พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากหลุดปากเสนอไปสนุกๆเรื่องการโต้วาทีในบล็อก อันเป็นส่วนหนึ่งในงาน "สัปดาห์เต๋อ" ที่ทางโอเคเนชั่นเราจะจัดขึ้นในวันที่ 5-11 กันยายนนี้ และเกิดมีผู้ให้ความสนใจพอสมควร ผมจึงต้องไปศึกษาจริงจัง(พอสมควร) ถึงกติกาการโต้วาทีที่เขาใช้กันจริงๆ แล้วเราจะนำมาปรับเปลี่ยนเล่นกันในบล็อกกันได้ยังไง แต่บอกไว้ก่อนตรงนี้เลยว่าการตั้งญัตติแบบนี้ก็เพื่อจุดประสงค์ให้มีการถกกันอย่างออกรสชาติ ไม่ใช่การชี้นำหรือดูหมิ่นลบหลู่อะไรแต่อย่างใดเลย (ถ้าจะตั้งว่า "เต๋อและแกรมมี่เป็นผู้ปฏิวัติวงการเพลงไทย" มันก็ดูจะจืดๆ และก็เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว....) หวังว่าคงเข้าใจนะคร้าบ.... และในการโต้วาทีนี้ผมก็ยังไม่ได้ขออนุญาตแกรมมี่และ...พี่เต๋อด้วย เพราะคิดว่าไม่จำเป็นแต่อย่างใด ไม่งั้นเราจะเขียนถึงใครวิจารณ์ใครก็คงต้องขออนุญาตกันวุ่นวายไปหมด แต่เราก็จะมีกฎกติกามารยาทอย่างเคร่งครัดไม่ให้มีการเลยเถิดแน่นอนครับ และจุดประสงค์ของงานนี้ เรามาดีแน่นอนครับ เรามาดูกติกาสากลกันก่อน....
1. เนื้อหา ( Matter-บทบาทและหน้าที่ของผู้โต้แต่ละปาก) การพูดแบบโต้วาทีจะเป็นการสลับกันพูดตามวาระ โดยมีข้อกำหนดตกลงกันในเรื่องของลำดับการพูดและการใช้เวลาการโต้วาที มีลักษณะเป็นการอภิปรายสาธารณะ จึงมีการแยกกลุ่มผู้พูดออกจากกลุ่มผู้ฟัง แต่การโต้วาทีไม่มีช่วงเวลาการเปิดอภิปรายทั่วไปเหมือนการอภิปรายประเภทอื่น องค์ประกอบของการโต้วาทีการโต้วาทีจะได้ผลสมบูรณ์ ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบ ต่อไปนี้ ๑. ญัตติ คือ หัวข้อหรือประเด็นปัญหา ซึ่งเป็นข้อที่คณะผู้พูดทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันข้ามกัน และ หยิบยกมาอภิปรายโต้แย้งกัน ๒. บุคคลที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการโต้วาที มีดังนี้ ๒.๑ ประธานการโต้วาที คือผู้ที่ทำหน้าที่ดำเนินการโต้วาที ให้เป็นไปตามแบบแผนและข้อตกลงต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว ประธานการโต้วาทีจะมีผู้ช่วยทำหน้าที่เป็นผู้กำกับเวลาอีกคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อทำหน้าที่กำกับเวลาของผู้โต้ ให้เป็นไปตามข้อตกลงในการโต้วาทีแต่ละครั้ง ประธานต้องปฏิบัติดังนี้ (๑) กล่าวนำให้ผู้ฟังทราบถึงญัตติของการโต้วาที มีที่มาอย่างไร สืบเนื่องมาจากปัญหาใด และเมื่อโต้วาทีจบแล้ว คาดหวังว่าจะได้ข้อสรุปหรือข้อคิดอย่างไร เป็นการชวนให้ผู้ฟังสนใจ (๒) กล่าวคำแนะนำคณะผู้โต้วามีทั้งสองฝ่าย กล่าวแนะนำผู้ช่วยกำกับเวลาและแนะนำคณะผู้ตัดสิน (๓) ชี้แจงข้อปฏิบัติ กติกา และการให้สัญญาณที่เกี่ยวกับการโต้วาทีในครั้งนั้นให้ผู้ทั้งสองฝ่าย คณะผู้ตัดสิน และผู้ฟังตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องได้ทราบ (๔) เชิญผู้โต้ขึ้นพูดตามลำดับ (๕) เป็นผู้แจ้งผลการตัดสินของคณะกรรมการให้ที่ประชุมทราบ รวมทั้ง ๒.๒ คณะผู้โต้วาที คือกลุ่มคนสองกลุ่มที่มีความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งขัดแย้งกันอย่างตรงกันข้าม คนสองกลุ่มนี้ตกลงใจที่จะแสดงความคิดเห็นของตนให้อีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งได้ในที่สาธารณะ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้ประเมินความสมเหตุสมผลของความคิดที่ขัดแย้งกันนั้นว่า ฝ่ายใดถูกต้องหรือเหมาะสมกว่า คณะผู้โต้จะแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่มีความเห็นสนับสนุนญัตตินั้นเรียกว่าฝ่ายเสนอ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหรือมีความคิดโต้แย้ง เรียกว่า ฝ่ายค้าน โดยทั่วไปแล้ว แต่ละ ฝ่ายจะมีจำนวน ๓-๔ คน ผู้โต้แต่ละฝ่าย จะมีหัวหน้าคนหนึ่ง นอกนั้นเรียกว่าผู้สนับสนุน ดังนั้นคณะผู้โต้แต่ละฝ่ายจึงเป็นดังนี้ ๒.๒.๑ หัวหน้าฝ่ายเสนอ หัวหน้าฝ่ายเสนอจะได้รับเชิญให้เป็นผู้เสนอประเด็นก่อน หัวหน้าฝ่ายเสนอ ต้องเริ่มต้นด้วยการกำหนดขอบเขตของญัตติ การให้นิยามคำที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงเสนอว่าตนมีทรรศนะต่อเรื่องที่โต้วาทีกันนั้นว่าอย่างไรบ้าง โดยชี้ให้เห็นข้อเท็จจริง อ้างหลักฐานและเหตุผลที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุน ๒.๒.๒ หัวหน้าฝ่ายค้าน หัวหน้าฝ่ายค้านจะได้รับเชิญพูดต่อจากหัวหน้าฝ่ายเสนอ หัวหน้าฝ่ายค้านจะหยิบยกข้อเสนอต่างๆ ของหัวหน้าฝ่ายเสนอทุกเรื่อง ทุกประเด็นมาแสดงความคิดเห็นคัดค้าน ด้วยหลักฐานเหตุผลที่เตรียมมาแล้ว เมื่อค้านข้อเสนอที่หัวหน้าฝ่ายเสนอนำประเด็นไว้ครบแล้ว จึงควรเสนอข้อสนับสนุนความคิดของฝ่ายค้านกลับไปยังฝ่ายเสนอบ้าง ๒.๒.๓ ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุนทุกคนทำหน้าที่เช่นเดียวกัน คือพูดโต้แย้งประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามเสนอมา โดยใช้เหตุผล ข้อเท็จจริงและข้อมูลต่างๆ เป็นสิ่งสนับสนุนการพูดของตน
๒.๔ ผู้ฟัง ผู้ฟังการโต้วาทีเป็นผู้รับความคิดความรู้ที่ผู้โต้ทั้งสองฝ่ายนำมาโต้แย้งกันเพื่อไปไตร่ตรอง เลือกใช้ให้เกิดประโยชน์ผู้ฟังการโต้วาทีไม่มีโอกาสร่วมอภิปรายเหมือนการอภิปรายสาธารณะ จึงมีหน้าที่เพียงทำตนเป็นผู้ฟังที่ดี มีมารยาทในการฟังเท่านั้น ก็จะใช้ประโยชน์จากการฟังเต็มที่ ๒.๕ การจัดลำดับในการโต้วาที การโต้วาทีเท่าที่จัดกันอยู่ในปัจจุบัน จะกำหนดให้หัวหน้าฝ่ายเสนอและฝ่ายค้าน ใช้เวลาพูดมากกว่าผู้โต้เล็กน้อย โดยจัดลำดับการพูด ดังนี้ ลำดับที่ ๑ หัวหน้าฝ่ายเสนอ ลำดับที่ ๒ หัวหน้าฝ่ายค้าน ลำดับที่ ๓ ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอคนที่หนึ่ง ลำดับที่ ๔ ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านคนที่หนึ่ง ฯลฯ ลำดับที่___ ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอคนสุดท้าย ลำดับที่___ ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านคนสุดท้าย ลำดับที่___ หัวหน้าฝ่ายค้าน - สรุป ลำดับสุดท้ายหัวหน้าฝ่ายเสนอ - สรุป
ขอให้ สังเกตว่า ในการสรุปซึ่งเป็นหน้าที่ของหัวหน้าแต่ละฝ่ายนั้นนิยมให้ฝ่ายเสนอเป็นผู้สรุปหลังหัวหน้าฝ่ายค้าน หัวหน้าฝ่ายเสนอจึงเป็นผู้พูดคนแรกและคนสุดท้ายในการโต้วาที (เฮ้อ....มันยุ่งขนาดนี้เชียวเรอะเนี่ย?) เอาล่ะครับ กลับมาที่ญัตติของเรา "เต๋อ เรวัตและแกรมมี่ทำให้ดนตรีไทยไม่พัฒนา"
ส่วน"ผู้ฟัง"การโต้วาทีในบล็อกนี้ ก็คือผู้อ่านในโอเคเนชั่นทุกคนล่ะครับ ท่านอาจจะเสนอความคิดเห็นอะไรตามมาก็ได้ แต่ต้องเป็นหลังการโต้วาทีสิ้นสุดแล้ว การโต้วาทีจะใช้เป็นการพิมพ์"ความคิดเห็น" ลงใน entry หนึ่งที่ คุณ Kilroy จะเปิดเอาไว้ในบล็อกของเขา และจะพิมพ์สลับกันไปเหมือนในกติกาสากล แต่เราไม่อาจจับเวลาได้ จึงใช้เป็นการนับตัวอักษรแทน หัวหน้าจะพิมพ์ได้ไม่เกิน 3,000 ตัวอักษรในการพูด1 ครั้ง ส่วนผู้สนับสนุน (ลูกทีม) ได้แค่ 2,000 ตัวอักษรครับ สมัครกันเข้ามาเลยครับ เป็นการโต้แบบสบายๆ ฮาๆ ไม่ซีเรียสครับ แต่ใช้เหตุผลคุยกันสนุกๆครับ ถ้ามีผู้สมัครครบสองฝ่ายเมื่อไหร่ ผมจะมากำหนดวันชกเอ๊ยโต้กันอีกทีนะครับ.... แต่ถ้าไม่มีใครสมัครเพิ่ม คุณคิลรอยจะนำทีมฝ่ายค้านชนะบายไปเลยโดยปริยาย.... ******************** สมัครได้ที่ entry นี้หรือที่ blog kilroy หรือจะทาง msg ก็ได้ หมดเขตรับสมัคร 7 กันยายน 2550 24.00 น. |