พิมพ์หน้านี้
|
ขออภัยที่ห่างหายไปหลายอาทิตย์ ติดภาระกิจมากมายครับช่วงนี้ ทั้งเรื่องงานและกิจกรรมของครอบครัวเพราะเด็กๆ ยังปิดเทอมอยู่ ตั้งใจจะเขียนอยู่หลายเรื่องแต่เพิ่งมีเวลานี่แหละครับ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสพบปะกับนักบริหารในแวดวงอุดมศึกษาหลายท่าน ในโอกาสที่อินเทลได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (Memorandum of Understanding) กับสามมหาวิทยาลัยราชภัฏ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (จ.ปทุมธานี) และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในการนำเอาหลักสูตรการอบรมพัฒนาครูของอินเทลที่ชื่อว่า Intel Teach เข้าไปผนวกในหลักสูตรภาคบังคับของนักศึกษาคณะ ครุศาสตร์ของทั้งสามแห่ง เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะในการนำเทคโนโลยีไอซีทีไปบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาครูก่อนที่เค้าเหล่านั้นจะออกเป็นเป็นครูจริงๆ สำหรับท่านที่ยังไม่คุ้นเคยกับโครงการ Intel Teach ผมขอถือโอกาสนี้อธิบายคร่าวๆ ว่า Intel Teach หรือชื่อเดิมคือ Intel Teach to the Future เป็นโครงการด้านการศึกษาของอินเทลที่เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาครูผู้สอนให้สามารถปลูกฝังและสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ให้แก่เยาวชนตั้งแต่เค้ายังเป็นนักเรียน เพื่อให้เด็กๆ เหล่านี้มีเติบโตขึ้นไปเป็นทรัพยากรที่แข็งแรงของชาติ ดังเช่นที่ เครก บาร์เร็ต ประธานกรรมการ บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น เคยกล่าวไว้ว่า ครูคือองค์ประกอบสำคัญที่สุด ส่วนเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่จะให้ครูนำไปใช้เท่านั้น หลักสูตรการฝึกอบรมของโครงการ Intel Teach จะช่วยให้ครูสามารถออกแบบแผนการสอนให้มีแนวทางที่ชัดเจน และสร้างกิจกรรมที่กระตุ้นให้นักเรียนนำเทคโนโลยีไอซีทีมาใช้ในการค้นคว้าวิจัย การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการสื่อสารกับผู้อื่น ลองนึกภาพดูสมัยก่อนเราไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ นักเรียนเรียนจากตำราและครูเท่านั้น บรรยากาศการเรียนรู้ไม่สนุก เด็กได้แต่ท่องจำเป็นหลัก แต่การเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนจะกระตุ้นให้เด็กอยากเรียน อยากรู้ อยากค้นหา รู้จักคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และกล้าแสดงออกมากขึ้น บริษัทอินเทลในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการนี้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการมากว่า 6 ปีแล้ว มีครูเข้าอบรมแล้วกว่า 42,000 คนจากทั่วประเทศ ข้อตกลงที่อินเทลเซ็น MOU กับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งสามแห่ง เป็นการนำเอาหลักสูตรการฝึกอบรมเดียวกันกับที่อินเทลทำกับกระทรวงศึกษาธิการมาอบรมอาจารย์คณะครุศาสตร์ของทั้งสามแห่ง ให้สามารถนำเอาหลักสูตรเดียวกันไปผนวกอยู่ในวิชาบังคับของนักศึกษาครูได้ ทำให้นักศึกษาครูเหล่านี้มีทักษะในการนำไอซีทีไปเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการเรียนการสอนได้ทันทีเมื่อจบออกไปเป็นครูจริงๆ เกริ่นมาตั้งนาน ขอเข้าประเด็นที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านอธิการบดี ท่านรองอธิการบดี และคณบดีคณะครุศาสตร์หลายๆ ท่าน รวมทั้งท่านอาจารย์ ผศ.กัลยา แม้นมินทร์ ในวันนั้น ทุกท่านมีความมุ่งมั่นตรงกันที่จะผลิตบุคคลากรครูที่มีคุณภาพสูงสุด และต่างก็เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีว่าจะสามารถเสริมความแกร่งในคุณภาพของ ครูพันธุ์ใหม่ ได้ นอกจากนั้น กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ยังมีส่วนร่วมในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี และให้ความสนพระทัยในการนำเทคโนโลยีมาใช้ทางการศึกษา การพูดคุยกันวันนั้น ทำให้ผมรู้สึกได้ว่ากลไกในการพัฒนาการศึกษาของบ้านเราก็ขับเคลื่อนไปเช่นกัน แต่จะไปช้าเร็วแค่ไหน คงต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย ใครรู้อะไรดีๆ ก็แบ่งปันความรู้ให้แก่กัน ทุกคนต้องเปิดกว้างรับสิ่งใหม่ๆ อย่างเช่น สามมหาวิทยาลัยนี้ต่างก็มีหลักสูตรสอนการใช้คอมพิวเตอร์ให้กับนักศึกษาครูอยู่แล้ว เมื่อได้รับทราบรายละเอียดของหลักสูตรอบรม Intel Teach ก็เห็นว่าสามารถจะใช้สอนให้นักศึกษาครูนำเทคโนโลยีไปใช้เป็นเครื่องมือในการสอนนักเรียนได้ดีกว่าเดิม จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ และยังมีองค์กรเอกชนอีกหลายๆ แห่งที่ผมทราบว่ามีโครงการทางการศึกษาเช่นกัน ตัวผมเองก็มีลูกชายอยู่ในวัยเรียนสองคน ได้เห็นความแตกต่างของระบบการเรียนในสมัยนี้เทียบกับสมัยก่อนแล้วต่างกันมาก ผมให้ลูกใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่เด็ก เพราะเห็นว่าจะช่วยให้พัฒนาการด้านการเรียนรู้ของลูกเร็วและน่าสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังคงต้องคอยดูแลให้ลูกๆ เห็นถึงประโยชน์ของคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มากกว่าแค่การเล่นเกม หรือใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขาไม่เดินหลงทาง สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าครูหรือพ่อแม่ต่างก็มีความสำคัญในการหล่อหลอมเด็กให้โตขึ้นเป็นคนที่มีคุณภาพของชาติ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |