แนวโน้มของอินเทอร์เน็ตทีวีในโลกจะเน้นเข้าถึงคนดูเฉพาะกลุ่ม ที่สนใจในบางเรื่องราว และแต่ละคนสามารถเลือกเรื่องที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง แทนที่จะซื้อเหมาแบบยกแพ็ค 

 

เนื่องจากสื่อใหม่อย่างเช่น TV on demand  เป็นการตอบสนองความต้องการของมนุษย์และอยู่ภายใต้กรอบ ทฤษฏีเชิงหน้าที่ ( Functional Perspective )   ดังนั้นจึงสามารถอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ได้ว่าเป็นสิ่งที่เกิดจากความต้องการ ( Needs ) ซึ่งมีที่มาแตกต่างกันในแต่ละคน และพฤติกรรมการเปิดรับสื่อมวลชนก็เกิดขึ้นเพื่อสนองความต้องการที่เกิดจากพื้นฐานทางจิตใจของบุคคลนั้นๆ   ซึ่งตามแนวทฤษฎีนี้ได้มีข้อตกลงเบื้องต้นดังนี้  ( Katz and Others,1974  ) มนุษย์จงใจเสาะแสวงหาข่าวสาร ไม่ได้ถูกยัดเหยียดให้อ่าน ดู หรือฟัง และมนุษย์มีทางเลือกที่จะหลบหลีกข่าวสารได้ถ้าต้องการ  และการใช้การสื่อสารของมนุษย์มีจุดมุ่งหมาย ดังนั้นสื่อสารมวลชนต้องแข่งขันกับสิ่งเร้าอื่นๆ อีกหลายอย่างที่อาจจะตอบสนองความต้องการรู้ของมนุษย์ได้เพราะมนุษย์เป็นผู้กำหนดความต้องการของตนเองจากความสนใจ หรือแรงจูงใจที่เกิดขึ้น ฉะนั้นมนุษย์ทุกคนมีความเป็นปัจเจกบุคคลที่ต้องการความเป็นส่วนตัว   ซึ่งทั้งหมดนั้นก็คือ "สื่อใหม่" (New Media) หรือ สื่อดิจิตอล ตัวอย่างเช่น เคเบิ้ลทีวี เว็บไซต์ SMS ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ก็จะมาแทนที่ "สื่อเก่า" อย่างโทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์ ซึ่งมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถบริโภคข้อมูลได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น สื่อใหม่ทั้งที่เป็นสื่อดิจิตอลและสื่อนอกบ้าน จึงเป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

คนที่ใช้เวลาทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายปี  จึงจะเรียนรู้ว่าคอมพิวเตอร์ใช้งานอย่างไร ส่วนคนที่ขาดประสบการณ์เช่นนี้ ก็คงไม่มีโอกาสรู้ ความแตกต่างระหว่างคนยุคเก่า และวัยรุ่นสมัยนี้ก็คือ เด็กยุคใหม่ไม่ต้องเลือกว่า ตนจะเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลหรือไม่ คอมพิวเตอร์แทบจะเป็นหลักสูตรบังคับในระดับมัธยมต้น   "ทุกคนรู้วิธีเข้าเวบไซต์แนปสเตอร์ และดาวน์โหลดเพลง คนในสมัยนี้ก็รู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น เหมือนกับที่คนในยุคที่แล้วรู้จักวิธีเปลี่ยนน้ำมันรถของตัวเอง"   แต่ประเด็นที่อาจจะลืมกันไปก็คือ  เราไม่ได้รู้วิธีเปลี่ยนน้ำมันรถกันทุกคัน  นี่ไม่ใช่เรื่องของยุคสมัย  แต่เป็นผลจากประสบการณ์กว่า 20 ปี แต่เมื่อคุณอยู่ท่ามกลางสังคมที่มีทักษะทางเทคโนโลยีเหมือนๆกัน  ก็อาจจะลืมไปว่ายังมีคนอื่นๆที่ไม่รู้จักโปรแกรม คอมพิวเตอร์อีกมากมายและโชคร้ายที่ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งกำลังกลืนกินสังคมอยู่ในทุกวันนี้  ทำให้เด็กที่ไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีต้องถูกทอดทิ้งรวดเร็วและอาจจะครั้งตกเป็นเหยื่อของสังคมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อีก   

การเชื่อว่าเวลาจะทำให้เกิด ยุคที่มีแต่คนเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ไปเองนั้น  ก็ถือว่าเป็นความคิดที่อันตรายมากซึ่งมองจากอีกมุมหนึ่งว่าผลการสำรวจของ พิว  ยังหมายถึงว่า  มีผู้ใหญ่วัยเริ่มต้นอีกราว 26%  ที่ไม่รู้จักการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และดรรชนีบ่งชี้ที่สำคัญยิ่งกว่าอายุ ก็คือระดับการศึกษา เพียง 23% ของผู้ที่จบการศึกษาต่ำกว่าระดับมัธยมเท่านั้นที่รู้จักใช้อินเทอร์เน็ต  เทียบกับสัดส่วน 82% ในกลุ่มผู้ที่จบการศึกษาระดับวิทยาลัย  แน่นอนว่า เด็กสมัยนี้เติบโตขึ้นมากับสายเคเบิล แต่ก็ยังมีเด็กอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้เติบโตมาพร้อมเทคโนโลยี 

 ขณะเดียวกัน เราก็กำลังเร่งสร้างสังคมที่ทำให้ผู้ที่ไม่รู้จักการเชื่อมต่อออนไลน์  มีชีวิตลำบากมากขึ้น เช่น ในสหรัฐ ผู้ที่ไม่สามารถซื้อตั๋วผ่านเครือข่ายออนไลน์ได้ จะต้องรอคิวติดต่อกับทางสายการบินราวครึ่งชั่วโมง  หรือต้องหันไปใช้บริการบริษัททัวร์ และจ่ายค่านายหน้าเพิ่มขึ้นอีก ในอนาคตแม้แต่การต่ออายุพาสปอร์ตก็อาจจะต้องกรอกจากแบบฟอร์มออนไลน์

สิ่งเหล่านี้ คือ ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษา หรือความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ในสังคมเดียวกันนี้ เราจะต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงที่ว่า มีคนอีกจำนวนมากที่ไม่เคยเชื่อมต่อออนไลน์ และเราควรพยายามหาวิธีที่ช่วยให้ชีวิตไม่ยากลำบากมากเกินไปสำหรับพวกเขา ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ติณฮับ วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 18.41 น.
http://www.oknation.net/blog/tinhub

เห็นด้วย ชีวิตคือการปรับตัวจริงๆ ผมเคยเ็ห็นยายอายุ จะ 70 หัดใช้คอมฯ แต่บางคนไม่ถึง 50 กลับเฝ้าแต่ปฏิเสธเทคโนโลยี่พวกนี้ นอกจากแดกดันไปวันๆ อีกด้วย -- ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 2
BlueHill วันที่ : 06/09/2007 เวลา : 11.35 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ความแตกต่างด้านการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิตัล กำลังเป็นปัญหาของสังคมไทยยุคใหม่จริง ๆครับ เรื่องนี้ทำให้เกิดช่องว่างทางความคิดระหว่างคน 2 รุ่น บางทีอาจจะเป็นคนรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ

อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ ทำอย่างไรจึงจะมีการนำอินเทอร์เน็ตไปใช้ในด้านที่เป็นประโยชน์ มากกว่าโทษครับ

ความคิดเห็นที่ 1
วัชรากร วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 21.52 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

ตัวอักษรใหญ่ไปหน่อยนะ ลดขนาดลงนิดนะคะจะได้อ่านง่ายขึ้น
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30