พิมพ์หน้านี้
|
ภัยจากบุหรี่ ท่าทียังขยายกว้างขึ้น
จากสถิติสิงห์อมควันไม่ได้ลดลงตามเจตนาของผู้ทำการณรงค์ ทุกวันนี้ การรณรงค์เพื่อให้สถิติการสูบบุหรี่ของประชากรลดลง จะมีการกระทำกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มของบรรดาวัยรุ่นที่กำลังจะก้าวเข้ามาพบกับภัยของบุหรี่ แต่ดูเหมือนว่า สถิติของคนสูบบุหรี่มิได้ลดลงตามเจตนาของผู้ทำการณรงค์เลย
ทั้งนี้เนื่องจาก มีปัจจัยอื่นๆในสังคม พยายามที่จะตอกย้ำและปลุกกระแสชวนเชื่อในรูปแบบของการ โฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้มีผู้หลงผิดก้าวเข้ามาสู่วงจรของการสูบบุหรี่อย่างแยบยลและแปลกใหม่ แม้ว่าประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายควบคุมการโฆษณาบุหรี่ที่ก้าวหน้าระดับหัวแถวของโลกมาตั้งแต่ปี 2535 หลังมี พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่มีเนื้อหารวมถึงการ total ban นั่นคือห้ามโฆษณาบุหรี่ผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง
แต่วันนี้ กฎหมายดังกล่าวกำลังล่อแหลมต่อภาวะ "ล้าสมัย" ไปเสียแล้ว ด้วยการท้าทายจากสื่อในโลกสมัยใหม่ที่ผลิตและส่งต่อถึงกลุ่มเป้าหมายแบบไร้พรมแดน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.
นพ.
จากการสำรวจพบอีกว่า กลยุทธ์การเผยแพร่บุหรี่ให้ออกไปสู่สังคม ที่เป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย มีบริษัทบุหรี่ทุ่มเงินไปกับการเป็นสปอนเซอร์รถแข่งมหาศาล แม้แต่บอลโลกก็ไม่ทุ่มเงินมากเท่า ทั้งที่มีการถ่ายทอดทีวีทั่วโลกเหมือนกัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเวลาถ่ายทอดฟุตบอลกล้องจับที่ลูกฟุตบอล ฉะนั้นโอกาสเห็นโลโก้ก็จะน้อย แต่ในการถ่ายทอดรถฟอร์มูล่าวัน กล้องมุ่งจับไปที่รถ และทุกวินาทีที่กล้องจับไปที่รถ คนดูจะเห็นโลโก้บุหรี่ไปพร้อมกัน ซึ่งการการโฆษณาบุหรี่ผ่านช่องทางสื่อไร้พรมแดนนับเป็นภัยเงียบที่ต้องหาทางเร่งแก้ปัญหาก่อนจะสายเกินไป
ดร.
ในพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 มาตรา 8 ระบุชัดเจนว่า ห้ามผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือแสดงชื่อเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ยาสูบในสื่อทุกชนิด ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมส่งผลทำให้ธุรกิจยาสูบได้รับความกระทบกระเทือนในเรื่องของยอดการขายอย่างเห็นได้ชัด โดยจากการเปิดเผยของ ผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า ยอดขาดลดลงประมาณ ร้อยละ 10
ในสภาพเช่นนี้ทำให้อุตสาหกรรมยาสูบต้องหันมาพึ่งกลวิธี "การตลาดเพื่อสังคม (Social marketing) เพื่อใช้เป็นทางออกในการสร้างภาพลักษณ์และครองใจผู้คนในสังคม ในรูปแบบกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทุนการศึกษา การอุปถัมป์กิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปะ
ตัวอย่าง เช่น โครงการ "ยุวชนพิทักษ์รักษ์สายน้ำ" ที่ทำในโรงเรียนกว่า 30 โรง ทางภาคเหนือ โดยทางโรงเรียน ครู และนักเรียน จำนวนมากที่ร่วมโครงการไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่าทุนการจัดกิจกรรมมาจากอุตสาหกรรมยาสูบข้ามชาติ เพราะเป็นการโอนผ่านทุนผ่านองค์กรระดับพื้นที่ มาทราบเอาก็ต่อเมื่อเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชน โดยมีผู้บริหารบริษัทบุหรี่แสดงตัวเป็นผู้อุปถัมภ์โครงการดังกล่าว
และมีตัวเลขล่าสุด เปิดเผยว่า ในปี 2550 โรงงานยาสูบให้เงินสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมไทยประมาณ 60 ล้านบาท ส่วนบริษัทบุหรี่ต่างชาติ ก็ทุ่มงบประมาณนับล้าน ๆ บาท เพื่อกิจกรรมสังคมเช่นกัน
เรื่องนี้เห็นทีว่า คงจะต้องมีการห้ำหั่นต่อสู้กันไปอีกนาน ระหว่าง ความอยู่รอดของฝ่ายหนึ่ง กับ ความปลอดภัยของประกรชาติอีกฝ่ายหนึ่ง
ในส่วนของภาครัฐนั้น หากยังคงกระทำเพียงใช้การณรงค์อย่างเดียว คงจะก้าวไม่ทันกลยุทธ์ที่แปลกใหม่ของฝ่ายตรงข้ามได้แน่ๆ เพราะเยาวชนไทยทุกวันนี้ชอบลองของปลกอยู่แล้ว หากภาครัฐยังต้วมเตี้ยมใช้แต่รูปแบบเก่าๆมาใช้เพื่อการต่อต้านรณรงค์เห็นทีว่า นักสูบบุหรี่คงจะมีเพิ่มมากขึ้นท่ามกลางข้อมูลที่น่ากลัวจากภาครัฐ...ที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญเท่าไรนัก
ที่มา : ข้อมูลจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ภาพประกอบ : Team
|
| Marry U-SJ | ||
- |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |