• -มี๊-โซน7
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kpk.pk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 30586
  • จำนวนผู้โหวต : 46
  • ส่ง msg :
พลายสามพราน ตอนที่1

หมอช้าง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ สัตวแพทย์ ร่วมใจกันคล้องพลายสามพรานออกจากป่า เขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อนำมารักษาอาการบาดเจ็บหนักที่ขาหน้าขวา จากการติดบ่วงของชาวบ้าน

View All
<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



more
วันพฤหัสบดี ที่ 8 มีนาคม 2550
ย้อนอดีต.....ตะลุยผืนป่าใต้น้ำ สุดแดนสยาม (ภาคแรก)
Posted by -มี๊-โซน7 , ผู้อ่าน : 451 , 23:27:19 น.   | หมวดหมู่ : เที่ยวไปตามใจอยาก  
พิมพ์หน้านี้


     เมื่อสักเกือบๆ 5 ปีที่แล้ว ผมถูกส่งไปประจำชายแดนใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์ก่อการร้าย ด้วยความที่ไปอยู่เป็นเดือนๆ จนเริ่มชินกับพื้นที่ เลยริอาจแอบชวนเพื่อนๆ ที่ ศูนย์ไปหนีเที่ยว กะว่าจะไป เบตง และ ละแวกใกล้เคียง แถมด้วยทำรายงานเรื่องชีวิต ตชด. กลับมาเป็นข้ออ้าง แต่กลับได้ประสบการณ์สุดยอดครั้งหนึ่งในชีวิตกลับมาแบบไม่คาดฝัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร นั่งไทม์แมชชีนไปชมกันครับ 

     จุดที่ได้เดินทางเข้าไปนั้นเป็นบริเวณป่าทึบรอยต่อระหว่าง จ.ยะลา กับ จ.นราธิวาส ซึ่งฝั่ง จ.นราธิวาส จะมีชื่อเสียงมากกว่า และรู้จักกันในชื่อ "บาลา-ฮาลา" แต่ป่าด้านที่ผมเดินทางเข้าไปเป็นทางฝั่ง อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า "ฮาลา-บาลา"

     ทีแรกนั้น ได้ข่าวมาว่า พี่ๆ ตชด. ที่ลาดตระเวนอยู่ในป่า พบกระทิงฝูงหนึ่งลงมาหาหญ้าอ่อนกินอยู่ ด้วยความตื่นเต้น ผมจึงไม่ลังเลจะหาทางหลบงานเข้าไปให้ได้ จนสบโอกาส รวบรวมเพื่อนๆ และอุปกรณ์ถ่ายภาพเท่าที่มี เดินทางมุ่งหน้าไปทันที

     หลังจากติดต่อประสานงานกับพี่ๆ ตชด. ซึ่งในจิตน้ำใจงดงาม เราได้อาศัยนั่งเรือเข้าไปยังฐาน ตชด. เหนือเขื่อนบางลาง และไม่ลืมที่จะติด "ไก่เบตง" แสนอร่อยซึ่งซื้อมาก่อนหน้านี้ไปฝาก

     เรามีปัญหานิดหน่อยกับเจ้าไก่เบตงนี่ เพราะด้วยความที่เราต้องใช้เวลาเดินทางกันเป็นวัน เลยต้องมานั่งหาวิธีเอาไก่เข้าไปโดยไม่ให้เนื้อเน่าเสีย ให้ทายว่าผมใช้วิธีไหน

1.ใส่กระติก                     2.ใส่กล่องโฟม                 3.ใส่ลังกระดาษ 

ไปดูเฉลยกันตอนท้ายครับ

     เราแวะที่ฐานอยู่พักนึง ตระเตรียมร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วลงเรือต่อไปยังฐานซึ่งอยู่เหนือน้ำขึ้นไปในป่าทึบ
     เรือแล่นมาจนสุดทาง เราลงเดินด้วยความยากลำบาก น้ำเหนือเขื่อนบางลางขณะนั้นลดลงถึงระดับต่ำสุด เจ้าหน้าที่เล่าว่า ทุกๆ 4 ปี น้ำเหนือเขื่อนจะลดลงจนแห้งขอด จนเห็นผืนดินใต้น้ำ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูยาก ยิ่งสร้างความตื่นเต้นมากขึ้นอีกหลายเท่า
เดินเลาะริมตลิ่งสูงชันมาพักนึงแบบทุลักทุเล เพราะเป็นดินเลนนิ่มๆ ลื่นลงน้ำไปก็หลายหน เพราะมัวแต่ห่วงกล้องตกน้ำ จนในที่สุดก็มาถึงที่ราบกว้างใหญ่ขนาบด้วยหุบเขาสูง

ที่นี่เอง ที่ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอย่างยากลำบากหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ป่าใต้น้ำที่กำลังมีหญ้าอ่อนแทงยอดออกมาจากพื้นดิน กระทบกับแสงอาทิตย์สีทองยามเย็น สวยจับใจอย่างยิ่ง ไม่รวมตอไม้ที่ยืนใต้อยู่ ในช่วงปกติ ต้นไม้เหล่านี้ยืนจมอยู่ใต้น้ำ แต่ในภาวะน้ำลดจนถึงขีดสุดเช่นนี้ ร่างไร้ชีวิตของเหล่าพืชพันธุ์กลับขึ้นมาโชว์ริ้วรอยความงามของธรรมชาติอย่างยิ่งใหญ่

 

ร่องรอยของไม้ที่ยังยืนตายปริ่มน้ำที่แห้งขอด กับ ดินที่เริ่มแตกเพราะน้ำระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว

  รากไม้น้อยใหญ่ทอดยาวสุดสายตา

 หญ้าอ่อนขึ้นเต็มบริเวณด้วยความชื้นที่มีอยู่มากมาย แซมกับตอไม้ใหญ่งดงามยิ่ง  

   ตอไม้ใหญ่เบิ้ม

     ผมเดินงุ่นง่านกดชัตเตอร์ผลานสไลด์ไปเป็นสิบม้วน (เสียดายยังไม่เป็นดิจิตอล) จนฟ้าเริ่มมืด พี่ๆ ต. ตะโกนเรียกให้เลิกถ่าย แล้วออกเดินกันต่อเพราะต้องไปอีกไกล เราเริ่มออกเดินอีกครั้ง ลัดเลาะไปตามลำธาร ตัดทุ้งหญ้า แถบจะไม่ได้ขึ้นเขา แต่ด้วยความที่ปกติไม่มีใครเดินมาตามทางนี้นอกจาก ตชด. ทำให้มันไม่เป็น "ทางเดิน" ซักเท่าไร ประกอบกับแสงที่น้อยลงทุกนาที ผมเริ่มเดินเตะนู่นเตะนี่ เพราะมองไม่เห็น หนำซ้ำ นันยางเจ้ากรรมก็มีอันเป็นไปเมื่อต้องเดินลงลำธาร เม็ดทรายในน้ำแทรกตัวเข้าระหว่างผ้าใบกับผิวหนัง เสียดสีกันจนเท้าเริ่มพอง ในที่สุดต้องยอมถอดรองเท้าเดินเพราะยังสบายกว่า ซึ่งเท่ากับว่า หนาม คมหิน ตอไม้ หรืออะไรก็ตาม ย่มประดังมาที่ฝ่าเท้าแบบเต็มๆ (แต่เชื่อเถอะ สบายกว่าทรายถูหนังเท้าเยอะ) แถมเดินลุยน้ำ เอานิ้วโป้งไปซัดกับก้อนหินใหญ่อีก (เฮ้อ มัวแต่ห่วงกล้อง)

     เกือบชั่วโมงที่เดินอยู่ในความมืดมิด เราพาตัวเองมาอยู่ห่างจากที่พักอีกไม่กี่ร้อยเมตร แต่ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ร้องบอก "หยุด แล้วเงียบ" ......ไม่มีคำถาม ทุกความทำตามอย่างว่าง่าย เพราะยังไงก็ยังอยู่ในถิ่นอันตรายจากผู้ก่อการร้าย และในวินาทีนี้ ความมืดยังเป็นศัตรูสำคัญที่กดดันเราอย่างมาก

    หนึ่งในสอง ตชด. ปลดเซฟตี้ M-16 ปะจำกายออก เอานิ้วนาบโกร่งไกปืน ผมไม่อยากเดาว่าเกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ คลานไปกระซิบถาม "มีอะไรคับ" พี่แกตอบให้ผมโล่งใจปนดีใจอย่างแรงจนพูดไม่ออก "กระทิงน่ะ มาตัวเดียวด้วย อันตราย"


     จำได้ว่าเคยอ่านเจอในหนังสือ หากเจอสัตว์ป่าตัวเดียวโดดๆ ทั้งๆ ที่มันควรจะมาเป็นฝูง ให้ตระหนักไว้ก่อนเลยว่า มันถูกไล่ออกมาจากฝูง ในที่นี้เรียกว่า "กระทิงโทน" ก็ได้ สัตว์ป่าที่ถูกขับออกจากฝูงมักจะเกรี้ยวกราด เพราะนอกจากเสีย self ที่โดนไล่ออกมา ยังมักจะหิวโหยอีกด้วย ดังนั้น ถ้าเจอเหตุการณณ์แบบนี้ท่านว่าให้หมอบไว้ก่อน

     ความเงียบดำเนินไปเกือบสิบนาที พี่ ตชด. ของเรา ตัดสินใจโยนท่อนไม้ให้เกิดเสียงเพื่อให้กระทิงตกใจ และก็ได้ผล มันวิ่งหนีกลับเข้าป่าไปอย่างง่ายดาย เสียดายว่า เราไม่สามารถมองเห็นตัวมันได้ในความมืดมิด

     เราเดินต่อไปจนถึงที่พัก อาบน้ำล้างตัว ออกมากินข้าวที่พี่ๆ ทำรอไว้ เป็นอาหารง่ายๆ มีข้าวสาร ไข่เจียว พืชผักที่หาได้แถวๆ นั้น ทั้งผัด ทั้งแกง และ สด ไม่มีเนื้อสัตว์ เพราะไม่มีที่เก็บ มีก็แค่ไก่เบตงที่เรานำมาด้วยเท่านั้น      อ่อ เฉลยเลยแล้วกันครับ ทำอย่างไรไม่ให้ไก่เน่าน่ะรึ ทีแรกเราพยายามหาซื้อกล่องโฟมซึ่งราคาถูกเพื่อจะเอาไปใส่น้ำแข็งแช่ไก่ ปรากฏว่าหาไม่ได้ เลยไปดูกระติก ซึ่งมีแต่ใบใหญ่ราคาแพงเกินไป ผมจึงใช้ลังกระดาษอัดธรรมดานี่แหละใส่ไก่มา แต่ใส่มาแบบ "ตัวเป็นๆ"เลยครับ รับรองไม่เน่า เพียงแค่เสียเวลาออกจากเขียงขายเนื้อไก่ ตามไปซื้อแบบเป็นตัวที่ฟาร์มแทน อิอิ

     จากนั้นลองยาดองสูตรป่ากันพอตึงๆ คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วก็แยกย้ายกันพักผ่อนนอนหลับ จนเช้าก็สัมภาษณ์ความเป็นอยู่กันตามสมควร พี่แกเล่าแถมอีกว่า เมื่อคืน มีกระทิงมาเดินวนเวียนรอบๆ กระท่อมที่เรานอนด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา แต่กับเราน่ะ โอววว อธิบายความรู้สึกไม่ถูกเลย เสียดายว่าเราหลับกันสนิท และเมื่อคืนก็มืดเกินกว่าจะเห็นตัวมัน

     ด้วยเวลาอันจำกัด ใกล้เที่ยง เราเก็บข้าวของ เดินย้อนกลับลงมาทางเดิม ไม่มีแม้เงาของกระทิง เสียดายเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องตัดใจ พร้อมลั่นคำปฏิญาณในใจ จะหาทางกลับมาใหม่ให้ได้

    ถึงตอนนี้เชื่อว่าภาพที่เห็นคงทำให้หลายๆ คนอึ้งในความงามของธรรมชาติ แต่ความมหัศจรรย์ยังไม่หมดแค่นี้ครับ เดี๋ยวภาคต่อไปจะเล่าให้ฟังอีก


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
กริซไม้ วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 16.48 น.
http://www.oknation.net/blog/kclsouth

คุณอาร์ม ต่อภาคสองได้แล้ว อยากเห็นภาพฝูงกระทิง(แดง) เสียดายคราวนั้นไม่ได้ร่วมฝันด้วย มีโอกาสลงมาใต้เมื่อไหร่อีกล่ะ หรือว่าให้น้ารูญ กลับก่อนถึงจะมา อิๆๆ
ความคิดเห็นที่ 15
โต.รัตนะ วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 10.40 น.

เสี่ยอาร์ม อย่าลืมเล่าเรืองในโรงแรมสยองที่เบตงด้วยดิ
อ้อ ลืมไปตอนเจอฝูงกระง และตามต่อด้วยรอยเท้าเสือใหญ่เบิ้มด้วยน๊ะ
เกือบลืมอีกช่วงตอนนั่งนับนกเงือกฝูงเบ้อเริ่ม
ส่วนภาพที่เสี่ยอาร์มช่วยบันทึกเมื่อครั้งร่วมเดินทางด้วยกันยังเก็บไว้ปะ อยากได้
ความคิดเห็นที่ 14
-มี๊-โซน7 วันที่ : 13/03/2007 เวลา : 20.12 น.
http://www.oknation.net/blog/zone7

คุณ lomo ถามโดนใจ
มีตอนซื้อน่ะ เจ้าของฟาร์มเค้าบอกให้ซื้อตัวเมียเพราะมันไม่ค่อยขัน แค่ส่งเสียง กุ่กๆๆๆๆ ในลำคอทั้งวัน ตอนเจอกระทิงเลยไม่ต้องลุ้นมากคับ
ความคิดเห็นที่ 13
น้ำเน่าเห็นเงาจันทร์ วันที่ : 12/03/2007 เวลา : 23.10 น.
http://www.oknation.net/blog/payphoto
คนดีศรีเมืองนนท์

แจ่มมั๊กมากพี่
ความคิดเห็นที่ 12
sertphoto วันที่ : 12/03/2007 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/sertphoto
ปล่อยวาง......

วันหลังไปถ่ายด้วยนะ
ความคิดเห็นที่ 11
เณรรูน วันที่ : 12/03/2007 เวลา : 13.29 น.
http://www.oknation.net/blog/singslatan

ได้รับของแล้ว .. ขอบ(เท่า)ใจ .. แล้วเมื่อไหร่จะมีภาคสอง สักที่ หือบ่าวอาร์ม
ความคิดเห็นที่ 10
ป๋าโด่ง วันที่ : 11/03/2007 เวลา : 15.15 น.
http://www.oknation.net/blog/idongphoto
" คนไทยที่ปลายด้ามขวาน "

เด๋วนี้ไม่กล้าไปแล้วอ่ะ........แถวนั้น
ความคิดเห็นที่ 9
pat วันที่ : 11/03/2007 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/pat

ภาพ อย่างสวย มากๆๆๆๆวันหลังไปประจำแล้วหาภาพสวย ๆอย่างนี้ มาอีกนะค๊ะ
ความคิดเห็นที่ 8
junior วันที่ : 11/03/2007 เวลา : 00.25 น.
http://www.oknation.net/blog/junior

คุณประดิษฐ์ สามจอเขาเรียกหา 555
ความคิดเห็นที่ 7
สามจอ วันที่ : 10/03/2007 เวลา : 19.43 น.
http://www.oknation.net/blog/SamJaw
ชัตเตอร์ด้านได้อายอด   : เราฆาตกรรมต้นไม้เพียงเพื่อนำมันมาใช้ทำหนังสือพิมพิ์เลวๆ เจมส์ จี วัตต์ จากหนังสือ A DAY  

เก็บเป็นขาวดำ คงจะเจี๊ยบ
ความคิดเห็นที่ 6
jao วันที่ : 09/03/2007 เวลา : 12.41 น.
http://www.oknation.net/blog/jaofoto

อยากไป จัง แล้วคงเจอกันครับ
ความคิดเห็นที่ 5
หลวงรูน วันที่ : 09/03/2007 เวลา : 10.21 น.
http://www.oknation.net/blog/slatan

ป่าที่บ่าวอาร์มไปเที่ยวมา ฝั่งอ.ธารโตและเบตง จ. ยะลา นี่ เขาเรียก ป่าบาลา - ฮาลา ส่วนป่า ฮาลา - บาลา จะอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง และสุคีริน จ.นราธิวาส แต่เรียกชื่อนำหน้าต่างกันแค่นั้นเอง ซึ่งป่าฮาลา - บาลา หรือป่าบาลา - ฮาลา แห่งนี้ก็คือเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่กั้นพรมแดนไทย-มาเลย์ เป็นป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า นานาชนิด น้อยนักที่คนเมืองนักย่ำป่ามืออาชีพจะย่างกรายเข้าไปย่ำยีได้ ... ผมอิจฉา คุณจริง ๆ .......
ผมสอบถามผู้รู้ภาษามาลายูถิ่น ถึงความหมายของคำสองคำนี้ พอประมวลความหมายได้ตามความเข้าใจของผมว่า
= บาลา แปลว่า พื้นที่ยกสูง ซึ่งในที่นี้ อาจจะหมายถึง พื้นที่ป่าเขาสูงชันสลับซับซ้อน
= ฮาลา แปลว่า ปล่อยไปเลย หรือ ปล่อยให้มันเป็นไป
หากแปลความหมายโดยรวม ตามความเข้าใจของคนที่รู้น้อยอย่างผมก็คงจะหมายความว่า " พื้นที่ป่าเขาที่มีความเป็นมาอันยาวนาน และจะคงอยู่ ต่อไปตราบจน ชั่วฟ้าดินสลาย " หรือหากท่านผู้รู้ท่านอื่นคิดว่าเป็นอย่างอื่นไม่ใช่อย่างที่ผมนำเสนอมา ก็กราบขออภัย และขอคำชี้แนะ เพื่อเติมเต็มให้สมองผมที่บกพร่อง......................ด้วย
........... บ่าวอาร์ม ครับ ผมนี้ เดินทางเฉียดทางเข้าป่าแห่งนี้ มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยมีโอกาส ได้เข้าไปซึ่งซับมนต์เสน่ห์ของบาลา - ฮาลา แบบจริงๆจังๆสักที รู้สึก ... และเป็นปลื้ม เช่นเดียวกับท่านผู้อ่าน ที่ได้เที่ยวไปกับคุณแบบ " ไม่ต้องเสียว ในสถานการณ์เสี่ยง " และอยากจะบอกว่า นี่แหละคือ อันซีนแห่งจังหวัดชายแดนภาคใต้ของจริง .....
ความคิดเห็นที่ 4
น้อย วันที่ : 09/03/2007 เวลา : 00.34 น.
http://www.oknation.net/blog/noiy
น้าแมน

นั่งไทม์แมชชีน ของคุณโซน7นี้ มันมากเลย อ่านแล้วเห็นภาพเลย ไม่ใช่ซิผมนั่งไทม์แมชชีนมา โอ้หวาดเสียวมากแล้วตอน2 จะมาเมื่อไรจ้ะ ออ..ต้นไม่ที่ตายแบบธรรมชาติมันดูแล้วหดหู่มาก แต่ก็มองแล้วสวยไปอีกแบบ เอาไปเลย1คะแนนออยากให้มากแต่ใส่ได้ที่ละ1
ความคิดเห็นที่ 3
dhaniz วันที่ : 09/03/2007 เวลา : 00.27 น.
http://www.oknation.net/blog/lomo

อึ้งกับธรรมชาติเหมือนกัน
ถึงกะหิ้วไก่เป็นๆไป แล้วมันไม่ขันหรอ 55+
ความคิดเห็นที่ 2
huizuke วันที่ : 09/03/2007 เวลา : 00.18 น.
http://www.oknation.net/blog/Huizuke


อืม เข้ามาดูตามคำขอแล้ว
ความคิดเห็นที่ 1
kunjumpa วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 23.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kunjumpa

รูปสวยแจ่งมากเลยนะ..ครับกระผม
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน