| ค่างแว่นถิ่นใต้ | ||
ค่างแว่นถิ่นใต้ ที่ อ่าวมะนาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขนขาวๆ รอบตานี่แหละ น่ารักที่ซู๊ดดด |
||
|
View All |
||
| พลายสามพราน ตอนที่1 | ||
หมอช้าง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ สัตวแพทย์ ร่วมใจกันคล้องพลายสามพรานออกจากป่า เขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อนำมารักษาอาการบาดเจ็บหนักที่ขาหน้าขวา จากการติดบ่วงของชาวบ้าน |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อสักเกือบๆ 5 ปีที่แล้ว ผมถูกส่งไปประจำชายแดนใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์ก่อการร้าย ด้วยความที่ไปอยู่เป็นเดือนๆ จนเริ่มชินกับพื้นที่ เลยริอาจแอบชวนเพื่อนๆ ที่ ศูนย์ไปหนีเที่ยว กะว่าจะไป เบตง และ ละแวกใกล้เคียง แถมด้วยทำรายงานเรื่องชีวิต ตชด. กลับมาเป็นข้ออ้าง แต่กลับได้ประสบการณ์สุดยอดครั้งหนึ่งในชีวิตกลับมาแบบไม่คาดฝัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร นั่งไทม์แมชชีนไปชมกันครับ
จุดที่ได้เดินทางเข้าไปนั้นเป็นบริเวณป่าทึบรอยต่อระหว่าง จ.ยะลา กับ จ.นราธิวาส ซึ่งฝั่ง จ.นราธิวาส จะมีชื่อเสียงมากกว่า และรู้จักกันในชื่อ "บาลา-ฮาลา" แต่ป่าด้านที่ผมเดินทางเข้าไปเป็นทางฝั่ง อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า "ฮาลา-บาลา" ทีแรกนั้น ได้ข่าวมาว่า พี่ๆ ตชด. ที่ลาดตระเวนอยู่ในป่า พบกระทิงฝูงหนึ่งลงมาหาหญ้าอ่อนกินอยู่ ด้วยความตื่นเต้น ผมจึงไม่ลังเลจะหาทางหลบงานเข้าไปให้ได้ จนสบโอกาส รวบรวมเพื่อนๆ และอุปกรณ์ถ่ายภาพเท่าที่มี เดินทางมุ่งหน้าไปทันที หลังจากติดต่อประสานงานกับพี่ๆ ตชด. ซึ่งในจิตน้ำใจงดงาม เราได้อาศัยนั่งเรือเข้าไปยังฐาน ตชด. เหนือเขื่อนบางลาง และไม่ลืมที่จะติด "ไก่เบตง" แสนอร่อยซึ่งซื้อมาก่อนหน้านี้ไปฝาก เรามีปัญหานิดหน่อยกับเจ้าไก่เบตงนี่ เพราะด้วยความที่เราต้องใช้เวลาเดินทางกันเป็นวัน เลยต้องมานั่งหาวิธีเอาไก่เข้าไปโดยไม่ให้เนื้อเน่าเสีย ให้ทายว่าผมใช้วิธีไหน 1.ใส่กระติก 2.ใส่กล่องโฟม 3.ใส่ลังกระดาษ ไปดูเฉลยกันตอนท้ายครับ เราแวะที่ฐานอยู่พักนึง ตระเตรียมร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วลงเรือต่อไปยังฐานซึ่งอยู่เหนือน้ำขึ้นไปในป่าทึบ ที่นี่เอง ที่ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอย่างยากลำบากหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ร่องรอยของไม้ที่ยังยืนตายปริ่มน้ำที่แห้งขอด กับ ดินที่เริ่มแตกเพราะน้ำระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว
ผมเดินงุ่นง่านกดชัตเตอร์ผลานสไลด์ไปเป็นสิบม้วน (เสียดายยังไม่เป็นดิจิตอล) จนฟ้าเริ่มมืด พี่ๆ ต. ตะโกนเรียกให้เลิกถ่าย แล้วออกเดินกันต่อเพราะต้องไปอีกไกล เราเริ่มออกเดินอีกครั้ง ลัดเลาะไปตามลำธาร ตัดทุ้งหญ้า แถบจะไม่ได้ขึ้นเขา แต่ด้วยความที่ปกติไม่มีใครเดินมาตามทางนี้นอกจาก ตชด. ทำให้มันไม่เป็น "ทางเดิน" ซักเท่าไร ประกอบกับแสงที่น้อยลงทุกนาที ผมเริ่มเดินเตะนู่นเตะนี่ เพราะมองไม่เห็น หนำซ้ำ นันยางเจ้ากรรมก็มีอันเป็นไปเมื่อต้องเดินลงลำธาร เม็ดทรายในน้ำแทรกตัวเข้าระหว่างผ้าใบกับผิวหนัง เสียดสีกันจนเท้าเริ่มพอง ในที่สุดต้องยอมถอดรองเท้าเดินเพราะยังสบายกว่า ซึ่งเท่ากับว่า หนาม คมหิน ตอไม้ หรืออะไรก็ตาม ย่มประดังมาที่ฝ่าเท้าแบบเต็มๆ (แต่เชื่อเถอะ สบายกว่าทรายถูหนังเท้าเยอะ) แถมเดินลุยน้ำ เอานิ้วโป้งไปซัดกับก้อนหินใหญ่อีก (เฮ้อ มัวแต่ห่วงกล้อง) เกือบชั่วโมงที่เดินอยู่ในความมืดมิด เราพาตัวเองมาอยู่ห่างจากที่พักอีกไม่กี่ร้อยเมตร แต่ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ร้องบอก "หยุด แล้วเงียบ" ......ไม่มีคำถาม ทุกความทำตามอย่างว่าง่าย เพราะยังไงก็ยังอยู่ในถิ่นอันตรายจากผู้ก่อการร้าย และในวินาทีนี้ ความมืดยังเป็นศัตรูสำคัญที่กดดันเราอย่างมาก หนึ่งในสอง ตชด. ปลดเซฟตี้ M-16 ปะจำกายออก เอานิ้วนาบโกร่งไกปืน ผมไม่อยากเดาว่าเกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ คลานไปกระซิบถาม "มีอะไรคับ" พี่แกตอบให้ผมโล่งใจปนดีใจอย่างแรงจนพูดไม่ออก "กระทิงน่ะ มาตัวเดียวด้วย อันตราย"
ความเงียบดำเนินไปเกือบสิบนาที พี่ ตชด. ของเรา ตัดสินใจโยนท่อนไม้ให้เกิดเสียงเพื่อให้กระทิงตกใจ และก็ได้ผล มันวิ่งหนีกลับเข้าป่าไปอย่างง่ายดาย เสียดายว่า เราไม่สามารถมองเห็นตัวมันได้ในความมืดมิด เราเดินต่อไปจนถึงที่พัก อาบน้ำล้างตัว ออกมากินข้าวที่พี่ๆ ทำรอไว้ เป็นอาหารง่ายๆ มีข้าวสาร ไข่เจียว พืชผักที่หาได้แถวๆ นั้น ทั้งผัด ทั้งแกง และ สด ไม่มีเนื้อสัตว์ เพราะไม่มีที่เก็บ มีก็แค่ไก่เบตงที่เรานำมาด้วยเท่านั้น อ่อ เฉลยเลยแล้วกันครับ ทำอย่างไรไม่ให้ไก่เน่าน่ะรึ ทีแรกเราพยายามหาซื้อกล่องโฟมซึ่งราคาถูกเพื่อจะเอาไปใส่น้ำแข็งแช่ไก่ ปรากฏว่าหาไม่ได้ เลยไปดูกระติก ซึ่งมีแต่ใบใหญ่ราคาแพงเกินไป ผมจึงใช้ลังกระดาษอัดธรรมดานี่แหละใส่ไก่มา แต่ใส่มาแบบ "ตัวเป็นๆ"เลยครับ รับรองไม่เน่า เพียงแค่เสียเวลาออกจากเขียงขายเนื้อไก่ ตามไปซื้อแบบเป็นตัวที่ฟาร์มแทน อิอิ จากนั้นลองยาดองสูตรป่ากันพอตึงๆ คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วก็แยกย้ายกันพักผ่อนนอนหลับ จนเช้าก็สัมภาษณ์ความเป็นอยู่กันตามสมควร พี่แกเล่าแถมอีกว่า เมื่อคืน มีกระทิงมาเดินวนเวียนรอบๆ กระท่อมที่เรานอนด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา แต่กับเราน่ะ โอววว อธิบายความรู้สึกไม่ถูกเลย เสียดายว่าเราหลับกันสนิท และเมื่อคืนก็มืดเกินกว่าจะเห็นตัวมัน ด้วยเวลาอันจำกัด ใกล้เที่ยง เราเก็บข้าวของ เดินย้อนกลับลงมาทางเดิม ไม่มีแม้เงาของกระทิง เสียดายเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องตัดใจ พร้อมลั่นคำปฏิญาณในใจ จะหาทางกลับมาใหม่ให้ได้ ถึงตอนนี้เชื่อว่าภาพที่เห็นคงทำให้หลายๆ คนอึ้งในความงามของธรรมชาติ แต่ความมหัศจรรย์ยังไม่หมดแค่นี้ครับ เดี๋ยวภาคต่อไปจะเล่าให้ฟังอีก |