• winston
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : winstonbkk@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-04
  • จำนวนเรื่อง : 435
  • จำนวนผู้ชม : 128945
  • จำนวนผู้โหวต : 341
  • ส่ง msg :
A Day In The Life
Rock 'n' Roll is real.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adayinthelife
วันอังคาร ที่ 1 เมษายน 2551
Concert For George
Posted by winston , ผู้อ่าน : 965 , 01:11:01 น.   | หมวดหมู่ : The Beatles  
พิมพ์หน้านี้


 

Concert for George
Beware of sadness

       ถ้าคุณเป็นแฟนของจอร์จ แฮริสัน หรือ เดอะ บีเทิลส์ที่ยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของ เต่าทองผู้เงียบขรึมผู้นี้ ผมขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการชมดีวีดีชุดนี้หรือแม้แต่การฟังซีดีก็ตาม เพราะคุณไม่มีทางกลั้นน้ำตาไว้ได้ตลอดรายการอย่างแน่นอน

     29 พฤศจิกายน 2002 ณ รอยัล อัลเบิร์ต ฮอลล์ กรุงลอนดอน 1ปีเต็มหลังจากการเสียชีวิตของจอร์จ ภายใต้การนำทีมของ อีริค แคลปตัน เพื่อนๆของจอร์จมาพร้อมใจกัน “เฉลิมฉลองให้กับดนตรีและชีวิตของจอร์จ แฮริสัน” ดังประโยคที่แคลปตันกล่าวไว้ตอนเปิดงาน ซึ่งหลังจากได้สัมผัสดีวีดีชุดนี้อย่างละเอียดทุกแง่มุมแล้ว ผมยืนยันว่าไม่มีการ tribute อะไรให้จอร์จจะทำได้เลิศเลอไปกว่านี้อีกแล้ว แคลปตันเป็นเพื่อนสนิททั้งในชีวิตดนตรีและชีวิตรักของจอร์จมาตลอด แต่เขาแทบจะไม่เคยออกมาพูดหรือให้สัมภาษณ์อะไรเลยในห้วงเวลาที่จอร์จจากไป นั่นเป็นเพราะเขาต้องการจะ”พูด”ออกมาด้วยดนตรีมากกว่า และสรรพเสียงที่เขาและเพื่อนๆของจอร์จ (ในดีวีดีจะเรียกกันว่า “วงของจอร์จ”- George’s band) สร้างสรรค์ออกมานั้นก็กินความหมายทดแทนคำพูดทั้งหมดที่แคลปตันไม่ได้พูดออกไปได้อย่างเกินพอ

     ท่านที่ต้องการจะลงทุนเพียงครั้งเดียวก็คงต้องเลือกดีวีดีที่มีด้วยกันสองแผ่น แผ่นแรกจะเป็นคอนเสิร์ทแบบสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ อีกหนึ่งแผ่นจะเป็นเวอร์ชั่นที่ตัดต่อเพื่อการฉายทางภาพยนตร์สลับไปกับการซ้อมการสัมภาษณ์และของแถมอีกพองาม ส่วนซีดีออดิโอจะเป็นสองแผ่น แผ่นแรกเป็นดนตรีอินเดียล้วนๆจากฝีมือการประพันธ์ของ ราวี ชังการ์ บวกกับเพลงแขกของจอร์จเองหนึ่งเพลง และอีกแผ่นเป็นดนตรีร็อคที่เกือบทุกเพลงเป็นผลงานของจอร์จ ในซีดีจะขาดไปแค่ 1 เพลงจากทั้งหมดที่แสดงในคอนเสิร์ท เพลงนั้นคือ Horse to the water เพลงสุดท้ายที่จอร์จบันทึกเสียง จากการร้องอันสนุกสนานในค่ำวันนั้นของ Sam Brown และเปียโนโดย Jools Holland
     หลังจากเพลงสวด     Sarve Shaam จบลง ปรมาจารย์ ราวี ชังการ์กล่าวเปิดงานได้อย่างน่าขนลุกว่า “ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจอร์จต้องอยู่ในฮอลล์นี้กับเราแน่ๆ เขาจะไม่มาได้อย่างไร ในเมื่อพวกเราทั้งหมดที่รักเขายิ่งนักได้มารวมกันเพื่อร้องเพลงให้เขา เล่นดนตรีให้เพื่อเขา ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเขาอยู่ที่นี่แล้ว”

      Anoushka Shankar ลูกสาวคนสวยของท่านราวีเล่นเพลงเปิดงาน ‘Your Eyes’ เธอโชว์ฝีมือการเล่นซีต้าร์ได้อย่างงดงามและสนุกสนาน เจฟฟ์ ลีนน์ ถือกีต้าร์โปร่งพร้อมหมวกและแว่นตาดำประจำตัวเดินเข้ามาในหมู่นักดนตรีอินเดียเล่นเพลง ‘The Inner Light’ บทประพันธ์ของจอร์จ แฮริสันจากปี 1968 และเป็นเพลงแรกของเขาที่ได้ออกเป็นซิงเกิ้ลในนามสี่เต่าทอง แม้ว่าลีนน์จะร้องได้ไร้อารมณ์เหมือนคนไม่สบายไปหน่อย (เป็นอย่างนี้ทุกเพลงสำหรับเขาในงานนี้) แต่เพลงก็ออกมาดูดีและประทับใจผู้ชมมากๆ

      ไฮไลท์จริงๆของช่วงดนตรีภารตะนี้คือ ‘Arpan’ (แปลว่า “ผู้ให้”) ราวี ชังการ์ประพันธ์เพลงนี้ให้เป็นซาวนด์แทร็คของชีวิตผู้ชายชื่อจอร์จ แฮริสันโดยเฉพาะ อนุชกา รับหน้าที่เป็นผู้กำกับวงให้กับเพลง epic อันยาวเหยียดนี้ ท่านจะได้ฟังเครื่องดนตรีอินเดียหลากหลายประเภททั้งเครื่องสายเครื่องเป่าและกลองสารพัดชนิดขยับผลัดกันเข้ามารับบทนำบนท่วงทำนองที่ฟังไม่ยากและไพเราะกว่าที่เราคิดกันไว้ โดยแต่ละท่อนดนตรีจะเป็นการสื่อถึงบุคลิกของจอร์จในรูปแบบต่างๆกัน ทั้งลุ่มลึกในปรัชญา สนุกสนานกันเอง และบางครั้งก็เกรี้ยวกราดยากจะคาดเดา ในช่วงท้ายเพลงยังมีเครื่องสายจากดนตรีคลาสสิกตะวันตกห้าชิ้นเข้ามาร่วมบรรเลง และแคลปตันก็มาผสมโรงด้วยกีต้าร์สายไนล่อนที่เขาต้องเล่นในจังหวะดนตรีอันยากเย็น ก่อนที่เพลงจะจบลงด้วยเสียงร้องประสานแบบแขกๆในท่วงทำนองที่คล้ายคลึงกับตอนต้นเพลง ผู้ชมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยืนปรบมือกันยาวนาน ในแผ่นที่สองจะมีเบื้องหลังการประพันธ์และการซักซ้อมดนตรีในเพลงนี้ว่าเต็มไปด้วยความยากเข็ญแค่ไหน เพราะดนตรีอินเดียไม่มีการเขียนโน้ต ราวีต้องไปฮัมทำนองและไปสอนนักดนตรีแต่ละคนเป็นรายตัว ก่อนที่จะมาเล่นพร้อมๆกันอีกครั้ง ถ้าจอร์จมาดูอยู่ในฮอลล์คืนนั้นจริง ผมว่าเขาคงไม่พลาดที่จะไปชมการซ้อมของนักดนตรีด้วยแน่ๆ

     ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วง Electric set ก็จะเป็นการแสดงของคณะตลก Monty Pyton ที่มีความสัมพันธ์กับจอร์จและ Handmade Film ของเขา เรียกเสียงฮาได้สนั่นหวั่นไหว ในเพลง The Lumberjack Song  (อันเป็นเพลงที่จอร์จโปรดปรานมาก) ท่านผู้อ่านลองสังเกตดูดีๆจะเห็นดาราออสการ์หลายตัว-ทอม แฮงคส์แทรกตัวอยู่เป็นหนึ่งในนักร้องประสานเสียงด้วย

   ช่วงอีเล็กทริคเซ็ท แคลปตันและวงของเขาพร้อมด้วย ธานี แฮริสัน ลูกชายคนเดียวของจอร์จ จะยืนพื้นตลอด ธานีหน้าเหมือนจอร์จตอนหนุ่มๆมากจริงๆ แต่ออกจะตัวเล็กและผอมกว่า ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะอายุ 28 ปี แล้ว จากภาพลักษณ์ที่เห็นหลายคนคิดว่าน่าจะยังไม่ 20 ด้วยซ้ำ (ธานีกล่าวติดตลกในช่วงสัมภาษณ์ว่า จริงๆเขาอยากจะกลับไปนั่งดูข้างล่างสบายๆ แต่ที่นั่งของเขาถูกคนอื่นแย่งไปแล้ว)

   เพลงเอกของจอร์จทุกเพลงถูกนำขึ้นมาเล่นอย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคือบนเวทีบางช่วงมีมือกีต้าร์เจ็ดแปดคน ส่วนมือกลองก็ปาเข้าไปสี่คนเล่นไปพร้อมๆกัน แต่เสียงที่ออกมากลับไม่ตีกันวุ่น ซึ่งเรื่องนี้ Joe Brown ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเล่นคอนเสิร์ทเดียวกับบีเทิลส์และสี่เต่าทองเป็นวงรองด้วยซ้ำมาแล้ว อธิบายว่า นั่นเป็นเพราะนักดนตรีที่เล่นกันบนเวทีนี้เคยเล่นกับจอร์จมาแล้วแทบทุกคน และพวกเขาเข้าใจในความสำคัญของตัวโน้ตที่เล่น พอๆกับโน้ตที่ ไม่ได้เล่น และดนตรีของจอร์จ ไม่ได้มาจากกระดาษ แต่ทุกเพลงมันออกมาจากหัวใจ เล่ากันว่าครั้งหนึ่งจอร์จเคยแอบเอากีต้าร์ของโจมาเต๊ะท่าให้ไมเคิลน้องชายพอลชักภาพเก็บไว้ เพราะตัวเองไม่มีโอกาสได้ถือกีต้าร์หรูขนาดนั้น ตอนนั้นโจเข้าห้องน้ำอยู่! คืนนี้โจร้องสามเพลงคือ Here Comes The Sun, That’s The Way It Goes ในสไตล์ออกโอลดี้ส์กึ่งลูกทุ่งได้เข้ากับบรรยากาศของบทเพลงไม่เลว และไม่น่าเชื่อว่าเขาจะได้เป็นคนร้องปิดงานในเพลง I’ll See You In My Dreams ได้ไพเราะกินใจท่ามกลางใบไม้ที่ถูกโปรยลงมาจากเบื้องบน

  ผู้กำกับดนตรีในค่ำคืนนี้-แคลปตันเล่นกีต้าร์ราวกับเขาจะไม่มีโอกาสเล่นเพลงของจอร์จเหล่านี้อีกแล้วในชีวิต ทุกโน้ตเหมือนรีดออกมาจากวิญญาณอันปวดร้าวผ่านมาสู่ปลายนิ้วและสายโลหะ Isn’t It A Pity ---เพลงที่แคลปตันให้ความเห็นว่าเป็น George’s finest –เป็นเพลงที่แคลปตันก้าวไปสู่จุดสูงสุดของกระบวนการโซโล่กีต้าร์ทั้งหมดในคืนนี้ (ในตอนซ้อมเขาบ่นว่าเป็นเพลงที่ดูเหมือนจะไม่มีทางเล่นให้ถูกได้เสียที) ที่เด่นไม่แพ้กันคือการเล่นออร์แกนของบิลลี่ เพรสตัน ในเพลงนี้ แกใส่สุดชีวิตหน้าตาเหยเกไม่มีดีขณะแผ่นิ้วกรีดกระแทกไปบนแป้น บิลลี่ยังได้รับเกียรติให้ร้องเพลงเอก ‘My Sweet Lord’ อีกด้วย ทุกวิญญาณในฮอลล์เปล่งเสียงร้องประสานคลอคู่ไปกับเขาอย่างน่าชื่นมื่น

  ทอม เพ๊ตตี้และวงคู่บุญ-เดอะ ฮาร์ทเบรคเกอร์สเลือกร้อง Taxman และ I need you ในท่อนที่เขาร้องว่า “Please come on back to me, I’m lonely as can be, I need you” สายตาท่าทางและเสียงร้องของเพ๊ตตี้บ่งบอกว่าเขาร้องเพลงนี้ให้ใครในคืนนั้น ในบทสัมภาษณ์ทอมเล่าถึงเรื่องน่ารักๆของวง Traveling Wilburysที่เขาและจอร์จเป็นสมาชิก และการใช้คอร์ดกีต้าร์แบบแปลกๆของจอร์จ


  คอนเสิร์ทนี้คงจะไม่มีทางสมบูรณ์ถ้าจะขาดสองสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ของสี่เต่าทอง ริงโก้ สตาร์ และ พอล แมคคาร์ทนี่ย์ ในช่วงสัมภาษณ์ริงโก้ เล่าให้เราฟังว่าเขารู้จักจอร์จในเยอรมัน เขาเป็นแฟนของบีเทิลส์ขนาดที่ตามไปนั่งดูและขอเพลงซะด้วย ต่อมาไบรอันผู้จัดการวงเลยชวนมาเข้าวงซะเลย (แกเล่าไปก็ขำไป) และยังขุดเรื่องที่แกเป็นต้นเหตุให้ธานีไม่ชอบกลองมาให้ฟังต่อ ริงโก้ดูจะผอมไปนิด แต่ก็สุขภาพดี (บางคนแซวว่าดูแกจะแฮปปี้เกินกว่าเหตุไปหน่อยสำหรับงานแบบนี้) ในคอนเสิร์ท ริงโก้ร้องสองเพลงคือ Photograph ที่เขาแต่งกับจอร์จ แต่เขาบอกว่าตอนนี้ความหมายของมันเปลี่ยนไปจากเพลงรักแล้ว ท่านผู้อ่านลองหาเนื้อมาดูกัน และเพลงสนุกๆของคาร์ล เพอร์กินส์ ‘Honey Don’t’ ที่ริงโก้เคยร้องไว้กับบีเทิลส์ในปี 1964 เขาบอกว่าจอร์จชอบคาร์ล เขาก็เลยเลือกเพลงนี้มาเล่น ว่าไปก็จริงนะ ก็นี่มันคอนเสิร์ทเพื่อจอร์จ  การเลือกเพลงแบบนี้เรียกว่ารู้ใจเพื่อนกันจริงๆ ตอนจบเพลงนี้ แคลปตันกระเซ้ามือกลองเต่าทองด้วยการทำท่าปา Jellybabies ใส่เขา (เป็นมุขวงในของ Beatlemania จริงๆ เรื่องก็คือจอร์จเคยให้สัมภาษณ์ในยุคที่สี่เต่าทองกำลังดังระเบิดนั้นว่าเขาชอบกิน Jellybabies ที่คงลักษณะเป็นเยลลี่หนึบๆ เลยกลายเป็นประเพณีว่าสาวๆต้องหาไอ้ขนมนี้มาปาขึ้นไปบนเวทีเวลาบีเทิลส์เล่นคอนเสิร์ท ปัญหามันมีอยู่ว่าขนมนี้ในอเมริกาจะไม่นิ่มเหมือนของอังกฤษ สี่เต่าทองก็เลยต้องหลบกันจ้าละหวั่นตอนมาเล่นที่เมืองลุงแซม)

    จากดีวีดีชุดนี้ทำให้ผมมั่นใจว่าพอลกับจอร์จและครอบครัวนั้นห่างไกลเกินกว่าคำว่า”สนิทสนม”มาก จากบทสัมภาษณ์ต่างๆดูเหมือนจะไม่มีใครพูดถึงพอล และเป็นไปได้ทีเดียวว่าพอลจะเป็นคนที่ไม่เคยมาซ้อมกับวงมาก่อนแต่มา”สดๆ”บนเวทีกันเลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพอลจะไม่โดดเด่น ตรงกันข้ามการแสดงและการร้องของเขาเป็นไฮไลท์อย่างแท้จริงของรายการ พอลเลือกเพลงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ‘For You Blue’  จากอัลบั้ม Let it be   ก่อนจะคว้า ukulele กีต้าร์ฮาวายตัวเล็กที่จอร์จโปรดปรานมาเล่น Something ที่ครึ่งเพลงหลังแคลปตันเข้ามาเทคโอเวอร์--มันเป็นการเรียบเรียงที่น่าทึ่ง และเป็น performance ที่สุดยอดของทั้งพอลและอีริค แต่เพลงที่ผมประทับใจที่สุดที่พอลร้องกลับเป็น All Things Must Pass เพลงที่เขาและจอห์น เลนนอน เคยไม่แยแสมาก่อน เมื่อจอร์จนำมาเสนอครั้งแรกในการซ้อมดนตรีของบีเทิลส์ในช่วงปี 1969 ผมไม่คิดมาก่อนว่าพอลจะเลือกเพลงนี้มาเล่นในบรรยากาศนี้ พอลร้องแบบเคารพต้นฉบับมากแทบจะทุกอักขระ หลายปีมาแล้วที่เราไม่ได้เห็นเขาร้องและเล่นดนตรีแบบถอดหัวใจแบบนี้

    While my guitar gently weeps บนเวทีคืนนั้น พอล แมคคาร์ทนี่ย์ เล่นเปียโน อีริค แคลปตันจงใจโซโล่กีต้าร์ให้เหมือนกับที่เขาเคยบันทึกเสียงไว้ใน White album  ก่อนที่จะอิมโพรไวส์อย่างถึงที่สุดของอารมณ์  ริงโก้ สตาร์โชว์ความสามารถในการเล่นกับไฮ-แฮทไปพร้อมๆกับเพื่อนๆมือกลองอีกสามคน ถ้าจอห์น เลนนอน อยู่ด้วยในคืนนั้นก็จะครบทุกคนที่ร่วมบันทึกเสียงใน original version เมื่อ 34 ปีก่อน

     ผมไม่ได้ลืม จอร์จ หรอกครับ อย่างทีท่านราวี ว่าไว้

                                    “ข้าพเจ้ามั่นใจ ว่าจอร์จอยู่ที่นี่ในคืนนี้”

******************************************************************************************


 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
AJ.p วันที่ : 06/04/2008 เวลา : 16.50 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -


ความคิดเห็นที่ 5
TheQueenofNostalgia วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 17.21 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ซื้อได้ที่ไหนคะ
หรือคห.สามจะให้หนูยืม
จะได้เพิ่มจุดคุ้มทุน
ความคิดเห็นที่ 4
JACKPOT329 วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 08.29 น.
http://www.oknation.net/blog/jackpot329
เสเพลบอยชาวไร่...ผู้มียี่เกในหัวใจ

George คือเต่าทองตัวที่ผมรักมากที่สุดรองจาก John Lennon ครับ All Things Must Passed และอัลบั้มของ The Wilbury คืออัลบั้มในดวงใจตลอดกาลของผมเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 3
kilroy วันที่ : 01/04/2008 เวลา : 16.41 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

แผ่นนี้คุ้มค่าทุกสตางค์ คอนเทนท์ข้างในแจ่มแจ๋วอย่างที่คุณวินส์บรรยาย
แพ็คเก็จจิ้งดีไซน์ได้รับการออกแบบและใช้วัสดุที่ประณีตมากๆ

Inner Light เป็นแทร็คที่ผมเปิดดูบ่อยสุด รองจากเซสชั่นของดนตรีภารตะ

A must for your belongings.
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 01/04/2008 เวลา : 07.48 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันแรกของเดือนเมษายนค่ะ ..

หน้าร้อนมาเยือนแล้วนะคะ .. ถนอมสุขภาพ และขอให้มีความสุขมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
winston วันที่ : 01/04/2008 เวลา : 01.15 น.
http://www.oknation.net/blog/adayinthelife
You are what you love

ค่อยๆร่วงกันไปทีละคนนะครับ ตามแรงโน้มถ่วงของชีวิต จอร์จตายไปได้ 7 ปีแล้ว มาปีนี้เพื่อนรักของเขา นีล แอสไพนัล ก็จากไปด้วยมะเร็งอีกเช่นกัน ดีวีดีนี้ออกมานานแล้ว เป็นหนึ่งในดีวีดีเพลงที่เยี่ยมที่สุดในวงการ นอกจากคอนเทนต์ที่หายห่วง ภาพและเสียงก็ยังเป็นที่ยอมรับอีกด้วย พลาดไม่ได้ครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Google Doodle

เบื้องหลังการวาดภาพประกอบโลโก Google....

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



The greatest Beatles song?
SHE LOVES YOU
12 คน
I WANT TO HOLD YOUR HAND
13 คน
YESTERDAY
31 คน
IN MY LIFE
70 คน
A DAY IN THE LIFE
10 คน
ALL YOU NEED IS LOVE
18 คน
HEY JUDE
34 คน
SOMETHING
9 คน
LET IT BE
43 คน
WHILE MY GUITAR GENTLY WEEPS
40 คน

  โหวต 280 คน