พิมพ์หน้านี้
|
Van Morrison Keep It Simple (Exile/Lost Highway) *** อัลบั้มที่....35 ของเขา ต่อจาก Pay The Devil งาน cover ดนตรี Country เมื่อ 2 ปีก่อน งานที่สร้างชื่อให้Van Morrison จริงๆอยู่ในยุคแรกสุดอย่างอัลบั้ม Astral Weeks, Tupelo Honey หรือ Moondance โดยเฉพาะ Astral Weeks ที่นักวิจารณ์และนักฟังทั่วโลกยกให้เป็นหนึ่งในงานบันทึกเสียงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ด้วยแนวดนตรีที่ไม่อาจจัดพวกได้ และการบรรเลงที่เหมือนจะไร้ทิศทางแต่มีเสน่ห์น่าหลงใหล เอาล่ะน่า....อย่างน้อยคุณก็คงจะต้องเคยได้ยินเพลง Brown Eyed Girl, Gloria, Bright Side Of The Road ของเขา หรือไม่ก็ Have I Told You Lately ซึ่งอาจจะเป็นเวอร์ชั่นของ Rod Stewart ปีนี้แวนอายุ 62 ปีแล้ว บางคนเรียกเขาว่า Belfast Cowboy หรือไม่ก็ Van The Man เขาเป็นคนเก็บตัว น้อยครั้งที่จะให้สัมภาษณ์ และเป็นมิตรกับสื่อมวลชนพอๆกับนายกสมัคร อย่าว่าแต่สื่อเลย แม้แต่เพื่อนศิลปินด้วยกันก็ยังเข้าหน้าเขาไม่ค่อยติด การแสดงของแวนนั้นออกไปในแนวคุ้มดีคุ้มร้าย ถ้าท่านโชคดีก็จะได้พบกับ performance ที่หาที่ติไม่ได้ เพลงในยุคหลังๆของเขามีหลายเพลงที่เป็นใน theme เบื่อธุรกิจดนตรีเหลือเกิน แนวดนตรี แจ๊ส บลูส์ คันทรี่ โซล โฟล์ค กอสเพล ผสมกันแบบ homogenous ในสูตรที่พ่อครัวแวนเท่านั้นที่จะทำได้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ หรือเป็นนวัตกรรมในทางดนตรีอย่างแน่นอน บ้านของแวนอาจจะไม่มีนาฬิกาหรือแม้แต่ปฏิทิน ดนตรีของเขาเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากเทรนด์ดนตรีใดๆในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา เขาเหมือนคนความจำเสื่อมที่ระลึกได้เฉพาะดนตรีที่เขาซึมซับไว้ในวัยเยาว์เท่านั้น ใน Keep It Simple แวน เล่นกีต้าร์.เปียโน, ukelele และ แซ็กโซโฟน เสียงร้องของแวนยังอยู่ในสภาพเยี่ยม อาจจะไม่พลุ่งพล่านเหมือนในยุค 70s แต่ก็ยังนุ่มนวลคมชัดและเปี่ยมวิญญาณ และวิธีการร้องที่เขาเคยโวยวายว่าบรูซ สปริงสทีนเลียนแบบเขาไปเต็มๆ แต่จะว่าไปเรย์ ชาร์ลส์ ก็ร้องแบบนี้เหมือนกัน นี่เป็นอัลบั้มแรกนับจาก Back On Top (1999) ที่เป็นเพลงแต่งเองทั้งหมด และแวนยังโปรดิวซ์เองด้วย ยังไม่มีวี่แววว่าเขาต้องการบริการปลุกวิญญาณของ Rick Rubin หรือ Phil Ramone มาจัดอัลบั้ม duet ให้ หน้าปกเป็นภาพ headshot ของแวนบนพื้นมืดสนิท บรรยากาศดูซีเรียสมาคุที่เหมือนปกหนังสือสอบสวน-ฆาตกรรม แต่อย่าให้ปกหลอกคุณได้ งานข้างในออกไปทางผ่อนคลายและเต็มไปด้วยเพลงเพราะๆ Keep It Simple ชื่อชุดแวนอาจหมายถึงวิถีการใช้ชีวิตที่เขา recommend หรืออีกทางคือดนตรีในชุดนี้ที่ไม่หรูหรา น้อยชิ้นแ ต่คุณภาพจัด How Can A Poor Boy***Dont Go To Nightclubs Anymore***แวนในแนวบลูส์ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเลือก Poor Boy เป็นเพลงแรกของอัลบั้ม เพราะดูไม่เหมาะกับการเปิดแผ่นเอาเสียเลย ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดี แต่มันเป็นบลูส์ช้าๆที่ขับเคลื่อนด้วย acoustic guitar และ Harmonica ที่น่าจะไปอยู่ท้ายๆแผ่นมากกว่า แต่อย่างว่าล่ะนะ แวนซะอย่าง ซึ่งเมื่อฟังจนจบอัลบั้มแล้วก็กลับรู้สึกว่าเขาตัดสินใจไม่ผิด มันเป็นการอุ่นเครื่องสำหรับเพลงที่จะตามมาในอัลบั้มได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ดนตรี เนื้อหา และอารมณ์ Nightclubs คล้ายๆเดินตามรอยเพลง standard Dont Get Around Much Anymore แต่ update หน่อยด้วยประโยค Dont go to Mr. Clive ซึ่งคงไม่ใช่ Clive ไหนนอกจาก Clive Davis เป็นการยืนยันว่าแวนไม่เคยต้องการชื่อเสียงที่ได้จากการวางแผนทางการตลาด Thats Entrainment****เพลงที่ upbeat ที่สุดและเด่นที่สุด น่าจะตัดเป็นซิงเกิ้ลได้ ถ้าศิลปินอย่างเขายังตัดได้ เสียงปรบมือแบบใน Words Of Love ของ Beatles น่ารักมาก อย่าแปลกใจถ้าคุณแปลคำว่า Entrainment ไม่ออก เพราะแม้แต่ฝรั่งเองก็ยังวิ่งหาดิกกันจ้าละหวั่น Lover Come Back*** เนื้อหาเรียบง่ายกินใจถึงการโหยหาคนรัก เป็นเพลงที่พร้อมจะไปอยู่ในซาวนด์แทร็คหนังฮอลลีวู้ดสักเรื่องได้ไม่ยาก ให้ตายสิครับ นักดนตรีที่โดดเด่น-Mick Green กีต้าร์ ทุกเพลงที่มิกเล่นจะได้ยินเสียงกีต้าร์สดใสอารมณ์ดี และ John Allair เล่น B-3Hammond Organ ใครชอบเสียงออร์แกนตัวนี้รับรองเต็มอิ่ม ตัวแวนเองโชว์ฝีมืออัลโต้แซ็กอยู่สองเพลง หนึ่งในนั้นคือ Soul ****กอสเพลบัลลาดในแบบแวนแท้ๆ Soul is not the color of your skin, soul is the essence from within . เป็นเพลงที่น่านำไป cover เป็นบ้าอีกเพลง เนื้อเพลงแบบนี้อาจจะมีคนเขียนมาเป็นร้อยเป็นพันแล้ว แต่พอได้ฟังแวนร้องด้วยน้ำเสียงลึกล้ำของเขาก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจจริงๆหนอ Behind The Ritual**** เพลงสุดท้าย ที่แวนคงกะเป็นเพลงโชว์ประจำอัลบั้ม ยาวเหยียด แต่เนื้อหามีอยู่นิดเดียว อาจจะมองเป็นเพลงนักนิยมไวน์หรือเพลงแห่งการบรรลุก็ย่อมได้ ที่น่าฮือฮาคือเนื้อร้องท่อนหนึ่งเต็มๆมีแต่คำว่า blah, blah, blah !!! บางคนคิดว่าแวนคงนึกเนื้อไม่ออก แต่ผมมั่นใจว่าเขาต้องการสื่ออะไรอย่างอื่นมากกว่า นี่เป็นแทร็คเดียวในอัลบั้มที่ให้ความเป็น classic Van ที่สุดครับ แฟนเก่าแก่น่าจะรับได้สบายๆกับงานของน้าแวน มันอาจจะ simple แต่ก็ไม่ใช่งานที่ใครจะทำกันได้ง่ายๆ และถ้าจะย้อนไปเปรียบกัยงานใหม่ชิ้นสุดท้ายคือ Magic Time แล้วต้องบอกว่าชุดนี้แวนกระชุ่มกระชวยและร่วมสมัยขึ้นพอสมควรครับ อ้อ....น่ายินดีด้วยจริงๆที่นี่เป็นครั้งแรกที่อัลบั้มของ Van Morrison ไปได้ถึงท็อป 10 ในบิลบอร์ด อย่างไม่มีใครหาเหตุผลใดๆมาอธิบายได้ทั้งสิ้น ว่าไงล่ะ Mister Clive? (หมายเหตุ-ก่อนหน้า Keep It Simple มีงานรีมาสเตอร์ของแวนออกมาก่อนหลายชุดเหมือนกัน น่าตามเก็บหลายชุดนะครับ ) |
| John Lennon part IV | ||
John Lennon, through the years. |
||
|
View All |
||
| Google Doodle | ||
เบื้องหลังการวาดภาพประกอบโลโก Google.... |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |