พิมพ์หน้านี้
|
26 พฤษจิกายน 49 ขอฝากข้อเขียนไปถึง อาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ผมรู้จักและนับถืออย่างตรงไปตรงมาว่าอย่าปล่อยให้ "นักการเมือง" มาอาศัยความรู้ความสามารถและความเป็น "คนดี" ของอาจารย์ไป "ขุดบ่อล่อปลา" เพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่รองรับการเมืองในอนาคต ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมรู้จักอาจารย์สมคิดมายาวนานเกินกว่า 10 ปี ทั้งในฐานะความสัมพันธ์ส่วนตัวและการอ่านความคิดของอาจารย์ผ่านข้อเขียนบทความนำเสนอความเห็นในเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันและบนเวทีอภิปรายทุกๆ โอกาส แบรนด์หรือยี่ห้อของอาจารย์สมคิดคือ "ผู้เชี่ยวชาญการคิดเชิงกลยุทธ์" ที่สามารถผสมผสานความรู้เชิงทฤษฎีในตำราเล่มหนาๆ กับความรู้เชิงประสบการณ์ของอาจารย์สมคิดที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจควบคู่ไปกับอาชีพสอนหนังสือที่เชียวชาญวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ อาจารย์สมคิดมีโอกาสรู้จักนักธุรกิจรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่พอๆ กันในช่วงที่มีส่วนในการศึกษาภาวะธุรกิจและสถานะทางการเงินของบริษัทไทยที่มีความสนใจเข้า "ระดมทุน" หรือ "หาเงิน" จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในยุคแรกๆ โดยไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ยกู้เงินมาขยายกิจการ อาจารย์สมคิดมักให้คุณค่าในระดับสูงกับนักธุรกิจรุ่นเก่าที่ผ่านการต่อสู้แบบเสื่อผืนหมอนใบจนประสบความสำเร็จ ด้วยการใฝ่รู้ รู้ประสบการณ์การทำธุรกิจของบรรดาเจ้าสัวจากจีนแผ่นดินใหญ่ แล้วพยายามถ่ายทอดสู่ข้อเขียนและบทความในภาษาง่ายๆ เพื่ออธิบายในเชิงทฤษฎีผสมผสานกับภาคปฏิบัติที่อิงวิถีตะวันออก มุ่งหวังในการส่งต่อประสบการณ์อันเชี่ยวกราก และความรู้ในเชิงกลยุทธ์ของบรรดาเจ้าสัวไปสู่นักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการต่อสู้ชีวิตอย่างเข้มข้นมากพอ อาจารย์สมคิดไม่ใช่นักวิชาการที่เอาแต่บ่นเป็นห่วงอนาคตประเทศไทย แต่พร้อมจะกระโจนเข้าไปหาโอกาสในการ "ทำงาน" เพื่อรับใช้อุดมการณ์นี้ที่เสมือนเป้าหมายในชีวิต อาจารย์สมคิดอยากให้ประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมี "ยุทธศาสตร์ประเทศ" เพราะนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึงยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว แต่มักคิดเฉพาะหน้าว่าจะหาทางเอาชนะเลือกตั้งได้อย่างไร การตัดสินใจเข้าไปทำงานในฐานะที่ปรึกษากลุ่มชินวัตรของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ช่วงแรกๆในการเข้าตลาดหุ้นของบริษัทชินวัตร น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ "วิธีคิดแบบสมคิด" เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสไปถ่ายทอด "ความเชื่อ" ของตัวเองเกี่ยวกับยุทธศาสตร์อนาคตประเทศไทยให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ต.ท.ทักษิณในยุคนั้นที่ได้รับฉายา "อัศวินลูกที่สาม" ในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นมหาเศรษฐีที่มีนิสัยชอบสะสม "คนเก่ง" ให้ทำงานอยู่แวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์สมคิดในฐานะนักวิชาการที่มีแนวคิดในเชิงยุทธศาสตร์ ช่วย "ลับคม" ความคิดของตัวเองให้แหลมคมมากยิ่งขึ้น จึงได้เรียกหาใช้บริการความเป็น "สมคิด" มาตั้งแต่ตัดสินใจแหย่ขาลงการเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ จนเมื่อคุณทักษิณก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2544 จึงมั่นใจว่า "สมคิด" เป็นตัวเลือกที่ "ดูดี" และ "ไว้วางใจ" ได้มากที่สุดในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แม้ว่าในสายตาคนภายนอกยังมองไม่ค่อยเห็นศักยภาพความเป็น "ขุนคลัง" ของอาจารย์สมคิด เมื่อเทียบชื่อชั้นคุณสมบัติและประสบการณ์กับอดีตรัฐมนตรีคลังคนก่อนๆ อันที่จริงแล้ว อาจารย์สมคิดยังมีสถานะเป็น "ที่ปรึกษาตลอดกาล" ให้กับกลุ่มสหพัฒนพิบูล ตั้งแต่ยุค นายห้างเทียม โชควัฒนา แล้วส่งไม้ต่อมายัง "พี่ใหญ่" เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา จนแทบจะกล่าวได้ว่าอาจารย์สมคิดเป็นเครือญาติคนหนึ่งของตระกูลโชควัฒนาที่ไม่มีวันทอดทิ้งกัน คนในตระกูลโชควัฒนายอมรับนับถือในความเป็น "คนเก่ง-คนดี-เหลาซิก" ของอาจารย์สมคิดอย่างเต็มเปี่ยม แม้กระทั่งในช่วงรัฐบาลทักษิณที่ยาวนาน 5 ปีที่อาจารย์สมคิดสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีพาณิชย์ ผู้บริหารกลุ่มสหพัฒน์หลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ กับงานของอาจารย์สมคิด เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนและคงจะต้องการให้อาจารย์สมคิดทำงานการเมืองอย่างปลอดโปร่งตามความเชื่อ โดยไม่มีใครนินทาได้ว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มสหพัฒน์ ดังเช่นเกิดขึ้นกับกลุ่มทุนอื่นๆ ที่ส่งคนของตัวเองเข้าไปอยู่ในรัฐบาลทักษิณ อาจารย์สมคิดเสมอต้นเสมอปลายกับทุกคน เมื่อก่อนเป็นเพียงนักวิชาการนักคิดในเชิงกลยุทธ์ที่มีอุปนิสัยสุภาพอ่อนน้อม เทียบกับเมื่อนั่งอยู่ในเก้าอี้ "ขุนคลัง" ของรัฐบาลทักษิณยังเป็น "สมคิด" คนเดิม อาจารย์สมคิดจึงเป็นรัฐมนตรีคนเดียวในรัฐบาลทักษิณช่วง 5 ปีที่ผมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาได้ด้วยความสบายใจ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเป้าหมายของอาจารย์สมคิดในการทำงานการเมืองเพื่อต้องการมีส่วนในการกำหนดอนาคตในเชิงยุทธศาสตร์ประเทศไทยตามความเชื่อของตัวเอง โดยไม่มุ่งหวังตำแหน่ง ลาภยศ ผลประโยชน์ใดๆ และไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง แม้ว่าในช่วงประมาณ 1-2 ปีท้ายรัฐบาลทักษิณ ฟังน้ำเสียงอาจารย์สมคิดแล้วแปร่งๆ ไปจากเดิม ด้วยความน้อยใจที่ไม่ได้รับความไว้วางใจจากคุณทักษิณ จนถูกโยกย้ายจากตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง แต่อาจารย์สมคิดไม่ได้ท้อถอยกลับทำงานเพื่อสูจน์ว่าการนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีตำแหน่งเดียวก็สามารถทำงานได้ จนกระทั่งในช่วงวาระสุดท้ายของคุณทักษิณ ช่วงปลายปีที่แล้วเป็นต้นมา หลังถูกกระแสสังคมที่แปรเปลี่ยนจาก "ความมั่นใจ" เป็น "ความไม่ไว้วางใจ" ในการทำงานของคุณทักษิณ ทุกสายตาจับจ้องมายังอาจารย์สมคิดเห็นว่าเป็น "คนเก่ง-คนดี" ที่สังคมพอจะมอบความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ "นายกรัฐมนตรี" คนต่อไปได้ หากคุณทักษิณ "เว้นวรรค" ทางการเมืองจริงๆ แม้ว่าอาจารย์สมคิดเป็นนักคิดในเชิงกลยุทธ์ แต่กลับไม่ค่อยมีเล่ห์เหลี่ยมให้เห็นมากนัก ไม่มีนิสัยฉวยโอกาสและยังเป็น "คนดี" ที่ไม่เคยลืมบุญคุณผู้มีพระคุณ จึงไม่ได้ช่วงชิงโอกาสทองในช่วงนั้นที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครั้งเดียวในชีวิตเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" และหากคิดย้อนกลับไปได้น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของอาจารย์สมคิดแล้ว มิเช่นนั้น ทุกขลาภอันหนักหน่วงจะถาโถมไปยังอาจารย์สมคิดที่ไม่สามารถสลัดความเป็น "นอมินี" ของคุณทักษิณและประเทศไทยยังปั่นป่วน จากความแตกแยกของสังคมที่มีความเชื่อคนละขั้ว ผมเขียนถึงอาจารย์สมคิดด้วยความรักและปรารถณาดีอย่างจริงใจ ขอร้องอย่าหวนกลับมาเกลือกกลั้วกับการเมืองอีกเลย ตลอดช่วง 5 ปีของการมีตำแหน่ง "ทางการเมือง" น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการใช้ต้นทุนความเป็น "คนเก่ง-คนดี" ที่ยังไม่เสื่อมถอยลงไปมากนัก แม้ว่าจะมีเสียงนินทาอยู่เนืองๆ ว่าอาจารย์สมคิดนิ่งดูดายปล่อยให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้นทนโท่ และยังทำเป็นมองไม่เห็นผลประโยชน์ทับซ้อนของคุณทักษิณที่เกิดขึ้นมากมาย อย่าไปหลงคารมนักการเมืองหัวหน้ามุ้งหลายคน ที่เคยชวนอาจารย์สมคิดไปกินข้าวที่ร้านอาหารอิตาลี แล้วอาจารย์สมคิดกลับไม่ตัดสินใจผละเรือเพื่อทำให้รัฐนาวาทักษิณที่โคลงเคลงอับปางลงเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้พวกเขายังอยู่ในศูนย์อำนาจรัฐได้เช่นเดิม เท่านั้นเอง คราวนี้พวกเขากำลังดิ้นรนหา "กลยุทธ์" กลับเข้าสู่ "วังวนผลประโยชน์และอำนาจ" ที่จะเป็น "วงจรอุบาทว์" อีกครั้ง ด้วยการรวบรวมไพร่พลจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่แล้วต่อท่อกับศูนย์อำนาจใหม่ หลังจากกระโดดออกจากพรรคไทยรักไทยที่กำลังจะถูกยุบพรรคหลังรัฐประหาร ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไรแล้วที่ "นักการเมือง" เหล่านี้จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่อีก โดยไม่เคยมีอุดมการณ์ใดๆ ในการทำงานเพื่อประเทศชาติ หัวหน้ามุ้งหัวหน้าวังเหล่านี้ไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถือใดๆ จากสังคมแล้ว ธาตุแท้ของคนเหล่านี้เป็นเพียง "นักการเมือง" ที่มุ่งผลประโยชน์เข้าตัวเองทุกหนทาง การอุ้มชูระบอบทักษิณมานาน 5 ปีก็เพราะตัวเองยังได้ประโยชน์ อาจารย์สมคิดไม่มีบุญคุณใดๆ จะต้องทดแทนนักการเมืองเหล่านี้เลย อย่าไปเกรงใจอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่พูดให้ชัดว่าอนาคตของตัวเองจะเลือกทางเดินอย่างไร ทั้งๆ ที่ในใจได้เลือกเส้นทางชีวิตแล้วว่าจะกลับสู่วิชาการ อย่าปล่อยให้ "นักการเมือง" เอาชื่อเสียงความเป็น "คนดี-คนเก่ง" ของอาจารย์สมคิดไป "สร้างภาพ" เพื่อทำให้สังคมเห็นว่าพรรคการเมืองใหม่มีหัวหน้าพรรคที่มีคุณสมบัติครบถ้วน "คนดี-คนเก่ง" ในการเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พวกเขากำลังเอา "แบรนด์อันทรงคุณค่า" ของอาจารย์สมคิดไป "ปั่นหุ้นหาเงิน" เพื่อเก็บสะสมเอาไว้เมื่อถึง "เทศกาลเลือกตั้ง" เป้าหมายอย่างเดียวคือกลับเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ "ถอนทุน" มากกว่าคิดถึงอนาคตประเทศชาติจะเดินไปอย่างไร มิเช่นนั้น อาจารย์สมคิดจะถูกสังคมสงสัยว่ายังเป็น "นอมินี" ของคุณทักษิณอยู่เช่นเดิม เพราะอาจารย์สมคิดเป็นคนดีที่รู้จักบุญคุณคน ไม่ข้ามคนล้ม จึงไม่ยอมเปิดโปงความชั่วร้ายของคุณทักษิณต่อสาธารณชน แม้ว่าจะถูกสังคมกดดันให้เลือกระหว่างทดแทนบุญคุณกับผลประโยชน์ประเทศ อาจารย์สมคิดจะถูกสังคมสงสัยด้วยว่าความเป็น "คนดี-คนเก่ง" ที่ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าทะเยอทะยานทางการเมืองเป็นสิ่งที่ "สร้างภาพ" มาโดยตลอดและไม่เป็นความจริงอีกต่อไป อาจารย์สมคิดจะไม่ใช่ "สมคิดคนเดิม" อีกต่อไป ความเป็น "คนดี-คนเก่ง" ของอาจารย์สมคิดจะถูกนักการเมืองเหล่านั้นใช้เปลืองจนเสื่อมไปในที่สุด จนอาจารย์สมคิดก็ไม่แตกต่างจากนักการเมืองคนหนึ่งที่มีกลยุทธ์ในการ "สร้างภาพ" เพื่อให้ตัวเองก้าวไปสู่ตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ที่มีความหอมหวนทั้งอำนาจและผลประโยชน์ ผมขอร้องเถอะครับอาจารย์สมคิด วันที่ 30 พฤศจิกายน ในงานประกาศเกียรติคุณของคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ยกย่องอาจารย์สมคิดให้เป็น "ศาสตราพิชาน" สิ่งนี้น่าจะเป็นหนทางชีวิตการทำงานของอาจารย์สมคิดทางด้านวิชาการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ป้อนความคิดสร้างคนรุ่นใหม่ได้มากกว่าการยอมเป็น "หัวหน้าพรรคการเมือง" ที่ยังเต็มไปด้วยนักการเมืองรุ่นเก่า |
| << | ธันวาคม 2006 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||