พิมพ์หน้านี้
|
Madonna Hard Candy (WARNER BROS.) ****
แล้วคอนเซ็พท์ของงานนี้ล่ะ? ไม่แล้ว เธอรู้แล้วว่าเธอไม่อาจแต่งเป็นทหารอย่างใน American Life อีกได้ นั่นย่อมเป็นจุดต่ำสุดในชีวิตการงานของเธออย่างไม่ต้องสงสัย (แน่ล่ะ ต้องรวมทั้งการแรปของเธอในอัลบั้มนั้นด้วย) แต่คราวนี้คุณจะไม่ได้เห็นเธอในชุดแนบเนื้อสีหวานอย่างใน Confessions ลุคงวดนี้ของเจ๊ต้องดิบและแกร่งขึ้น สีต้องดำเท่านั้น บวกกับบู๊ตยาวส้นสูงปรี้ดและเครื่องประดับแบบพอร์นๆ เธอจะ 50 อยู่แล้ว แต่ก็ยังเชื่อมั่นในเซ็กซ์แอพพีลของตนเต็มเหนี่ยว งานนี้มันเกี่ยวกับความใคร่กระสันหา ความเชื่อมั่น และเฟเมนิสต์ แฟนหนุ่มสาวและชาวเกย์ทั่วโลกของเธอต้องรักงานนี้หัวปักหัวปำว่างั้นสิ คุณไม่ควรฟังอัลบั้มนี้จากหูฟังจิ๋วๆของไอพ็อดหรือลำโพงคอมราคาประหยัด Hard Candy สมควรจะได้แผดเสียงจากสเตอริโอชุดใหญ่ที่สุดในบ้าน มันก็ไม่ถึงจะเป็นงานระดับหูเพชรฝังทองหรอก แต่มันเป็นงานเต้นที่ทรงพลังที่จะพังบ้านคุณเป็นแถบๆได้ขณะเดียวกันก็ยังมีรายละเอียดดนตรียิบยับผิดวิสัยของงานแดนซ์-ป๊อบทั่วๆไป ต้องชมฝีมือการเป็น executive producer ของเธอที่คุมโทนของแต่ละเพลงได้ไม่แตก ทั้งๆที่ลึกลงไปมันเหมือนการทำสงครามกันระหว่าง The Neptunes ของฟาเรลลล์ และทีมของ Timbaland ว่าใครจะทำเพลงให้เจ๊ได้เปรี้ยวจี้ดแตกกว่ากัน
Miles Away (Timbaland) เพลงรักจังหวะกำลังงาม ปูพื้นด้วยกีต้าร์โปร่ง ทำนองสวยคอรัสหวาน เพลงนี้เธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาผิดสังเกต บางคนชี้ว่านี่คงเป็นเพลงที่แต่งให้สามีของเธอ Kanye West พิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ใช่แค่ rapper ดาดๆใน Beat Goes On ที่เขาร่วมแต่งและร้องด้วย (The Neptunes โปรดิวซ์) ใช่ beat goes on และมันลุ่มลึกมีมิติกว่าเพลงของสองทิมอย่างเห็นได้ชัด แต่แล้วสองแทร็คสุดท้าย Devil Wouldnt Recognize You และ Voices ที่เป็นงานของ Timberland ก็ช่วยตีตื้นให้เขา จู่ๆมาดอนนาก็เลิกเต้นและปิดท้ายอัลบั้มด้วยงาน electronic epic pop อย่างน่าประทับใจ ทำให้งานนี้สองค่ายโปรดิวเซอร์เสมอกันไป อ้าว ดูเหมือนผมจะลืมพูดถึงนักร้อง,เจ้าของอัลบั้มไปสียนี่ เสียงร้องของเธอย้อนกลับไปในยุค Like A Virgin อีกครั้ง คุณชอบไหมล่ะ เสียงเล็กๆบางๆเซ็กซี่แบบยุค boytoy นั่น รีวิวใน allmusic อัดเธอว่านี่เป็นงานที่หาได้ยาก...มาดอนน่าที่ไร้ชีวิตชีวา พูดไปก็ถูก เสียงร้องเธอไม่มีความรู้สึกเอาเสียเลย แต่ผมก็บอกคุณแล้วนี่นา มาดอนนาไม่ใช่ยอดนักร้องซักหน่อย ต้องสรุปกันหน่อยล่ะ นี่เป็นงานป๊อบแดนซ์ชั้นยอด อาจจะไม่เหนือชั้นอย่าง Ray Of Light หรือ Like a Prayer แต่ถ้าเธอเล็งเป้าไปที่เชิงพาณิชย์ล้วนๆงานนี้ก็ปิดประตูล้มเหลว แล้วจะซีเรียสหรือทำเป็นไม่หิวโหยไปไย บุกเข้าไปร้านขนมหวานของเธอ เต้นให้สุดเหวี่ยง และ Give It 2 Her. ขอปิดท้ายด้วยเนื้อเพลงอีกท่อนของเพลง Give It 2 Me
|
| John Lennon part IV | ||
John Lennon, through the years. |
||
|
View All |
||
| Google Doodle | ||
เบื้องหลังการวาดภาพประกอบโลโก Google.... |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |