พิมพ์หน้านี้
|
1 ตุลาคม 49 บุคคลน่าสงสารที่สุดในประเทศไทยในยามนี้ คือพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เพราะได้ฟังพล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์นักข่าวหลายครั้ง ย้ำถึงเจตนาในการรัฐประหารที่ไม่ต้องการเข้ามาบริหารประเทศ สัญญาชายชาติทหารชัดถ้อยชัดคำว่า จะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว มิหนำซ้ำยังขีดเส้นตัวเองไว้ด้วยว่าคณะปฏิรูปฯ จะถอนจากอำนาจให้รัฐบาลชั่วคราวภายใน 2 สัปดาห์ ทำให้ยิ่งรู้สึกเห็นใจเป็นอย่างยิ่งกับภารกิจ "กู้ชาติ" อันหนักหนาสาหัสยุคหลังทักษิณ (Post Thaksin) ที่มาจากการตัดสินใจเสี่ยงตาย "รัฐประหาร" แบบไม่ค่อยเต็มใจนัก ซึ่งนับเป็นโชคดีของประเทศไทย ที่ไม่เสียเลือดเนื้อแม้หยดเดียวจากการยึดอำนาจครั้งนี้ ที่วันรุ่งขึ้นบรรยากาศกลับไม่แตกต่างจากงานแสดงรถถัง ปืนใหญ่ ในวันเด็กแห่งชาติ แต่อีกด้านหนึ่ง กลับถูกผู้คนในสังคม (บางส่วน) คาดหวังไว้อย่างสูงยิ่งว่า คณะปฏิรูปฯ จะต้อง "เลือกข้าง" เล่นบทบู๊-เลือดล้างเลือด เพื่อเร่งทำลายระบอบทักษิณไม่ให้ได้ผุดได้เกิดกลับมาอีกเลย ไม่พอใจคณะปฏิรูปฯ ที่เลือกเล่นบทบุ๋น-นักฆ่าเลือดเย็นแห่งลุ่มเจ้าพระยา ยึดหลักเมื่อรบแล้วจะต้องชนะอย่างเดียว เลือกใช้ความสุขุมละมุนละม่อม ยึดหลักการใช้กฎหมายเดิมในการค่อยๆขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณจากการออกประกาศฉบับต่างๆ ที่ไม่เบ็ดเสร็จสะใจ จึงถูกปรามาสว่าคงจะเป็น "ความอ่อนหัด" ของนักรัฐประหารที่ส่วนใหญ่เป็นทหารจากบ้านนอก อุตส่าห์ตัดสินใจ "เสี่ยงตาย" ยกกำลังเข้ามายึดเมือง แต่กลับยืนถือปืนจังก้าแบบเก้ๆ กังๆ ทำให้ปัสสาวะไม่สุดสักเรื่อง เริ่มจากประกาศฉบับแรก ที่เลือกใช้ ฟอนต์ตัวอักษรภาษาไทยแบบไม่มีหัว ทำให้อ่านแทบไม่ออก (หากบ้านไหนใช้จอโทรทัศน์ขนาด 14 นิ้ว จะอ่านยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเฒ่าคนแก่ที่สายตายาว) ขึ้น หน้าจอโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มไปแล้วของวันที่ 19 กันยายน ที่ลงท้ายด้วยข้อความ "จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้" ที่แทบไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ คือการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐด้วยกระบอกปืน ประกาศฉบับแรกทิ้งช่วงไปเกือบ 1 ชั่วโมง หลังจากสามารถตัดสัญญาณโทรศัพท์ข้ามทวีปของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งปลดพล.อ.สนธิผ่านช่อง 9 โมเดิร์นไนน์แต่เพียง "ช่องเดียว" ในเวลาประมาณ 22.20 น. แล้วหลังจากนั้น กว่าจะพร้อมออกแถลงการณ์คณะปฏิรูปฯ ฉบับที่หนึ่ง ที่ลงชื่อ "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ เวลาปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว ทำให้ประชาชนจำนวนมากถอนหายใจโล่งอกว่า ผู้ชนะในการรัฐประหารครั้งนี้ คือฝ่ายทหารที่นำโดยพล.อ.สนธิ ไม่ใช่ฝ่ายทหารที่นำโดยพล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่คุณทักษิณแต่งตั้งข้ามทวีปให้ทำหน้าที่ด้วยภาวะสถานการณ์ฉุกเฉิน กว่าคณะปฏิรูปฯ ตั้งหลักเรียกหาบริการ "นักกฎหมาย" มือเขียนประกาศคณะปฏิวัติ ที่มีภาษาขึงขังเพื่อแสดงอำนาจเด็ดขาด ปาเข้าไปถึงตอนเช้าประมาณเวลา 09.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน เมื่อพล.อ.สนธินำทีมผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจ เรียงหน้ากระดานอ่านแถลงการณ์เจตนารมณ์ในการรัฐประหาร ที่มีสาเหตุหลักๆ มาจากการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลชุดที่แล้ว การกระทำหมิ่นเหม่กระทบต่อสถาบันกษัตริย์ และความแตกแยกของคนในชาติ ที่มีแนวโน้มนำไปสู่การนองเลือด แล้วหลังจากนั้น ทีม "นักกฎหมายของคณะปฏิรูปฯ" ที่น่าจะนำโดย "เจ้าเก่า" นายมีชัย ฤชุพันธุ์ แห่งมีชัยไทยแลนด์ดอทคอมได้ทยอยผลิตประกาศคณะปฏิรูปฯ ออกมาถี่ยิบตลอด 2-3 วันแรก นับเป็นปรากฏการณ์เหลือเชื่อมหัศจรรย์ไทยแลนด์อย่างมาก ที่คณะปฏิรูปฯ ชุดนี้ ที่ยึดอำนาจรัฐด้วยปากกระบอกปืน แต่กลับมีต่อมระดับความอดทนมากเป็นพิเศษ ปล่อยให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุชุมชน และทีวีดาวเทียมอย่างอื้ออึงในช่วงประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา ข้อน่าห่วงใยมาจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ที่มีท่วงทำนองเยาะเย้ยถากถางว่าคณะปฏิรูปฯ อ่อนหัด จะไม่ทันเกมระบอบทักษิณมาคิดบัญชีทีหลัง รัฐประหารแบบหน่อมแน้มช่างบ้านนอกเสียเหลือเกิน คนระดับพล.อ.ร่วมคณะปฏิรูปฯ ขวางยึดทรัพย์ทรราชทักษิณ ปฏิวัติจะกลายเป็นปฏิบ๊องลงท้ายเป็นแค่บ้องกัญชา คณะปฏิรูปฯ ไม่รู้จักคัดเลือกคนเก่งคนดีไปร่วมงานกลับเลือกคนที่เคยรับใช้คุณทักษิณ ประมาทปล่อยให้ "รัฐตำรวจ" ลอยนวลต่อไปอีกทำไมกัน หลงเชื่อนักกฎหมายใหญ่ที่ย้อมแมวร่างธรรมนูญชั่วคราว ยึดอำนาจมาแล้ว "ซื่อบื้อ" ไม่รู้จักใช้อำนาจให้เบ็ดเสร็จไปเร็วๆ หนักข้อไปถึงขั้นปล่อย "ข่าวลือ" กล่าวหาว่าคนสำคัญของคณะปฏิรูปฯ ไปงุบงิบรับเงิน 50 ล้านบาทสดๆ จากภรรยาคุณทักษิณที่ได้รับอนุญาตเบิกเงินสดๆ 70 ล้านบาท แต่เหลือหอบใส่กระเป๋าขนขึ้นเครื่องบินไปลอนดอนแค่ 20 ล้านบาท ให้คุณทักษิณเผาแบงก์เล่นคลายเครียด ฯลฯ เหล่า "นักวิจารณ์" จะเป็นโดยสายเลือดหรือจิตวิญญาณก็แล้วแต่ อันประกอบด้วยนักหนังสือพิมพ์และนักวิชาการที่คงแก่เรียน ล้วนมาจากผู้ที่เรียกขานตัวเองว่าเป็น "สื่อแท้" และ "นักวิชาการแท้" ในหลายๆ สำนักใหญ่ ช่าง "ปากกล้า-ขาสั่น" กันเสียจริงๆ ในการผสมโรงด่าคณะปฏิรูปฯ จนดูเหมือนว่า พวกเขากำลัง "แข่งกันแสดงตน" ให้เหนือกว่าคนอื่นๆ หารู้ไม่ว่า "ผู้คนในประเทศนี้" อีกเป็นจำนวนมาก ที่ยืนหยัดต่อสู้รู้ทันทักษิณ ทำให้ไม่เคยก้มหัวให้กับความชั่วร้ายของระบอบทักษิณมาตั้งแต่วันแรกหลังชนะเลือกตั้ง 6 มกราคม 2544 ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่ต้องกลืนน้ำลายตัวเองมาสารภาพว่า "หลงผิด" ไปสรรเสริญคุณทักษิณในช่วงปีแรกๆ คนกลุ่มนี้ไม่ต้อง "เสียสละ" ชุมนุมแบบตายเป็นตาย เพื่อ "ไถ่บาป" ร้องตะโกน "ท้ากกกสิน...ออกไป" นานนับปี จนแทบหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่แล้ว ยังดีที่พล.อ.สนธิกับคณะปฏิรูปฯ หมดความอดทนกับรัฐบาลทักษิณ หลังจากเริ่มถูกถากถางว่า ทหารหาญไม่รักชาติ ทหารไม่รักสถาบัน ทำไมพวกแกไม่รีบๆ ลากรถถังออกมาฉีกรัฐธรรมนูญเสียที พวกข้าจะได้เลิกชุมนุม เพราะจะหมดแรงอยู่แล้ว บางคนพยายามแสดงท่วงทำนอง "ทวงบุญคุณ" อยู่หลายครั้ง ว่า พวกข้าพเจ้าคือ "ฮีโร่ตัวจริง" ที่ยืนหยัดอย่างกล้าหาญขับไล่คุณทักษิณมานานร่วมปีแล้ว เก่งอีกจำพวกคือนักวิชาการที่มักจะพยายามแสดงตัวเป็นนักทฤษฎีจ๋า รักประชาธิปไตยสุดใจขาดดิ้น ยืนหยัดคัดค้านการใช้กำลังยึดอำนาจรัฐฉีกรัฐธรรมนูญ แต่พวกเขาไม่รู้หรือว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ชื่นชมกันว่าเป็นฉบับปฏิรูปการเมืองที่มาจากประชาชน ได้ถูกคุณทักษิณฉีกทิ้งทำลายหลักการใหญ่ๆ ไปตั้งนานแล้ว กลไกตรวจสอบการเข้าสู่อำนาจรัฐของนักการเมืองและการใช้อำนาจรัฐ ถูกคุณทักษิณรัฐประหารจนแทบไม่เหลือซาก เพราะฉะนั้น อย่าไปบ่นเสียดายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ให้เปลืองเวลาเลย ผมยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ได้เห็นด้วยกับการรัฐประหารที่เกิดขึ้นทุกครั้งและครั้งนี้ แต่ประเทศไทยถึงทางตัน การปล่อยให้คุณทักษิณเป็นผู้นำประเทศของเราต่อไปอีกแม้กระทั่งวันเดียว คงจะเกิดความเสียหายต่อประเทศมากกว่าหลายเท่า และประเทศไทยจะยิ่งกว่าถอยหลังลงคลองจากรัฐประหาร แต่ประเทศไทยจะหล่นจากปากลงสู่เบื้องลึกเหวที่ยากจะไต่ขึ้นมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือดเนื้อของพี่น้องคนไทยที่คงจะปะทะกันนองแผ่นดินจาก ความชั่วช้าสามานย์ของเหล่าสาวกระบอบทักษิณที่เร่งปลุกระดมผ่าน "สื่อรับจ้าง" ทุกรูปแบบ เพื่อฟอกความชอบธรรมในการคงอยู่ของรัฐบาลทักษิณ ที่ยืนกระต่ายขาเดียวว่า ผ่านการเลือกตั้งมา 16-19 ล้านเสียง และต้องการให้ประชาชนตัดสินจากการเลือกตั้งอีกครั้ง ที่มั่นใจว่าชนะแน่นอน หัวขบวนระบอบทักษิณกับสาวกพยายามปลูกฝังความเชื่อในประชาชนระดับรากหญ้าว่าข้อกล่าวหาการใช้อำนาจอย่างไร้ศีลธรรม ไร้คุณธรรมและละเมิดรัฐธรรมนูญ สามารถลบล้างได้ด้วยการเลือกตั้ง เพราะเป็นการใช้อำนาจทางตรงของประชาชนเสียงข้างมาก ที่ส่วนใหญ่เป็น "รากหญ้า" ผมตั้งใจเขียนอย่างนี้ เพื่อสะกิดแรงๆ ฝากถึงเพื่อนพ้อง ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงสื่อมวลชนและนักวิชาการทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กจำนวนมาก ขอร้องให้กลับมาแสดงความคิดเห็นกับคณะปฏิรูปฯ ด้วยน้ำเสียงเชิง "สร้างสรรค์" อย่าใจร้อนเร่งตีเหล็กมากเกินไปเลย เพราะคณะปฏิรูปฯ ชุดนี้เป็น "มือใหม่หัดขับ" จริงๆ จำเป็นต้องช่วยกันเสนอแนะให้พวกเขา รู้ทันทักษิณ อย่างที่พวกเรารู้ทันมานานแล้ว ซึ่งต้องยอมรับนับถือว่า พวกเขาเป็นคณะรัฐประหาร ที่แสดงความเป็นมิตร เปิดกว้างมากกว่าคณะรัฐประหารในอดีต ผมขอเรียกร้องให้ "พวกเรา" เลิกแสดงท่วงท่าทำลายแนวร่วมทำลายน้ำใจมวลมิตร หยุดการใช้คำพูดเชิงดูหมิ่นถางถาก เลิกวิจารณ์ด้วยอัตตาล้วนๆ อย่าดูหมิ่น "น้ำใจ" ทหารคณะปฏิรูปฯ ไปมากกว่านี้เลย เพราะ "พวกเขา" กับ "พวกเรา" ต่างเสียสละกันคนละรูปแบบ แต่ยังมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการขุดรากถอนโคนรากเหง้าระบอบทักษิณให้หมดไปจากแผ่นดินไทย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ทำงานแบบลวกๆ เพียงเพื่อความสะใจซาดิสม์กลุ่ม "ท้ากกกสิน...ออกไป" เท่านั้น แต่จะต้องค่อยๆ ช่วยกันศึกษา หาหนทางจับคุณทักษิณให้มั่น-คั้นคุณทักษิณและเหล่าสาวกให้ตาย จนถึงขั้นติดคุกติดตะรางไปตลอดชีวิต ด้วยกระบวนการยุติธรรมที่มีความชอบธรรมมากกว่าการเร่งเร้าให้ใช้อำนาจจากคณะปฏิรูปฯ ที่ไม่ชอบธรรมเลย |
| << | ธันวาคม 2006 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||