• อดิศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : adisak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-12
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 137000
  • จำนวนผู้โหวต : 294
  • ส่ง msg :
more
คิดใหม่วันอาทิตย์
วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เศรษฐกิจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/adisak
วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม 2549
ช่วยกันเร่งดัชนีความสุข/และคุณธรรมช่วง"ขาขึ้น"ในอัตราเร่ง
Posted by อดิศักดิ์ , ผู้อ่าน : 234 , 13:09:48 น.  
พิมพ์หน้านี้


15 ตุลาคม 49

                ใครรู้สึกเหมือนผมไหมว่าเวลาของประเทศไทยในยุคหลังทักษิณเดินเร็วกว่าปกติไปหรือเปล่า

                นับไปอีกแค่ 4 วันจะครบ 30 วันของรัฐประหารยึดอำนาจรัฐด้วยปากกระบอกปืนที่มีเสียงตอบรับจากสังคมชาวบ้านในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ เพราะกลุ่ม "เป็นกลาง" ที่มักเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของสังคมเกิดความรู้สึกผ่อนคลายลงทันที เมื่อรู้ว่าประเทศไทยผ่านพ้นค่ำคืนแห่งการรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายนไปอย่างราบรื่น โดยไม่เสียกระสุนแม้แต่นัดเดียว

                ดัชนีของประเทศกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นทุกตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ดัชนีความสุข" ที่เริ่มมีรอยยิ้มเกิดขึ้นในคนไทยเป็นส่วนใหญ่ และ "ดัชนีคุณธรรม" กำลังทอแสงเรืองๆ ขึ้นแล้ว

                หลังวันที่ 19 กันยายน "คนรักทักษิณ" บางกลุ่มที่มี ดีกรีระดับธรรมดา เกิดความรู้สึกคลายเครียด ไม่อยากให้คนไทยเผชิญหน้ากัน จบแบบนี้ก็ดีไปอย่าง เพราะชีวิตไม่ได้พึ่งพาคุณทักษิณมากนัก

                แต่ กลุ่มคนรักทักษิณดีกรีสูง จะเกิดความรู้สึกเครียดและเก็บกดหนักขึ้นกว่าเดิม ยังกล้าๆกลัวๆ หาทางออกไม่ได้ว่าจะ "รวมพลัง" เพื่อหมุนกงล้อประวัติศาสตร์กลับไปสู่อดีตอันหอมหวานใน "ระบอบทักษิณ" ได้อย่างไร

                ส่วน "คนชังทักษิณ" ยังอยู่ในภาวะค่อนข้างเสียงแตกกันเป็นเสี่ยง "มากกว่า" คนรักทักษิณ "ที่ค่อนข้างสงบราบคาบ รอวันเวลาเอื้ออำนวยให้ออกมาแสดงความรักทักษิณ

                กลุ่มเบื่อและไม่ชอบคุณทักษิณที่มีดีกรีระดับบางๆ กับกลุ่มเกลียดมัน เสียงยังแตกเป็นเสี่ยงแต่ไม่รุนแรงมากนัก ต่างฝ่ายต่างรับฟังความเห็นที่แตกต่างกันได้เช่นเดิม

                กลุ่มชังทักษิณแต่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ของกลุ่มนายทหาร ที่เรียกชื่อตัวเองว่า "คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)" เพราะขัดกับหลักการประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ประเทศจะถอยหลังไป 15 ปีแล้วไม่เชื่อว่าเมื่อทหารเข้ามามีอำนาจแล้วจะยอมถอยออกจากอำนาจ

                ส่วนกลุ่มชังทักษิณที่เห็นด้วยกับการรัฐประหารบอกว่าประเทศไม่มีทางเลือก ยอมให้ "ถอยหลังลงคลอง" ไปหนึ่งก้าว แล้วร่วมด้วยช่วยกันตั้งหลักก้าวใหม่ไม่ให้ซ้ำร้อยเดิมจะดีกว่า

                ส่วนกลุ่มเกลียดมัน-เหม็นขี้หน้า-หมั่นไส้ที่มีดีกรีระดับใกล้จุดเดือดกับกลุ่มเกลียดเข้าไส้-เข้ากระดูกดำที่มีดีกรีเลยจุดเดือด รวมทั้งกลุ่มอดีตเพื่อนรักต้องมาหักเหลี่ยมโหด เพราะมีความแค้นในระดับรากแก้ว จนต้องสารภาพบาปบนเวที

                เมื่อวัดอุณหภูมิหลังรัฐประหารผ่านมาเกือบครบ 1 เดือน กลุ่มหลังนี้ยังคงมีดีกรี "เกลียดทักษิณ" ในระดับความอาฆาตขั้นรุนแรงเช่นเดิม จนไม่สนใจวิธีการโค่นล้มขุดรากถอนโคน "ระบอบทักษิณ" ว่าจะไม่มีกฎหมายรองรับหรือไม่  

                ความรู้สึกรุนแรงถึง ขั้นเห็นด้วยกับการไม่ยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเผด็จการทหาร ซึ่งสังคมโลกในระบอบประชาธิปไตยจะไม่มีทางยอมรับ-ไม่มีทางอ่อนข้อกับข้ออ้างความจำเป็นต้องมีประกาศกฎอัยการศึก ที่ให้ "อำนาจพิเศษ" กับทหารให้สามารถใช้อำนาจจากปากกระบอกปืนทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องไปสนใจว่าจะละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหรือไม่

                ส่วนผมได้ประกาศตัวชัดมานานผ่านคอลัมน์นี้ตลอดกว่า 5 ปี ว่า เป็นกลุ่มคนชังทักษิณที่มีดีกรีคงเส้นคงวาเท่าเดิมในฐานะคนรู้จักกันมานาน ว่า คุณทักษิณมีนิสัยอย่างไร ตั้งแต่เริ่มต้นช่วงปีแรกของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่มีข้อกล่าวกรณีซุกหุ้นหลบเลี่ยงรัฐธรรมนูญเพื่อเข้ามาเล่นการเมือง

                ด้วยประโยค "บกพร่องโดยสุจริต" ที่เป็นวาทะชั่วร้ายแห่งศตวรรษของคุณทักษิณที่นำไปสู่ "ระบอบทักษิณ" ที่ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็น 4 ไม่ป. คือไม่โปร่งใส ,ไม่เป็นธรรม ,ไม่ประหยัด และไม่มีประสิทธิผล จนทหาร (ของพระเจ้าอยู่หัว) หมดความอดทน

                เกือบหนึ่งเดือนของการรัฐประหาร จึงเป็นช่วง "ผ่อนคลาย" ของผม ที่นอนหลับสนิทมากขึ้นกว่าก่อนวันที่ 19 กันยายน อาหารอร่อยลิ้นมากกว่าเดิม และกล้าจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองกับคนแปลกหน้ามากขึ้น

                ผมจึง "ยัง" ไม่พยายามเร่งเร้าให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ของพล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน ที่ทำงานได้ไม่ถึง 1 เดือนกับรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เพิ่งทำงานได้ 2 สัปดาห์ จะต้องเอาเป็นเอาตายกับ "ระบอบทักษิณ" ด้วยความอาฆาตแค้น โดยไม่ต้องไปสนใจว่าวิธีการจะถูกต้องตามกฎหมายยึด "นิติรัฐ" หรือตามทำนองคลองธรรมยึด "นิติธรรม" ที่ควรจะเป็นหรือไม่

                แต่อยากจะนั่งนิ่งๆ ลองหันกลับไปมองว่าหนึ่งเดือนผ่านไป ประเทศไทยได้อะไร "ดีๆ" กลับคืนมาบ้าง มากกว่าการเอาแต่ย้ำคิดย้ำทำจะต้องชำระแค้นให้สาสมกับความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ

                ประเทศไทยในรอบเกือบหนึ่งเดือนหลังรัฐประหาร "ถอยหลังลงคลอง" จริง แต่ขอให้มองโลกในแง่ดีว่า เริ่มก้าวไปข้างหน้าได้บ้างแล้ว หลังจากติดหล่มอยู่ในระบอบทักษิณที่สังคมแตกร้าว และการใช้อำนาจรัฐอย่างฟุ่มเฟือย จนกลายเป็น "รัฐตำรวจ"

                   คปค.แปลงร่างไปเป็นคมช. เร็วกว่าคำประกาศของลูกผู้ชายชาติทหารพล.อ.สนธิ ประมาณ 4 วัน ถือเป็นการรักษาคำพูดที่นำไปสู่การสะสมความน่าเชื่อถือในตัวพล.อ.สนธิ ว่า คำประกาศไม่ต้องการเข้ามาบริหารประเทศเอง และไม่ต้องรักษาอำนาจน่าจะไม่เกิดอาการ "เสพติดอำนาจ" เหมือนกับคณะรสช.เมื่อปี 2534

                หัวหน้าและคณะคปค. "เปิดกว้าง" รับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากกว่าคุณทักษิณหลายเท่า ยินยอมแก้ไขข้อผิดพลาดหลายอย่างจากประกาศแถลงการณ์ของคปค.ที่ถูกทักท้วงว่าไม่รู้ทัน "ทักษิณ" จนถูกวางยาเลือกใช้งานผิดคน คนทักษิณแฝงตัวเข้ามา ฯลฯ จนนำไปสู่ประกาศว่าด้วยการปรับปรุงคตส.ชุดใหม่ ที่มีอำนาจกว้างขวางและเด็ดขาดบนหลักการกฎหมายในการตรวจสอบ อายัดทรัพย์สินของคุณทักษิณและสาวกที่ทุจริต

                รัฐธรรมนูญปกครองแผ่นดิน ฉบับชั่วคราวปี 2549 มีตำหนิให้วิจารณ์ได้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับกรอบองค์รวมเพื่อนำไปสู่การสร้างกลไกการบริหารประเทศชั่วคราวผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในรูปแบบสมัชชาแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แต่ไม่ถึงขั้นปิดโอกาสโดยสิ้นเชิง

                นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในการดำรงตนเป็นนายทหารประชาธิปไตย ที่ไม่ต้องการอำนาจมีคุณธรรมในการปกครอง ไม่ต้องการให้การเมืองมาเกี่ยวข้องกับทหาร รักชีวิตสมถะสันโดษและพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์มาโดยตลอดไม่เคยมีข้อติฉินนินทา และที่สำคัญ จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                คณะรัฐมนตรีของพล.อ.สุรยุทธ์ไม่มีเสียง "ยี้" ดังๆ อย่างน้อยที่สุดพล.อ.สุรยุทธ์ได้พิสูจน์ให้เห็นความเป็นตัวของตัวเอง และพล.อ.สนธิได้แสดงให้เห็นว่าไม่เข้าไปแทรกแซงรัฐบาล คณะรัฐมนตรีของพล.อ.สุรยุทธ์จึงเต็มไปด้วยข้าราชการเกษียณอายุ ที่มีเกียรติประวัติการทำงานอันดีงาม และเป็นคนดีที่มีคุณธรรม สามารถยกมือไหว้ได้อย่างเต็มใจเกือบทุกคน

                ผมจึงค่อนข้างพอใจกับช่วงเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ดัชนีความสุขของคนไทยและดัชนีคุณธรรมของสังคมกำลังเริ่มโงหัวขึ้นอย่างชัดเจน เป็นไปตามแนวทางบริหารประเทศ 4 ป.ของพล.อ.สุรยุทธ์ คือ โปร่งใส , เป็นธรรม , ประหยัด และประสิทธิภาพ

                คตส.,ป.ป.ช.และสตง.กำลังง่วนอยู่กับการวางตาข่ายหลายชั้น เพื่อกวาดจับและขุดรากถอนโคน "ระบอบทักษิณ" ด้วยกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องชอบธรรม โดยไม่ตามกระแส "กลุ่มอาฆาตทักษิณ" ที่เรียกร้องโดยไม่สนใจวิธีการ

                พล.อ.สุรยุทธ์ทำงานจริงได้ประมาณ 1 สัปดาห์ เริ่มต้นเข้าที่เข้าทางค่อนข้างเร็ว จนสามารถเปล่งศักยภาพของตัวเองในการทำหน้าที่รับใช้ชาติในภาวะวิกฤติ สร้างความเชื่อมั่นในทั้งระดับนานาชาติและดึงฐานมวลชนในระดับรากหญ้ารากแก้ว

                ครม.ชุดนี้ที่ถูกปรามาสว่าเป็นครม.1,600 ปี ครม.ผู้เฒ่า ครม.ขิงแก่หนักข้อไปถึงขั้นครม.อมาตยาธิปไตย เริ่มแสดงให้เห็นว่า "ขิงแก่" มีทีเด็ดเผ็ดกว่า "ขิงอ่อน" ยึดมั่น "คุณธรรม" มั่นคงกว่า 

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รมต.สายสังคมอย่างคุณหมอมงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุขที่กล้าหาญเสนอห้ามโฆษณาเหล้า 24 ชั่วโมง และยกเลิกชื่อ 30 บาท คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมว.ประจำสำนักนายกฯ ยืนยันไม่มีการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ คุณจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรมที่ทำงานคู่กับรมว.ยุติธรรม "ชาญชัย ลิขิตจิตตะ" เสนอยกเลิกรางวัลแจ๊คพอตหวยบนดิน เพื่อไม่ให้ชาวบ้านมัวเมาในการพนันและอบายมุข

                ผมจึงไม่ค่อยยินดียินร้ายกับรายชื่อของสภานิติบัญญัติ 242 คน ที่มีชื่อของผู้อาวุโสและเพื่อนพ้องในแวดวงสื่อมวลชนถึง 20 คน คิดเป็นเกือบ 10% โดยไม่มีชื่อเพื่อนพ้องคนในเครือเนชั่นเข้าไปแม้แต่คนเดียว

                แต่ไม่ได้คัดค้านการยินยอมเข้าไปของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ 20 คน เพราะถือว่าในภาวะวิกฤติของประเทศที่ผ่านพ้นจุดเลวร้ายที่สุดมาได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่อยู่ในระดับปลอดภัยไร้กังวลกับการกลับมาของระบอบทักษิณ

                ใครมีความพร้อมแบบไหนจะเข้าไปช่วยชาติในทางใด เพื่อให้วิกฤติเลวร้ายที่สุดผ่านพ้นไปได้โดยเร็วและหาหนทางป้องกันไม่ให้ระบอบทักษิณฟื้นคืนชีพมาได้ ช่วยกันเข้าทำไปเถอะ อย่าไปตั้งคำถามกระพี้แล้วหลงว่าเป็นแก่นมากเกินไป

                ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลาและการกระทำของแต่ละคนว่าบริสุทธิ์ใจไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้นจริงๆ อย่าเข้าทำนองว่าแต่เขา (ทักษิณ) อิเหนาเป็นเอง

                เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นกลางของสื่อคนนั้นๆ ว่า ยังยืนอยู่บนความถูกต้องหรือไม่ จึงไม่สำคัญว่าจะอยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วจะขาดความเป็นกลางหรือไม่อยู่ในสภาแล้วจะเป็นกลางมากกว่า อยู่ข้างนอกอาจจะมีพฤติกรรมเลวร้ายกว่าก็ได้

                เรื่องดีๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่สื่อมวลชนควรจะใส่ใจทำหน้าที่ยังมีอีกมาก ที่ยังไม่มีใครทำ เช่น เรียกร้องให้ฟรีทีวีปรับผังรายการแฉทุจริตระบอบทักษิณ รณรงค์ให้คุณธรรมกลับคืนสู่สังคมไทย เสนอแนวทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดระบอบทักษิณ 2  ฯลฯ

                อย่าเสียเวลากับกระพี้ "หลักการ-หลักกู" เหล่านี้เลย เข้าชื่อกันเรียกร้องไปก็เสียเวลาเสียโอกาสทำเรื่องดีๆ ที่ยังไม่ทำอีกมาก

                เพราะเวลาหนึ่งปีเดินเร็วเหมือนโกหก ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว ดัชนีความสุขและคุณธรรมกำลังฟื้นขึ้นแล้ว แต่อย่ารอแค่ พล.อ.สุรยุทธ์กับครม.โก๋แก่ทำงานเท่านั้น หน้าที่ของพวกเราคนไทยจะต้องช่วยกันทำงานให้หนักมากกว่าเดิม ใช้เวลาที่เหลืออีกไม่มากนัก ในการกอบกู้สังคมคุณธรรมให้กลับคืนมาให้ได้ ชดเชยเวลาที่เสียไปเกือบ 6 ปีโดยระบอบทักษิณ

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2006 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31