พิมพ์หน้านี้
|
เขาเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยแล้วจะคานอำนาจมติพิเศษของที่ประชุมหรือไม่ . . . ครับ.......การคานอำนาจก็คือหลังจากที่เราได้ปลุกปั้นบริษัทจนเป็นรูปเป็นร่างแล้ว แต่เรามีเงินลงทุนไม่ถึง 1 ใน 4 แห่งทุน แล้วถ้ามีการประชุมเพื่อลงมติพิเศษ ในครั้งแรกต้องได้คะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ส่วนของจำนวนเสียงทั้งหมด และในการประชุมครั้งหลังต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ส่วนของจำนวนเสียงทั้งหมด (เรื่องมติพิเศษให้กลับไปดูได้ที่บทความก่อนหน้านี้) งานนี้เราก็จะแพ้มติพิเศษ เพราะเรามีเสียงไม่ถึง 1 ใน 4 แห่งทุน เช่น เราถือหุ้นเพียง 20% แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่มีเสียงถึง 80% ซึ่งเขามีเสียงเกิน 3 ใน 4 มติที่ลงก็สามารถผ่านได้อย่างง่ายดาย........... แล้วจะแก้ไขอย่างไรละ?........เรื่องนี้ต้องกลับไปดูที่ข้อบังคับของบริษัทแล้วละครับ คนจำนวนมากไม่รู้เพราะนิยมใช้แต่แบบฟอร์มข้อบังคับแบบมาตรฐานในการจดทะเบียนบริษัท จึงเสียโอกาสอย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องก็คือในหมวดที่ 4 ที่ว่าด้วยเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น ลองอ่านกันให้ดีๆนะครับจะไม่พบว่ามีการกำหนดวิธีคานอำนาจมติพิเศษตามมาตรา 1194 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เอาไว้เลย......เราก็แค่เพียงแต่เพิ่มเติมข้อบังคับเข้าไปอีกข้อว่า มติพิเศษจะผ่านก็ต่อเมื่อในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1 ได้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนรับรองไม่ต่ำกว่า 85% ของเสียงที่มาประชุมกันทั้งหมดในครั้งนั้น ผลก็คือเมื่อเกิดการลงมติกันขึ้นผู้ถือหุ้นใหญ่มีเสียงแค่ 80% ต้องขอเสียงสนับสนุนจากเราอีกไม่น้อยกว่า 5% ถ้าเราไม่ให้............ เห็นไหมแค่นี้เราก็สามารถที่จะคานอำนาจผู้ถือหุ้นใหญ่ได้อย่างสบายๆ แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเตือนกันอีกนิดก็คือในการแก้ไขข้อบังคับของบริษัทนั้นถ้าทำหลังจากจัดตั้งบริษัทแล้วต้องแก้ไขโดยการขอมติพิเศษจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นนะ!!...... ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 1145 แห่งมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1145 จำเดิมแต่ได้จดทะเบียนบริษัทแล้ว ท่านห้ามมิให้ตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิแต่อย่างหนึ่งอย่างใด เว้นแต่จะได้มีการลงมติพิเศษ และถ้าผู้ถือหุ้นใหญ่รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไรเขาคงไม่ให้มตินี้ผ่านไปได้แน่ๆ ว่าไหม ทางที่ดีให้จัดทำตั้งแต่เริ่มจดทะเบียนเลยจะดีกว่า โดยเราอาจจะรับหน้าที่ในการจดทะเบียนซะเองซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ในตอนนั้นก็คงจะไม่ขัดอะไรเพราะคิดว่าก็ทำกันไปตามแบบที่ทำกันอยู่ทั่วๆ ไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ก็อย่างที่ผมว่าแหละครับการตั้งบริษัทนะง่าย แต่ทำให้ถูกต้องและถูกใจนะยาก ถ้าเราไม่ศึกษาให้ดี............ เชื่อเถอะ......คุ้ม |