พิมพ์หน้านี้
|
ได้เข้าชื่อที่จะซื้อหุ้นกับเพื่อนแล้ว เปลี่ยนใจไม่ซื้อได้หรือไม่ . . . ครับ........บอกได้เลยครับว่าถ้าได้เข้าชื่อที่จะซื้อหุ้นและบริษัทได้ตั้งขึ้นแล้วจะถอนชื่อไม่ได้ครับ โดยเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1106 และ1114 มาตรา 1106 การที่เข้าชื่อซื้อหุ้นนั้นย่อมผูกพันผู้เข้าชื่อโดยเงื่อนไขว่า ถ้าบริษัทตั้งขึ้นแล้วจะใช้จำนวนเงินค่าหุ้นนั้นๆให้แก่บริษัทตามหนังสือชี้ชวนและข้อบังคับของบริษัท มาตรา 1114 เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนแล้ว ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นจะร้องฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการที่ตนได้เข้าชื่อซื้อ โดยยกเหตุว่าสำคัญผิด หรือต้องข่มขู่ หรือถูกลวงล่อฉ้อฉลนั้น ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ ดังนั้นก่อนที่ทุกท่านจะตกลงใจที่จะเข้าชื่อซื้อหุ้นกับใครก็ขอให้คิดให้ดีนะครับ ไม่ใช่คิดเล่นๆ ว่าไม่เป็นไรขำขำน่า เพื่อนกันมันไม่ว่าอะไรหรอก หรือประเภทของอวดรวยเอาหน้าไว้ก่อนแล้วคิดที่จะถอนทีหลังรู้ไหมครับว่าผลกรรมที่ก่อไว้นั้นจะเป็นอย่างไร.............? ในงานเลี้ยงรุ่นนายไว ได้พบกับนายจิตอีกครั้งซึ่งตอนนี้กำลังจะเปิดบริษัทแต่ยังขาดผู้ที่จะมาซื้อหุ้นของบริษัทอยู่อีก 30% เป็นเงินไม่มากไม่มายอะไร ก็แค่ 300,000.- บาท ด้วยความที่เป็นคนหน้าใหญ่และปากไวสมชื่อ นายไวจึงได้เข้าชื่อที่จะซื้อหุ้นจากนายจิตทั้งหมด แต่หลังจากงานเลี้ยงแล้วนายไวก็ไม่ได้ติดต่อกับนายจิตอีกเลยซึ่งก็คิดว่าแค่ขำขำน่า เพื่อนคงไม่คิดอะไรแต่แล้วหลังจากนั้น หนึ่งเดือนก็มีจดหมายจากนายจิตเรียกให้ไปชำระค่าหุ้นตามที่ได้ลงชื่อซื้อเอาไว้......ตายล่ะกู เงินก็ไม่มีแถมไม่ได้คิดที่จะซื้อหุ้นมันจริงๆ ซะหน่อย ช่าง......ไม่จ่ายซะอย่างก็คนมันไม่มีจะไปหาจากไหน แล้วผลกรรมก็เริ่มทำงาน......... มาตรา 1120 บรรดาเงินค่าหุ้นซึ่งยังจะต้องส่งอีกนั้น กรรมการจะเรียกให้ผู้ถือหุ้นส่งใช้เมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่จะได้วินิจฉัยเป็นอย่างอื่น มาตรา 1121 การเรียกเงินค่าหุ้นแต่ละคราวนั้น ท่านบังคับว่าให้ส่งคำบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ต่ำกว่ายี่สิบเอ็ดวันด้วยจดหมายส่งลงทะเบียนไปรษณีย์ และผู้ถือหุ้นทุกคนจะต้องใช้เงินตามจำนวนที่เรียกนั้นสุดแต่กรรมการจะได้กำหนดไปว่าให้ส่งไปยังผู้ใด ณ ที่ใดและเวลาดใด และถ้านายไวไม่ยอมจ่ายเงินค่าหุ้น นายจิตซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทก็จะใช้อำนาจตามกฎหมายมาตรา 1122 1123 1124 1125 มาตรา 1122 ถ้าและเงินอันจะพึงส่งใช้เป็นค่าหุ้นตามเรียกนั้นผู้ถือหุ้นคนใดมิได้ส่งใช้ตามวันกำหนดไซร้ ผู้นั้นจะต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่กำหนดให้ส่งใช้จนถึงวันที่ได้ส่งเสร็จ มาตรา 1123 ถ้าผู้ถือหุ้นคนใดละเลยไม่ส่งใช้เงินที่เรียกค่าหุ้นตามวันกำหนด กรรมการจะส่งคำบอกกล่าวด้วยจดหมายส่งลงทะเบียนไปรษณีย์ไปยังผู้นั้น ให้ส่งใช้เงินที่เรียกกับทั้งดอกเบี้ยด้วยก็ได้ ในคำบอกกล่าวอันนี้ ให้กำหนดเวลาไปพอสมควรเพื่อให้ใช้เงินที่เรียกกับทั้งดอกเบี้ย และต้องบอกไปด้วยว่าให้ส่งใช้ ณ สถานที่ใด อนึ่งในคำบอกกล่าวนั้นจะแจ้งไปด้วยก็ได้ว่า ถ้าไม่ใช้เงินตามเรียก หุ้นนั้นอาจจะถูกริบ มาตรา 1124 ถ้าในคำบอกกล่าวมีข้อแถลงความถึงการริบหุ้นด้วยแล้ว หากเงินค่าหุ้นที่เรียกกับทั้งดอกเบี้ยยังคงค้างชำระอยู่ตราบใด กรรมการจะบอกริบหุ้นนั้น ๆ เมื่อใดก็ได้ มาตรา 1125 หุ้นซึ่งริบแล้วนั้นให้เอาออกขายทอดตลาดโดยไม่ชักช้า ได้จำนวนเงินเท่าใดให้เอาหักใช้ค่าหุ้นที่เรียกกับดอกเบี้ยค้างชำระ ถ้ายังมีเงินเหลือเท่าใดต้องส่งคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นนั้น เป็นยังไงละครับเสียทั้งเงิน เสียทั้งดอกเบี้ย แต่อย่าคิดว่าหุ้นถูกริบแล้วจะจบนะ ถ้านายจิตเอาหุ้นออกขายแล้วได้เงินมาไม่เท่ากับราคาหุ้น + ดอกเบี้ย ส่วนที่ยังขาดอยู่นายไวก็ยังต้องรับผิดชอบอยู่นะ เป็นไงละที่นี้จะยังคิดไว ปากไว อีกไหม............ผมเตือนแล้วนะ เชื่อเถอะ......คุ้ม |